Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สภาวัฒนธรรมหัวหิน ร่วมกับห้างมาร์เก็ตวิลเลจ จัดประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมชิงเงินรางวัลมากมาย

สภาวัฒนธรรมหัวหิน ร่วมกับห้างมาร์เก็ตวิลเลจ จัดประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมชิงเงินรางวัลมากมาย

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวงานประกวดหนูน้อยวัฒนธรรม ประจำปี 2566 ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน โดยนางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน กับศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ โดยนายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

การประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมประจำปี 2566 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โซนด้านหน้าเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ด้วยการแต่งกายชุดไทยสมัยสุโขทัย อยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ หรือชุดที่แสดงถึงการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย รอบแรกเป็นการประกวดในชุดไทยสมัยต่างๆ หรือชุดที่แสดงถึงการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย รอบสอง การแสดงความสามารถพิเศษที่แสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยของหนูน้อย ผู้ชนะเลิศหนูน้อยวัฒนธรรม จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย และมงกุฎ, รองอันดับ 1 รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย รองอันดับ 2 รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย, รางวัลชมเชย อีก 2 รางวัล รับเงินรางวัลละ 1,000 บาท, รางวัลการแสดงศิลปะวัฒนธรรมยอดเยี่ยม รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย, รางวัลหนูน้อยวัฒนธรรมขวัญใจมวลชน รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย เปิดรับสมัครแล้วจนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ที่บริเวณประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน หรือสอบถามที่โทร 032 – 618865 หรือ 063 – 9698959.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เพชรบุรี เชิญชมการแสดง 100 ปี มัทนะพาธา ระดมทุนบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ททท.เพชรบุรี เชิญชมการแสดง 100 ปี มัทนะพาธา ระดมทุนบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 น.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญชวนแต่งกายตามพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 6 เข้าชมการแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ ประกอบการแสดงและดนตรี ในวันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ณ สวนมัทนะพาธา พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยรายได้ทั้งหมดเพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รวมทั้งช่วยอุดหนุนอาหารและเครื่องดื่มจากชุมชน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้สนใจมาร่วมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย “เที่ยวด้วย…ช่วยได้” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีพันธมิตรโรงแรมให้ส่วนลดห้องพักราคาพิเศษ อาทิ โรงแรมสปริงฟิลด์แอทซี รีสอร์ทแอนด์สปา โรงแรมเชอราตัน หัวหิน และโรงแรมเทวาศรม หัวหิน ช่วยจัดรถรับส่งไปชมการแสดงด้วย

น.ส.เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดีฯ แจ้งว่า การแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบประกอบการแสดงและดนตรี เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี บทพระราชนิพนธ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 – 26 พฤศจิกายน ศกนี้ เป็นการเลือกบทพระราชนิพนธ์เฉพาะบางตอนมาเรียบเรียง กำกับการแสดงโดยครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ และกำกับดนตรีโดยอานันท์ นาคคง ศิลปินศิลปาธร นักแสดงนำได้แก่ สุกัญญา สมไพบูลย์ (มัทนา) และอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร (สุเทษณ์ / ชัยเสน) ศันสนีย์ ศีตะปันย์ (จัณฑี) เปิดจำหน่ายบัตรที่นั่งชมการแสดงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รายละเอียดบัตรเข้าชม 1.บัตรที่นั่งสำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 1,690 บาท (มีจำนวนจำกัด 100 ที่นั่งต่อวัน) 2.บัตรที่นั่งสำหรับสมาชิกบูรโณปถัมภ์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย และบัตรที่นั่งสำหรับผู้ติดตาม 1 ท่านที่มาชมการแสดงพร้อมกับสมาชิก ราคา 690 บาท (มีจำนวนจำกัด 300 ที่นั่งต่อวัน และขอความกรุณาแจ้งสำรองที่นั่งล่วงหน้า ช่องทางซื้อบัตร : https://forms.gle/FCL37hmbwN6PhLmw9

น.ส.เกล้ามาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จะกลับมาเปิดเป็นปกติตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2567 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการบูรณะ ทั้งในส่วนของระบบนิเวศตามธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงขอเชิญผู้สนใจร่วมรักษาและสืบทอดมรดกของชาติ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกบูรโณปถัมภ์เพื่อร่วมระดมทุนในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์ฯ อีกช่องทางหนี่ง โดยมีเป้าหมายการเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาจำนวนกว่าแสนแผ่นซึ่งมีน้ำหนักเกินไปแผ่นละ 1 กิโลกรัม และส่งผลกระทบต่อฐานรากของตัวอาคารในปัจจุบัน ค่าสมัครสมาชิกตลอดชีพจำนวน 6,910 บาท สามารถบริจาคได้เต็มจำนวนหรือแบ่งจ่าย 10 เดือนได้ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) และเปิดรับสมัครเพียง 109,600 รายเท่านั้น ช่องทางสมัครสมาชิกบูรโณปถัมภ์ : https://forms.gle/gQL9CwgBESvfRiBn9 สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้ โดยบริจาคเงินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เพจพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และ ททท.สำนักงานเพชรบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ธรรมนัส”ลงด่านสิงขร สั่งคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมายห้ามเข้าไทย

“ธรรมนัส”ลงด่านสิงขร สั่งคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมายห้ามเข้าไทย

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมติดตามการพัฒนาจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ห้องประชุมอาคารพรมแดนด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด กลุ่มเกษตรกร ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นร่วมประชุม โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 3 โดยอาคารพรมแดนด่านสิงขรดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการส่งมอบให้กับหน่วยงานรับผิดชอบดูแล ส่วนสถานะของด่านสิงขรขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการเดินทางเข้าออกของบุคคล และยานพาหนะทุกประเภท แต่ผ่อนปรนให้เฉพาะการขนถ่ายสินค้าข้ามแดนได้เท่านั้นที่บริเวณจุดโนแมนแลนด์

โดยข้อมูลในปีงบประมาณ 2566 พบว่ามีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านสิงขร กว่า 2,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าประมงจากจังหวัดมะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กว่า 2,200 ล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้เข้มงวดตรวจสอบป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในไทย โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์และสินค้าประมง พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการนำเข้าสินค้าประมงให้เหมาะสมตามฤดูกาล เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรไทย โดยฤดูกาลใดที่มีสินค้าประมงในประเทศมาก ต้องมีมาตรการควบคุมปริมาณสินค้านำเข้า

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ปัญหาโรคเหี่ยวสับปะรด ความต้องการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และอุตสาหกรรมจังหวัด เช่น การขอให้เร่งพัฒนาวิจัยสายพันธุ์มะพร้าวและสับปะรดเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น มีความต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช การสำรวจพื้นที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งสถานีทดลองวิจัยพันธุ์พืช การพัฒนาลานขนถ่ายสินค้าประมงที่ด่านสิงขรให้มีมาตรฐาน มีระบบบำบัดน้ำเสีย ไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสร้างตลาดประมงที่ด่านสิงขร การผลักดันด่านสิงขรให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับปัญหาความเดือดร้อนและข้อเสนอต่างๆ ไปดำเนินการและประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ จัดกิจกรรมเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า

คุมประพฤติประจวบฯ จัดกิจกรรมเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมความประพฤติชำนาญการ กรมยุทธศาสตร์และผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ร.ต.ต.สานิต เมฆเจริญ นายชนิด ยอดแก้ว อาสาความประพฤติและคณะอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) อำเภอเมืองฯ เจ้าหน้าที่สำนักงาน และผู้ถูกคุมประพฤติ จัดค่ายอบรม ตามโครงการโปรแกรมพื้นฐาน โปรแกรมใจพร้อม ภายใต้แผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดผู้ติดยาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ศูนย์คุมความประพฤติภาคประชาชน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2566

นายปิยชาติ ไฮ้คง กล่าวว่าวันนี้ให้ผู้ที่ถูกคุมความประพฤติมารายงานตัว และผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด เข้ารับการบำบัดในรูปแบบค่ายกิจกรรม โปรแกรมพื้นฐาน โปรแกรมใจพร้อม มีผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม รวม 41 คน พร้อมเจ้าหน้าที่คุมความประพฤติพร้อมวิทยากร และอาสาสมัครคุมความประพฤติ สำหรับผู้ที่เข้าค่ายในครั้งนี้เป็นผู้ที่ได้เข้ารับการฟื้นฟูแบบไม่ต้องควบคุมตัว โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด ซึ่งต้องได้รับการบำบัดเพื่อกลับไปใช้ชีวิตปกติที่ดีกว่า หลังการถูกปล่อยตัวจากการคุมความประพฤติต่อไป นายปิยชาติกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รัฐมนตรีเกษตรฯ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

รัฐมนตรีเกษตรฯ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2566 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงคิดค้นวิจัยพัฒนาก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง ที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ร้อยตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมพิธี ภายในงานมีการจัดแสดงงานวิจัยโครงการฝนหลวง ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ หรือ Ground Based Generator Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงสำหรับพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือของประเทศ และโครงการวิจัยและพัฒนาจรวดดัดแปรสภาพอากาศ ที่ใช้เพื่อสนับสนุนการทำฝนหลวงในพื้นที่ ที่เครื่องบินทำฝนหลวงเข้าถึงลำบาก นอกจากนี้ประธานในพิธีได้มอบรางวัลแก่อาสาสมัครฝนหลวงดีเด่นระดับภูมิภาค ประจำปี 2566 จำนวน 7 รางวัล จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการภายในหอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของฝนหลวง ขั้นตอนการทำฝนหลวง รวมทั้งห้องทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันพระบิดาแห่งฝนหลวง มีจุดเริ่มต้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยีอนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ทรงพบว่าราษฎรเดือดร้อน พืชผลเสียหายจากทั้งฝนแล้งและน้ำท่วม จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้เมฆที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้านั้น กลายเป็นเม็ดฝนตกลงมาในพื้นที่ได้ ถือเป็นต้นกำเนิดของแนวพระราชดำริ “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” และได้พัฒนาด้านการปฏิบัติการให้มีความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิบัติการฝนหลวง ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อจารึกไว้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย จะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยในปีนี้ครบรอบปีที่ 68 แห่งการก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บางสะพานน้อย

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บางสะพานน้อย

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบฯ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย นายกเทศบาลตำบลบางสะพานน้อย วิศวกรก่อสร้างทางรถไฟรางคู่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณตลาดบางสะพานน้อยและสถานีรถไฟบางสะพานน้อย ภายหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลลงอ่างเก็บน้ำช้างแรกและล้นสปิลเวย์ ไหลบ่าเข้าท่วมสวนปาล์ม สวนยางพารา ตลาดบางสะพานน้อย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และไหลบ่าลงทะเล ผ่านหมู่ 2 และ หมู่ 10 ของตำบลบางสะพานน้อย ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือน ประชาชนสัญจรไปมาด้วยความลำบาก เบื้องต้น รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดพื้นที่เส้นทางน้ำบริเวณทางรถไฟ เพื่อให้น้ำระบายลงคลองได้สะดวกยิ่งขึ้น ล่าสุดสถานการณ์น้ำได้คลี่คลายลดลงแล้ว เหลือท่วมผิวจราจรในชุมชนประมาณ 20 เซนติเมตร

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่าได้รับรายงานจากนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ ถึงสถานการณ์ฝนตกน้ำล้นอ่างเก็บน้ำช้างแรก ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของวันที่ 12 พฤศจิกายน และตกหนักเวลาตี 4 ของวันที่ 13 พฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา วัดได้ 140 มม. ในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก ซึ่งบรรจุน้ำได้ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ล้น ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าตลาดบางสะพานน้อย ในเขตเทศบาลฯ และน้ำไหลบ่าเพื่อลงทะเล ผ่านหมู่ 2 และหมู่ 10 ของตำบลบางสะพานน้อย ขณะนี้ยังคงมีฝนตกเล็กน้อย พร้อมกันนี้ อำเภอบางสะพานน้อยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แจ้งให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลเป็นระยะๆ และยกของที่อาจเสียหายขึ้นเหนือน้ำแล้ว ส่วนพื้นที่น้ำท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 150 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบ อยู่ระหว่างการสำรวจ สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลให้ความช่วยเหลือโดยฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยทหารพราน อส. และ ปภ.ประจวบฯ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากฝนไม่ตกซ้ำ น้ำจะระบายลงทะเลหมด ก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 พร้อมด้วยรองผู้บังคับการกองบิน 5 เสนาธิการกองบิน 5 นำเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 สำรวจพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพื่อประเมินความเสี่ยง และเตรียมรับมืออุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 หากเกิดเหตุการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขในเทศกาลลอยกระทงกับงาน “Touch of Thainess Loi Kratong Festival”

บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขในเทศกาลลอยกระทงกับงาน “Touch of Thainess Loi Kratong Festival”

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด เปิดเผยว่าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยพันธมิตร เตรียมจัดงานเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “Touch of Thainess Loi Kratong Festival” ระหว่างวันที่ 22 – 27 พฤศจิกายนนี้ ที่โซนกิจกรรมริมน้ำ ชั้น G และลานกิจกรรมพราวไทย ชั้น B บลูพอร์ต หัวหิน สนุกสนานไปกับการชม ชิมและช้อปสินค้าไทยในพราวไทย ซึมซับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ที่ตกแต่งบรรยากาศโดยรอบด้วยความงามแบบไทยๆ พร้อมเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมใช้วัสดุจากธรรมชาติ ได้ภายในบ่อน้ำที่บลูพอร์ต หัวหิน ปีนี้ บลูพอร์ตหัวหินมุ่งเน้นการใช้ประเพณีไทย เป็น Soft Power ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากลอยกระทงเป็นอีกหนึ่งประเพณีไทยที่ได้รับการยอมรับจากสากล เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายในงานพบกับนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง การแต่งกายชุดไทยและการรื่นเริงต่างๆ ในเทศกาลลอยกระทง, การแสดงการละเล่นแบบไทย รำวง รำกลองยาว บรรเลงดนตรีไทยร่วมสมัย วันที่ 25 – 27 พฤศจิกายนนี้ที่ลานกิจกรรมพราวไทย ชั้น B กิจกรรมการสาธิตการนุ่งห่มอย่างไทยในรูปแบบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อยุธยาและเครื่องแต่งกาย บริการเช่าชุดไทยพร้อมถ่ายเช็คอินในบรรยากาศแบบไทยๆ พิเศษสุด !!! เฉพาะลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน ช้อปครบ 3,000 บาท รับสิทธิ์เช่าชุดฟรี 3 ชั่วโมง สาธิตการทำกระทงพร้อมเรียนรู้วิธีการทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ พิเศษ !!! ลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน ช้อปครบ 3,000 บาท ที่พราวไทย รับสิทธิ์ทำกระทงฟรีทันที พร้อมด้วยวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ให้

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กล่าวอีกว่า “ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่บลูพอร์ตได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ และจัดกิจกรรมให้ลูกค้าของบลูพอร์ตได้มีส่วนร่วมเสมอมา ปีนี้บลูพอร์ตมุ่งเน้นกิจกรรมที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีของไทย สร้างปรากฏการณ์ความงามอย่างยั่งยืน โดยเลือกสรรและรณรงค์ในการใช้กระทงใบตอง ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติให้ทุกคนได้ร่วมสืบสานประเพณี รักษาธรรมชาติอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน โดยมีการสาธิตการประดิษฐ์กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและกระทงที่ย่อยสลายได้อีกด้วย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามในประเพณีลอยกระทง กับงาน “Touch of Thainess Loi Krathong Festival” สัมผัสความเป็นไทยไปกับเทศกาลลอยกระทง ตั้งแต่วันที่ 22 – 27 พฤศจิกายนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลบ้านกรูด เสวนาส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา

เทศบาลบ้านกรูด เสวนาส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด จัดงานเสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา พร้อมด้วยนายสหรัถ สังคปรีชา หรือ “ก้อง นูโว” นายโชติวิทย์ ธรรมสุจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน นางเนาวรัตน์ สายชุมอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ ทสจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ปรางทิพย์ อนันตวิภาต ประธานมูลนิธิคุณ นางจุฑาทิพย์ อิทธิศุภเศรษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนยาง และรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองมงคล ในฐานะประธานศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษากลุ่มโรงเรียนธงชัย เสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา ณ ชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายอิศรา กาญจนรัตน์ กล่าวว่าวัตถุประสงค์การจัดเสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร มีตัวแทนนักเรียนจากศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา กลุ่มโรงเรียนธงชัย ประกอบด้วยโรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร โรงเรียนวัดดอนยาง โรงเรียนวัดถ้ำคีรีวงศ์ โรงเรียนบ้านหนองมงคล และโรงเรียนบ้านหนองระแวง เข้าร่วมกิจกรรม โดยคณะผู้จัดงานเลือกใช้ละครหุ่นเชิด Puppet Show เป็นผู้ให้ความรู้ผ่านตุ๊กตาสุดน่ารักและเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ แยกแยะ จดจำ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันแยกขยะบริเวณชายหาดบ้านกรูด พร้อมกิจกรรมเสวนาเพื่อร่วมกันคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ร่วมเสวนาด้วยในงานนี้คือนายสหรัถ สังคปรีชา หรือ “ก้อง นูโว” ก่อนมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงนูโว เต็มวง และศิลปินจากพี่โป้ โยคีเพลย์บอย และวง SOCHIL ที่ชายหาดบ้านกรูด ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายสินค้า อาหารของพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น และขอความร่วมมือผู้จำหน่ายใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ นายอิศรา กล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทางหลวงประจวบฯ รวบยกแก๊งขนชาวบังคลาเทศ 10 คน หนีเข้าเมืองไปส่งชุมพร

ทางหลวงประจวบฯ รวบยกแก๊งขนชาวบังคลาเทศ 10 คน หนีเข้าเมืองไปส่งชุมพร

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล รรท.ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ รรท.รอง ผกก.2 บก.ทล. พร้อมชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. (ประจวบคีรีขันธ์) ร่วมกับ พ.ต.ต.วรฉัตร ฉลวยแสง สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. กำลังตำรวจทางหลวง และ สภ.ห้วยยาง ร่วมกันจับกุมนายนิรันดร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ชาวกรุงเทพฯ และนายเอกพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุเท่ากัน ชาวพิจิตร และผู้ต้องหาเพศชาย ชาวบังคลาเทศ จำนวน 10 คน พร้อมของกลาง รถเก๋งนิสสันอัลเมร่า สีดำ ทะเบียน กบ 695 พิษณุโลก และรถเก๋งโตโยต้า อีโนว่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 8 กข 9674 กรุงเทพฯ ได้ที่ริมถนนสาธารณะใกล้วัดสมุทธาราม หมู่ 7 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ต่อเนื่องบริเวณสนามกีฬาอำเภอทับสะแก จ.ประจวบฯ นำตัวตั้งข้อหานายนิรันดร์ และนายเอกพจน์ ความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ โดยรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 10 คน ตั้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านั้น ตำรวจทางหลวงสืบทราบว่าจะมีแก๊งคนร้ายลักลอบขนต่างด้าวลงไปภาคใต้ จึงออกตรวจสอบเส้นทาง จนพบรถเก๋งต้องสงสัยทั้งสองคันดังกล่าวขับผ่านมาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่ร่วมกันในการสกัดกั้นจนถึงจุดตรวจ สภ.ห้วยยาง นายนิรันดร์ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งนิสสันอัลเมร่า ได้โทรผ่านโปรแกรมแมสเซนเจอร์ แจ้งให้นายเอกพจน์ซึ่งขับรถเก๋งโตโยต้า ที่มีชาวบังคลาเทศตามมาให้ทราบว่าข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ที่ด่าน จึงได้ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงไปทางวัดสมุทธาราม แล้วนำบุคคลต่างด้าวทั้งสิบคน ไปปล่อยข้างทางให้ซ่อนตัวอยู่ริมถนนดังกล่าว ก่อนทั้งคู่แยกกันขับหลบหนีไปจนถึงบริเวณสนามกีฬาอำเภอทับสะแก และถูกจับได้ในที่สุด

จากการสอบนายเอกพจน์ ให้การรับสารภาพว่าตนรับจ้างจากกลุ่มรับจ้างจัดหางานเป็นเงิน 10,000 บาท ให้ไปรับชาวบังคลาเทศ 10 คน ที่เดินทางจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทยด้านชายแดนที่จังหวัดสระแก้ว ไปส่งที่จังหวัดชุมพร แล้วจะมีคนมารับต่ออีกที จึงชวนนายนิรันดร์แบ่งให้ 3,000 บาท ขับรถเก๋งอีกคันนำหน้า คอยแจ้งว่าตรงด่านไหนมีตำรวจปฎิงานอยู่หรือไม่ จนถูกจับกุมดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยสามพันนาม ทอดกฐินสามัคคีได้ยอดเงิน 1 ล้านบาท

วัดห้วยสามพันนาม ทอดกฐินสามัคคีได้ยอดเงิน 1 ล้านบาท

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 พระใบฎีกาสรัญ โฆสิโต (พระอาจารย์บอย) เจ้าอาวาสวัดห้วยสามพันนาม ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทอดกฐินสามัคคีวัดห้วยสามพันนาม ประจำปี 2566 มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน น.ส.ไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายสุรชัย – นางภัทรสุดา บริษัทสุรชัย โพลทรี่ ฟู้ดส์ จำกัด อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี ภายในโดมอเนกประสงค์วัดห้วยสามพันนาม พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญ ต่างนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่มมาออกร้านโรงทานจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ทานฟรี โดยยอดเงินที่ได้จากการทอดกฐินในครั้งนี้และปัจจัยที่ได้จากเงินบริจาค รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1 ล้านบาท ซึ่งวัดจะได้นำไปบูรณะปฎิสังขรณ์ศาสนสถานภายในวัดห้วยสามพันนามต่อไป พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสวัดห้วยสามพันนามได้แจกวัตถุมงคลผ้ายันต์ “ท้าวเวสสุวรรณ” ให้กับประชาชนทุกคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

วัดห้วยสามพันนาม สังกัดมหานิกาย เดิมเป็นที่พักสงฆ์ชื่อ “วังสามพันนาม” เพื่อเป็นสถานที่จำพรรษาปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ – สามเณร และใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลของพุทธศาสนิกชน ต่อมานายชุบ สังข์ทอง ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างวัดและได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 หลังจากนั้นได้ยื่นเรื่องขอตั้งวัดและได้รับอนุญาตตั้งวัด ชื่อ “วัดห้วยสามพันนาม” เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ตามชื่อหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ดินจำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 50 ไร่ 2 งาน โดยนายชุบเป็นผู้บริจาคที่ดิน เจ้าอาวาสรูปแรกคือพระอธิการสำราญ สุขวฑฺฒโก ดำรงตำแหน่งเมื่อ 16 มิถุนายน 2554 และมรณภาพเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ปัจจุบันมีพระใบฎีกาสรัญ โฆสิโต เป็นเจ้าอาวาส.