Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน“Amazing Abundant Sea”ปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านทุ่งน้อย

ประจวบฯ จัดงาน “Amazing Abundant Sea”ปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านทุ่งน้อย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน“Amazing Abundant Sea: Amazing Thailand” กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งน้อยสืบสานอัตลักษณ์การประมงยั่งยืน”ที่ชายหาดบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ดรณภา สุกกรี กรรมการบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัทแมสต์ ฮิวแมน จำกัด (MAST Human) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย น.ส.สุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการ การตลาดภาคกลาง ททท. นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบังคับการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.), กิจการเพื่อสังคม แมสต์ ฮิวแมน, สมาคมนางฟ้าใจดี, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวชุมชนบ้านทุ่งน้อยร่วมงาน พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามเป็นสักขีพยานที่ชุมชนบ้านทุ่งน้อยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จากนั้นร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาสู่ท้องทะเล

สำหรับงาน“Amazing Abundant Sea @ บ้านทุ่งน้อย”กิจการเพื่อสังคมแมสต์ ฮิวแมน (MAST Human) จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบูรณาการความร่วมมือของจังหวัดประจวบฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ อบต.เขาแดง ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย เยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่และเยาวชนจากสิงห์อาสา อันเป็นโครงการที่เป็นแบบอย่างของใช้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นแรงผลักดันในการป้องปรามปัญหาการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร และการสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชน ภายใต้ concept ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและการบริโภคอาหารทะเลอย่างรับผิดชอบ คือ “กินด้วย อนุรักษ์ด้วย ต้องช่วยกัน”

ภายในงานมีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความบันเทิง เช่น กิจกรรมทำความสะอาดชายหาด การทำบ้านปลา (ซั้งกอ) โดยวางบ้านปลาในทะเลจำนวน 10 จุด การปล่อยลูกปูจากธนาคารปูม้าบ้านทุ่งน้อย ลงสู่ทะเล การปล่อยลูกหอยแครง หอยตลับลงสู่แปลงแพร่พันธุ์หอยของชุมชน กิจกรรมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาชญากรรมคดีพิเศษและการค้ามนุษย์ โดยวิทยากรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เทศกาลอาหารทะเล และดนตรีริมชายหาด พบกับวงดนตรีของกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเยาวชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลครบหมดทุกกิจกรรม จะได้รับรางวัลในฐานะเป็นผู้มีส่วนช่วยในการปกป้องทรัพยากรทางทะเล (Marine Conservation Hero)

โดยในวันที่ 4 พฤศิกายน 2566 มีการเสวนาเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาบ้านทุ่งน้อยให้เป็นต้นแบบของชุมชนเข้มแข็ง ที่ใช้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างคุณค่าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การป้องปรามอาชญากรรมและปัญหาการค้ามนุษย์ โดยยังคงอัตลักษณ์ของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่ทำการประมงอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนจาก อบต.เขาแดง ผู้แทนชุมชน และผู้ดำเนินรายการ น.ส.นฐพร บุญยะกร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษรักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และปิดท้ายด้วยดนตรีริมหาด กับพี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ในเวลา 19.00 – 20.30 น. ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ Amazing Abundant Sea @ บ้านทุ่งน้อย ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายนนี้ ณ ชายหาดบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้านนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดประจวบฯ และ ททท. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายประชาชนที่มุ่งทิศทางการการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในระดับฐานรากที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและมีความปลอดภัย โดยชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการท่องเที่ยว ยึดหลักการมีส่วนร่วมเพราะทุกคนในชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรท่องเที่ยวร่วมกัน สามารถส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับลูกค้าได้อย่างประทับใจ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นำไปสู่การกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งนี้ ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย นอกจากจะเป็นชุมชนประมงเก่าแก่ที่นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อปู ปลา อาหารทะเลสด ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป นำไปประกอบอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมชุมชนประมงพื้นบ้าน โดยติดต่อให้ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อยเป็นผู้นำเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานเขานางพันธุรัต คว้ารางวัลดาวแห่งความยั่งยืน จาก ททท.

วนอุทยานเขานางพันธุรัต คว้ารางวัลดาวแห่งความยั่งยืน จาก ททท.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า วนอุทยานเขานางพันธุรัต ได้รับรางวัล “STAR ดาวแห่งความยั่งยืน” ระดับ 5 ดาว (สูงสุด) ประเภทนันทนาการเเละสถานที่ท่องเที่ยว จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในโครงการ STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันสู่เป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals) โดยมีเป้าหมายการดำเนินการทั้งหมด 17 เป้าหมาย สะท้อนความยั่งยืนในมิติต่างๆ 4 มิติ คือ นิติธรรมาภิบาล สังคม – เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดย Sustainable Tourism Acceleration Rating : STAR ระดับ 5 ดาว (สูงสุด) ต้องเป็นวนอุทยาน หรือสถานประกอบการที่ผ่านการประเมินเป้าหมาย STG 13 STG 16 STG 17 และเป้าหมายใดก็ได้ ไม่น้อยกว่า 9 STGs รวมทั้งหมด 12 เป้าหมายขึ้นไป ซึ่งวนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็น 1 ใน 2 วนอุทยานทั่วประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับ 5 ดาว และเป็นวนอุทยานแห่งแรกในจังหวัดเพชรบุรีที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้

วนอุทยานเขานางพันธุรัต เนื้อที่ประมาณ 2,009.91 ไร่ ตั้งอยู่บ้านเขาไม้นวล อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเขานางพันธุรัต เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542 มีเนื้อที่ประมาณ 1,562 ไร่ ประกาศจัดตั้งวนอุทยานเขานางพันธุรัต ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน มีลักษณะทางภูมิทัศน์เป็นปฏิมากรรมทางธรรมชาติ มีลักษณะสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ทอดยาวตามแนวทิศเหนือ – ใต้ มองดูคล้ายนางยักษ์ (นางพันธุรัต) ในวรรณคดีไทยเรื่องสังข์ทองนอนอยู่ มีโกศอยู่ทางทิศใต้ โดยสถานที่แต่ละจุดของวนอุทยานเขานางพันธุรัต จะมีชื่อที่สอดคล้องกับวรรณคดีไทยเรื่องสังข์ทอง เช่น ศาลนางพันธุรัต เมรุนางพันธุรัต จุดชมวิวกระจกนางพันธุรัต มีลักษณะเป็นช่องเขาขนาดใหญ่ มีขนาดกว้างประมาณ 1.5 เมตร และสูงประมาณ 4 เมตร เป็นหนึ่งใน Unseen New Series Thailand ลานเกือกแก้ว บ่อชุบตัวพระสังข์ จุดชมวิวคอกช้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเทือกเขาที่สำคัญ ประกอบด้วยเขาเจ้าลายใหญ่และเขาจอมประสาท พื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 60 – 372 เมตร ภูมิอากาศบริเวณรอบๆ ไม่ค่อยมีลมมรสุมมากเท่าไร เป็นป่าเบญจพรรณเป็นป่าโปร่ง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ มีหินปูนโผล่ทั่วไป ต้นไม้แคระแกร็นและมีขนาดโตไม่มากนัก พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไผ่รวก ประดู่ อ้อยช้าง ยมหิน มะเกลือ ผักหวาน กระบองเพชร แคสันติสุข มหาพรหม เป็นต้น รวมถึงสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะนกหลากหลายสายพันธุ์ วนอุทยานเขานางพันธุรัตไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากมีความประสงค์จะไปพักแรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ มีลานกางเต็นท์ไว้บริการ สามารถติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอุทยานเขานางพันธุรัตโดยตรง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ปราณบุรีจัดกิจกรรมแอดแวนเจอร์ พายเรือคายัค ล่องแม่น้ำปราณบุรี

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายรักษ์แม่น้ำปราณบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปราณบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ นำเรือคายัค 10 ลำ พายในแม่น้ำปราณบุรี ระยะทาง 4 กิโลเมตร ตั้งแต่พื้นที่ ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเปิดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบแสวงหาความตื่นเต้นและ แปลกใหม่ในสภาพธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และได้ออกกำลังกายด้วยการล่องแม่น้ำในชื่อ “พายคายัค ล่องแม่น้ำปราณบุรี” เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปราณบุรี ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไม่แพ้อำเภออื่นๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะปราณบุรีมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และภูเขา โดยเฉพาะแม่น้ำปราณบุรี เป็นหัวใจหลักและสำคัญที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาได้อีกด้วย

นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี กล่าวว่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ในแม่น้ำปราณบุรีนั้น แบ่งการท่องเที่ยวเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. ต้นน้ำในตำบลเขาจ้าว 2. เขื่อนปราณบุรี 3.แม่น้ำปราณบุรี โดยแม่น้ำปราณบุรีมีระยะทางจากเขื่อนปราณบุรี – ไปออกทะเลที่ปากน้ำปราณ มีระยะทาง 60 กิโลเมตร ซึ่งถ้าจะล่องแม่น้ำปราณบุรีทั้งเส้นทาง อาจต้องใช้เวลาถึง 3 วัน ดังนั้นเส้นทางที่นำมาทำกิจกรรม “พายคายัค ล่องแม่น้ำปราณบุรี” มีระยะทาง 4 กิโลเมตร เพื่อความเหมาะสมกับสภาพแม่น้ำที่มีความคดเคี้ยว มีแก่งต่างๆ ตลอดสองข้างทางที่พายเรือคายัคผ่านนั้น ไม่มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่ ยังคงเป็นผืนป่าธรรมชาติ รวมทั้งยังมีนกนานาชนิดอยู่ในผืนป่า และมีรังนกกระจาบจำนวนมากตามต้นไม้ให้เห็นตลอด ต้นมะเดื่อขนาดใหญ่ ต้นรวงผึ้ง ที่สำคัญระดับน้ำไม่ลึก มีความปลอดภัย เพราะนักท่องเที่ยวต้องสวมใส่เสื้อชูชีพ สามารถเลือกพายคายัคได้ตั้งแต่ช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสอาด เจ้าของบ้านปลายน้ำโฮมสเตย์ กล่าวว่าแม่น้ำปราณบุรี มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำปราณบุรี มีพันธุ์ไม้ดั้งเดิมอยู่หลายชนิด ทั้งต้นจิก ต้นผึ้ง ต้นมะเดื่อ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของนก จากการสำรวจพบว่าในบริเวณแม่น้ำปราณบุรี มีนกกว่า 50 ชนิด ในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว น้ำในแม่น้ำจะใส สะอาด ด้านล่างมีพืชน้ำหลายชนิด ซึ่งเส้นทางที่จะเปิดให้พายคายัค มีความเป็นธรรมชาติ มีแก่งเป็นระยะ เรียกว่าเป็นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแบบผจญภัย และต้องขอบคุณอำเภอปราณบุรี ที่ให้ความสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวของอำเภอปราณบุรี ในช่วงปลายปี เพราะจะทำให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว ทั้งที่พัก ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการพายคายัค ล่องแม่น้ำปราณบุรี ได้ที่บ้านปลายน้ำโฮมสเตย์ โทร. 086 – 3399694.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

 

 

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแก่งกระจานเปิด 1 พ.ย.นี้ สัมผัสทะเลหมอก – ชมสัตว์ป่านานาชนิด

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) เพชรบุรี เปิดเผยว่าวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง น้ำตกทอทิพย์ บ้านกร่าง ห้วยแม่สะเรียง บ้านโป่งลึกบางกลอยและน้ำตกผาน้ำหยด หลังปิดไปนาน 3 เดือน โดยอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ การบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกที่บริเวณพะเนินทุ่ง ที่มีความสวยงามเนื่องจากเป็นฤดูปลายฝนต้นหนาว ดอกไม้ป่าเริ่มออกดอกสร้างสีสันสวยงาม สัตว์ป่านานาชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้มีความรู้ในการมาท่องเที่ยว และมีความประทับใจกลับไป

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เวลาว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก มาท่องเที่ยวเชิงนิเวศธรรมชาติ ให้ช่วยกันดูแลและปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางอุทยาน ไม่ขับรถเร็ว ไม่ดื่มสุรา ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่อุทยาน เพราะบริเวณที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวมีความอุดมสมบูรณ์ และชุกชุมของสัตว์ป่านานาชนิด นกหายาก จุดชมวิวทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง และสัตว์ป่านานาชนิด โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) โทร 032 – 772311.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานเขานางพันธุรัต จับมือ ททท.เพชรบุรี พาเด็กย้อนเวลาหาสัตว์โลกดึกดำบรรพ์

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย น.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี จัดกิจกรรมย้อนเวลาตามล่าหา “สัตว์โลกดึกดำบรรพ์ @Khao Nang Phanthurat Forest Park”ครั้งที่ 2 ประจำเดือนตุลาคม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเด็ก จำนวน 23 คน และผู้ปกครองในรูปแบบการท่องเที่ยวครอบครัว เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ (Fossil) ของสัตว์ทะเลอายุมากกว่า 250 ล้านปี พร้อมรับฟังบรรยายโดยนักธรณีวิทยาในเรื่องของฟอสซิล (Fossil) และพาไปสัมผัสฟอสซิลของจริง ในลานฟอสซิลวนอุทยานเขานางพันธุรัต รวมถึงทำกิจกรรมวาดภาพระบายสี โดยให้น้องๆ วาดภาพฟอสซิลตามจินตนาการจากที่ได้พบเห็นบริเวณลานฟอสซิลและจากการฟังบรรยาย โดยได้รับการสนับสนุนจากครูหมิว กานต์ชนก และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น 150 เมตร และร่วมกันยิงเมล็ดพันธุ์แห่งความดี (Seed bomb) สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆเป็นจำนวนมาก นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย


นายพัฒนพันธ์ กล่าวว่าในกิจกรรมครั้งนี้เด็กๆ ได้เรียนรู้ซากฟอสซิล (Fossil) ของสัตว์ทะเลที่พบได้ทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่ 1.พลับพลึงทะเล (Crinoids) 2.ปะการังกลุ่ม (Coronial Corals) 3.ปะการังเขาสัตว์ (Rugose Corals) 4.คตข้าวสาร หรือ ข้าวสารหิน (Fusulinids) 5.เศษหอยกาบเดี่ยวและหอยกาบคู่ (Gastropods and Bibalves) และได้รับการสนับสนุนของรางวัลเป็นกระเป๋าผ้าน่ารักๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี และโปสเตอร์สวย ๆ จากกรมทรัพยากรธรณี ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน โดยในทุกๆ เดือน วนอุทยานเขานางพันธุรัตจะจัดกิจกรรมต่างๆ สามารถติดตามการจัดกิจกรรมในครั้งถัดไปได้ในเพจเฟซบุ๊ก“วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ”.

 

 

 

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival’’ หน้าห้างบลูพอร์ต หัวหิน เปิดแล้ว

ช่วงค่ำวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับบริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชน จัดเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ในเมืองหัวหิน กับงานเทศกาล “Hua Hin Old Days Festival’’ พบกับความชิลล์ในสไตล์กลิ่นอายริมทะเล และความสนุกในโซนต่างๆ ที่ขนขบวนมาให้สนุกกันแบบสุดๆ ช่วงวันหยุดยาว 4 วัน

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า “งานเทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival” ที่จัดขึ้นในทุกครั้งนั้นประสบความสำเร็จ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งคนหัวหินมาร่วมงาน จนเป็นกระแสที่พูดถึงกันอย่างมาก โดยเทศกาลดนตรีนี้ได้ปลุกความเป็นเมืองดนตรีของหัวหินให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง และเพื่อตอกย้ำในความเป็น A Must Check In Destination ของเมืองหัวหิน ที่รวบรวมทั้งความคลาสสิค ดนตรี เสียงเพลง งานศิลปะ ธรรมชาติ ผู้คนและชายหาดที่สวยงาม เป็นเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนตากอากาศกัน “Hua Hin Old Days Festival Presented by Corona x Bluport Hua Hin“ ครั้งนี้ พิเศษกว่าทุกๆ ครั้ง โดยมีศิลปินชื่อดังที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศกลิ่นอายความชิลล์ริมทะเลไปกับวง SERIOUS BACON เจ้าของเพลงดัง “ไม่อยากฟัง” และศิลปินรับเชิญ บีน นภสร นักร้องสาวเสียงหวาน เจ้าของยอดวิวกว่า 16 ล้านวิว กับเพลง “เธอรักเขาตอนเรารักกัน” รวมไปถึงยังมีศิลปินท้องถิ่นวงอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ped Bluesman & Mr.Thian, It’s me, Bank Praathan, Jum Soulman, PaPaPao, Garfield & Little Boy เป็นต้น

นอกจากนี้ บลูพอร์ตยังคงเอกลักษณ์ของงานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น มีพื้นที่จัดงานหลากหลายโซน อาทิ การจัดแสดงงานศิลปะในโซน ART VILLAGE กับงานศิลปะสุดเก๋จากหมู่บ้านศิลปินหัวหิน ร่วมกิจกรรม workshop กับเดอะแกลเลอรี หัวหิน, CRAFT ZONE ร้านขายสินค้าแฮนด์เมด และสินค้าอื่นๆที่มาจัดจำหน่ายมากมายภายในงาน, NEVER GETS OLD ZONE กับโซนเครื่องดื่มเย็นๆ จากสิงห์ อีกทั้งยังมีโซนอาหารที่ยกขบวนมาเพิ่มแบบจัดเต็มต้อนรับวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 20 – 23 ตุลาคมนี้ ที่ลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ต หัวหิน.

 

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เพชรบุรี ร่วมกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยว

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมสื่อสารแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ณ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และในโอกาสเดียวกัน มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้ร่วมสื่อสารสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและนักท่องเที่ยวในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี ในปี 2565 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเพชรบุรี 8,989,584 คน ทำรายได้ถึง 24,394.65 ล้านบาท เพชรบุรีมีทรัพยากรท่องเที่ยวที่มีความงดงามหลากหลาย ได้รับกล่าวถึงในระดับโลกโดยองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้เพชรบุรีเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ประกาศให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ และโรงไม้แห่งพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้รับรางวัล New Design in Heritage Context with Special Recognition for Sustainable Development ซึ่งล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้มูลค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ โดยจังหวัดมีนโยบายสำคัญในการยกระดับให้เพชรบุรีมีความเป็นสากล มีการให้บริการที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน และมีการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมดุล

น.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ททท. มีเป้าหมายในการส่งมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งกระตุ้นให้มีการออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลความสุข ทั้งสุขภาพกายและใจ จึงได้ร่วมกับพันธมิตรออกแบบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น อาทิ เส้นทาง Wellness Phetchaburi ส่งมอบสุขภาพดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ธรรมะและธรรมชาติ โดยร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านมาตรฐาน Wellness center อาทิ ชีวารักษ์, เพ ลา เพลิน, นาน่ารีสอร์ท และแนะนำ Spiritual Wellness แห่งใหม่ที่หุบเขาโพธิสัตว์ เส้นทาง Farm For Fun ส่งมอบความสุขสำหรับครอบครัว ชวนเที่ยวสวนเพชรเกาะอินทรีย์วิถีไทย ไร่เพชรมาลัยกุล ฟาร์มทะเลตัวอย่าง นาบุญข้าวหอม บ้านไร่กร่าง สถานีดีจังเขาวังเคเบิ้ลคาร์ และ KRSC Kids Camp เป็นต้น

“นอกจากการแนะนำกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก สินค้าชุมชนแล้ว ยังแนะนำเมนูอาหารท้องถิ่น เพื่อให้นักท่องเที่ยวตามหารสชาติของเพชรบุรี เพื่อกระตุ้นให้มีการเดินทางเข้าสู่ทั้ง 8 อำเภอของเพชรบุรี โดยททท.จะร่วมกับพันธมิตรจัดแคมเปญกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา การส่งเสริมให้เพชรบุรีเป็น Happy workplace สำหรับกลุ่มทำงานที่ไม่ใช้ออฟฟิศ โดย ททท.ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการเดินทางท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ธรรมชาติและวิถีชีวิตวัฒนธรรม อาทิ ป่าแก่งกระจาน หรือวนอุทยานเขานางพันธุรัต การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในชุมชนคนไม่เอาถ่าน บ้านถ้ำเสือ และกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเดิมด้วยเที่ยวตลาดแก่งกระจานอีโค่มาร์เก็ต ตลาดเพ ลา เพลิน แค้มปิ้งมาร์เก็ต ทริปนั่งรถไฟไปเพชรบุรี ทริปขับรถ EV ทริปปั่นจักรยาน เที่ยว Unseen New Chapter ถ้ำโบ้ the adventure อ.เขาย้อย รวมทั้งแนะนำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการสถานประกอบการที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาสภาพแวดล้อม โดย ททท.ยังได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าร่วมโครงการ TAT STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating ซึ่งเป็นการประเมินตนเองด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อรับดวงดาวแห่งความยั่งยืนจาก ททท.อีกด้วย”

ด้าน น.ส เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่าปัจจุบันพระราชนิเวศน์มฤคทายวันยังอยู่ในระหว่างการบูรณะ ทั้งในส่วนของระบบนิเวศตามธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมฯ เพื่อการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และจะเปิดเป็นปกติตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ซึ่งก่อนหน้านั้นจะมีการเปิดเป็นกรณีพิเศษในช่วงฤดูหนาว วันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชมกระบวนการอนุรักษ์ เนื่องจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของทุกคน ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์ฯ ด้วย โดยมูลนิธิมีกำหนดเปิดตัวกิจกรรมการแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา ประกอบการแสดงและดนตรี เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี บทพระราชนิพนธ์ ในวันที่ 25 – 26 พฤศจิกายน 2566 ณ สวนมัทนะพาธา พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเป็นกิจกรรมเริ่มต้นในการระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์ฯ กำกับการแสดงโดยครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้เปิดรับสมัครสมาชิกบูรโณปถัมภ์เพื่อการระดมทุนต่อเนื่อง จำนวน 109,600 รายเท่านั้น จึงขอเชิญผู้สนใจร่วมรักษาและสืบทอดมรดกของชาติร่วมสมัครสมาชิกดังกล่าว รายละเอียดเพิ่มเติมการสมัครสมาชิกสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊กเพจพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน หรือสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี TAT Phetchaburi หรือ Line@ : tat_phet หรือ โทร.032-471005 หรือ 1672 TAT Call center.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ เปิดเวทีฟังความเห็นพันธมิตรร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัด ปี 67

ททท.ประจวบฯ เปิดเวทีฟังความเห็นพันธมิตรร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัด ปี 67

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพันธมิตรด้านท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการตลาดท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดประจวบฯ รวมถึงทิศทางการดำเนินงานด้านตลาดการท่องเที่ยวของ ททท.ประจวบฯ ในปี 2567 โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมรับฟังแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานด้านตลาดการท่องเที่ยวของ ททท.สำนักงานประจวบฯ ประจำปี 2567 ว่ามุ่งสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดประจวบฯ ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจังหวัด ขายสินค้าที่เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแก่กลุ่มเป้าหมาย เพิ่มความถี่ เพิ่มการพักค้าง เพิ่มการใช้จ่ายในการเดินทางมาพื้นที ประจวบคีรีขันธ์ 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี ใช้แนวคิดนำเสนอความสุขที่ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านทุนวัฒนธรรม 5 F ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกพื้นที่และการจัดกิจกรรมกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด โดยโครงการที่เป็นเรือธงของ ททท.สำนักงานประจวบฯ ได้แก่ Prachuap Hap นำเสนอแนวคิดในการส่งเสริมตลาดและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในเรื่องของความสุขดีและสุขภาพดี ผ่านการนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยวไปยังกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกิจกรรม Hua Hin Yoga Festival การท่องเที่ยวเชิงกีฬา Muang Thai Triahtlon 2024 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา กิจกรรมแคมป์ปิ้งฮีลใจ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยพิชิตเขาล้อมหมวก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว กิจกรรมงาน Hua Hin Wine Expo 2023 กิจกรรมดนตรี งานประเพณีเทศกาล เป็นต้น

“โครงการ Amazing Weekday Prachuap Khiri Khan เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดและช่วงเทศกาล กระจายนักท่องเที่ยวให้เดินทางในพื้นที่ที่นำเสนอขาย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานในองค์กร ผ่านกิจกรรมด้านการตลาดและการสื่อสาร โครงการ Internal Tourism@Prachuap เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยให้เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านการนำเสนอขายสินค้า 5 F และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรูปแบบการเปิดประสบการณ์ เช่น กิจกรรม Amazing ช้างป่ากุยบุรี โครงการ Life Long lay Hua Hin ความสุขหยุดเวลา เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหัวหิน ผ่านสินค้าและกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น Wellness Vacations, สินค้า 5 F, ทุเรียนป่าละอู, การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ มวยไทย, กิจกรรมอาหาร, งานเทศกาลและประเพณีต่างๆ ของหัวหิน”

ทั้งนี้โครงการ Prachuap STAR Premium เป็นการเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหัวหินและประจวบคีรีขัน ธ์ด้วยการนำเสนอสินค้ามูลค่าสูง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีระดับและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรายได้สูง ผ่านนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยวมาตรฐาน ความยั่งยืนรางวัล STAR หรือรางวัล Tourism Awards สินค้าและบริการท่องเที่ยวระดับ Mid – High Spa Health & Wellness สินค้าการท่องเที่ยวประเภท Pet Friendly

ทั้งนี้ ททท.ประจวบคีรีขันธ์ ถือโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานพันธมิตรและสื่อมวลชนและขอขอบคุณภาคีเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างแน่นแฟ้น ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าในปี 2567 จะร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปสู่หมุดหมายความยั่งยืน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายอดุลชัย รักดำ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นประธานเปิดโครงการ “SME Restart เตรียมพร้อม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ เชื่อมโยงชุมชน สร้างรายได้แบบยั่งยืน” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ มีนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และสมาชิกสมาคม อาจารย์ยงยุทธ เจริญรัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาจารย์กฤติเดช ทองเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเมืองเก่าเพชรบุรี, ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำรงค์ และผู้ประกอบการ SME กว่า 50 คน เข้าร่วมรับฟัง

นายอดุลชัย รักดำ กล่าวว่า ในวาระแรกสมัยที่เข้ามารับตำแหน่งประธาน สทท. ได้ร่วมกันทำโครงการ SME Restart ในปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี ช่วงนั้นประเทศไทยเริ่มมีการเปิด Sandbox เป็นประเทศแรกๆ ของโลก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สทท. ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่อง New Normal เรื่องมาตรฐาน SHA และร่วมกันทำ Workshop กำหนดรูปแบบขั้นตอนการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จนประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก และได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ New Normal มากกว่า 4 แสนคนในปี 2562 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้รวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท ในปี 2566 นี้ สทท. ตั้งเป้าหมายว่าจะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคน และจะมากกว่า 40 ล้านคน ในปี 2567 เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราได้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยุคใหม่ให้สมดุลใน 4 มิติ คือ 1.สมดุลผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก SME ต้องอยู่รอด 2.สมดุลเมืองหลัก เมืองรอง ต้องมีการกระจายรายได้และเชื่อมโยงกัน 3.สมดุล Natural – Man made ต้องมีการเพิ่มสินค้าและบริการที่มนุษย์สร้างขึ้น 4.สมดุลแผนระยะสั้น ระยะยาว ต้องมีทั้งแบบ Quick Win และยั่งยืน มีทั้ง Hard Power และ Soft Power

“แต่เดิม การท่องเที่ยวของไทยขายเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ เราต้องเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกีฬา การเป็นเมืองเกษียณโลก เพิ่มมิติของการท่องเที่ยวสีเขียว BCG/SDG และเพิ่มเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยดิจิทัล ในยุคนี้คนท่องเที่ยวต้องเก่งขึ้น มีรายได้มากขึ้นจากการใช้ Marketing Tech ต่างๆ ทั้ง Youtube Tiktok Facebook Metaverse ไปจนถึงการใช้ Technology มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องต่างๆ เหล่านี้คือหลักสูตร Tourism Transform ที่ สสว. และ สทท. ได้พัฒนาร่วมกันเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว SME ให้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่และผมมั่นใจว่าการจัดกิจกรรมครั้งแรกนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการขยายความสำเร็จไปทั่วประเทศ และเป็นจุดหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งของโลกด้านการท่องเที่ยว” นายอดุลชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินติด TOP 100 แหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนโลก 2023

หัวหินติด TOP 100 แหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนโลก 2023

วันที่ 17 ตุลาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เปิดเผยว่าได้รับมอบรางวัล 2023 Green Destinations Top 100 Stories จาก น.ส.กนกวรรณ ศรีอรุณ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ หลังจากที่นายกเทศมนตรีมอบหมายให้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม Green Destinations 2023 ณ เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย เมื่อวันที่ 9 – 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลฯร่วมแสดงความยินดีที่สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

ทั้งนี้ที่มาของรางวัล Green Destinations Top 100 Stories เป็นการจัดอันดับโดยหน่วยงานระดับโลก Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB (Internation Tourism Borse) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคัดเลือกนี้จะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว มีผลให้เกิดการรับรู้ทางการตลาดได้อย่างกว้างขวาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทย สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะแบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่ด้วยกัน ได้แก่ Good Practice Story, Business & Marketing, Culture & Tradition, Environment & Climate, Government Reset & Recovery, Nature & Scenery และ Thriving Communities และในปี 2023 ประเทศไทยได้รับรางวัลถึง 4 แห่ง ที่สามารถติด TOP 100 ได้แก่ 1.เมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย 2.ในเวียง จังหวัดน่าน 3.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ 4.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม การประกาศผลครั้งนี้จะช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวที่แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป.