Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินระเบิดศึกลูกหนังเงินล้าน มีแข้งเดินสายทั่วประเทศร่วมโม่แข้ง 48 ทีม

หัวหินระเบิดศึกลูกหนังเงินล้าน มีแข้งเดินสายทั่วประเทศร่วมโม่แข้ง 48 ทีม

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผู้บังคับการกองอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และเป็นนายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คุณรัญชญา ช่วยพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อารีน่าหัวหิน และนายต่อศักดิ์ สายทอง ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชมรมฟุตบอลบ้านโปร่งใจหัวหิน ไบท์แอนด์ฟุตบอลคลับ ร่วมกันแถลงข่าวที่ห้องประชุม อารีน่า หัวหิน การแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการหัวหินโอเพ่นซุปเปอร์คัพ 2024 เอ็กทูเอสสปอร์ต จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน กระตุ้นการพัฒนาฟุตบอลให้มีการเล่นที่หลากหลาย สร้างโอกาสให้มีการเข้าร่วมแข่งขันในระดับประเทศ และสร้างเศรษฐกิจในฐานรากของท้องถิ่นเมืองหัวหินให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

การแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการหัวหินโอเพ่นซุปเปอร์คัพ 2024 เอ็กทูเอสสปอร์ต มีทีมฟุตบอลประเภทประชาชนจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 48 ทีม ชิงเงินรางวัลรวม 1,192,222 บาท โดยทีมชนะเลิศรับเงินรางวัล 1,011,111 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศจากชมรมฟุตบอลบ้านโปร่งใจหัวหิน ไบท์แอนด์ฟุตบอลคลับ รองชนะเลิศ 111,111 บาท อันดับสามร่วม ทีมละ 30,000 บาท ดาวซัลโวและผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ตำแหน่งละ 5,000 บาท การแข่งขันจะจัดขึ้นที่สนามฟุตบอลอารีน่าหัวหิน แข่งขันพร้อมกันสี่สนาม ในวันที่ 2 และ 3 มีนาคม 2567 ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก เพจบ้านโปร่งใจ พร้อมกันทั้งสี่สนามตลอดการแข่งขัน มีทีมดังๆ ที่สนใจมาร่วมแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ ทีมแตงโม แชมป์ประเทศไทย ฟุตบอลรายการ 7 คน คาราบาวคัพ ปี 2023, ทีมมหานคร ทีมแกร่งจากกรุงเทพมหานคร, ทีม PBDS FC จากจังหวัดเลย คุมทีมโดยประทุม ชูทอง อดีตนักเตะทีมชาติไทย, ทีมบุรีรัมย์เอฟซี แชมป์เงินล้านที่จังหวัดเชียงราย, ทีมมิรามาริน จากจันทบุรี, ทีมประตูผี จากจังหวัดเชียงใหม่, ทีมดาวเงิน 49 จากชะอำ เพชรบุรี, ทีมโปร่งใจเอฟซี, ทีมสุรรินทร์, ทีมโสกผักหวาน และทีมประภาคาร จากอำเภอสัตหีบ ชลบุรี.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ ระดมสมอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2567

ประจวบฯ ระดมสมอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2567

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดประชุมระดมความคิดเห็นในการส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1 ที่อาคารอเนกประสงค์ธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน อ.หัวหิน มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย นางปองทิพย์ วิวัฒนสิเนศวร นักวิเคราะห์นโยบายและชำนาญการพิเศษ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ รวม 61 หน่วยงาน เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ได้มาระดมความคิดเห็นร่วมกันว่าขณะนี้สถานการณ์เรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นเป็นอย่างไร และเราจะทำอย่างไร มีแผนงานโครงการที่จะทำให้การท่องเที่ยวของเรากลับมา และสุดท้ายเรื่องของการสื่อสาร ในการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยว ทั้งสามประเด็นนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่เป็นเลขาฯ นำไปสรุปและเสนอไปยังเวทีสองเวที เวทีแรกคือคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ เวทีที่สอง คือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (กรอ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

“ผมคิดว่าในเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยกลุ่มคนเท่านี้ อาจจะยังไม่เพียงพอ คิดว่าจะได้นำเรียนผู้บริหารของจังหวัดว่าจะทำอย่างไร จะสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ ซึ่งรู้ทั้งข้อมูล รู้ทั้งโอกาส รู้ทั้งข้อจำกัด อาจจะต้องมีเวทีแบบนี้ในอีก 8 อำเภอ ถ้าได้ตกผลึกเรื่องโอกาส เรื่องสถานการณ์ และเรื่องแนวทางที่จะผลักดันไปสู่ในระดับจังหวัดต่อไป” นายปรีดา กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธกส.ประจวบฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างฝายชะลอน้ำ

ธกส.ประจวบฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างฝายชะลอน้ำ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายนุกุล วัฒนากร ปลัดอาวุโสอำเภอบางสะพาน เป็นประธานร่วม ในกิจกรรมเรียงหินสร้างความแข็งแรงให้กับฝายชะลอน้ำบ้านไทรคู่ ที่บ้านไทรคู่ หมู่ 2 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสามารถ เอี่ยมวงษ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตกของ ธ.ก.ส. นางวิภารัตน์ สัมนักษร ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเดี่ยว อยู่ญาติมาก รองนายก อบต.ร่อนทอง นายบุญยฤทธิ์ แดงรักษา ปลัด อบต.ร่อนทอง นายสถาพร จานแก้ว ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาเกาะยายฉิม นายคณิตพงศ์ สังสกฤษ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.เกาะยายฉิม นายมงคล สุขประเสริฐ กำนันตำบลร่อนทอง พร้อมผู้ใหญ่บ้าน พนักงาน ธ.ก.ส. พนักงาน อบต.ร่อนทอง ครู นักเรียนโรงเรียนธนาคารออมสินและชาวบ้าน ร่วมกิจกรรม

นางวิภารัตน์ สัมนักษร กล่าวว่า ธ.ก.ส. สาขาเกาะยายฉิม ร่วมกับชุมชนบ้านไทรคู่ จัดกิจกรรมเรียงหินสร้างความแข็งแรงให้กับฝายชะลอน้ำบ้านไทรคู่ หมู่ 2 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งฝายแห่งนี้ได้รับงบประมาณค่าวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างจาก ธ.ก.ส. เป็นเงิน 150,000 บาท และชุมชนช่วยงานทดแทนค่าจ้างแรงงาน 25,000 บาท รวมงบประมาณในการก่อสร้าง 175,000 บาท โดยเป็นฝายแบบคอนกรีตเสริมเหล็กแทนดินเรียงหินท้ายฝาย กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 2 เมตร ขุดลอกลำห้วย ระยะทาง 100 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,000 ลูกบาศก์เมตร มีผู้ได้รับประโยชน์เป็นลูกค้าธนาคาร 42 ครัวเรือน เกษตรกรและชุมชนทั่วไป 65 ครัวเรือน รวม 107 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 1,786 ไร่ เป็นปาล์มน้ำมัน 330 ไร่ ยางพารา 622 ไร่ มะพร้าว 834 ไร่

นายสามารถ เอี่ยมวงษ์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้อยู่ในโครงการสืบสาน รักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างฝายชะลอน้ำ ที่ ธ.ก.ส.เห็นว่าเป็นโครงการที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อเกษตรกรลูกค้าและชุมชน ทั้งภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของชุมชน เป็นการสร้างความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการโครงการสร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงของตำบลทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ระจวบคีรีขันธ์ ภายใต้ชื่อ “ทองมงคลโมเดล” เป็นการนำน้ำจากน้ำตกไทรคู่ ซึ่งเป็นน้ำตกที่อยู่ในตำบลทองมงคลและมีน้ำตลอดทั้งปี ส่งน้ำเข้าสู่ระบบประปาที่มีอยู่เดิม ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับคนในตำบลทองมงคล อ.บางสะพาน มาตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน และได้สร้างฝายมาแล้วกว่า 20 แห่ง ปัจจุบันได้รับงบประมาณการสร้างอีก 2 แห่ง ได้แก่ฝายบ้านไทรคู่ หมู่ 2 ต.ร่อนทอง ซึ่งสร้างเสร็จแล้วจึงเกิดกิจกรรมเรียงหินในวันนี้ และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการที่ฝายบ้านห้วยพลู หมู่ 11 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สานฝันเยาวชนบางสะพาน สู่รั้วอุดมศึกษา

สานฝันเยาวชนบางสะพาน สู่รั้วอุดมศึกษา

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 กลุ่มเหล็กสหวิริยา ร่วมกับโรงเรียนบางสะพานวิทยา จัดโครงการส่งเสริมความรู้เยาวชนบางสะพาน พิชิตรั้วอุดมศึกษา นำคณะวิทยากรที่มากประสบการณ์และความสามารถ มาถ่ายทอดความรู้ ทบทวนบทเรียน เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนชั้น ม.6 ในการสอบ A – Level (Applied Knowledge Level) วิชาสามัญ เพื่อยื่นคะแนนศึกษาต่อมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีในประเทศไทย มีนักเรียน 524 คน จากสถานศึกษาอำเภอบางสะพานและอำเภอใกล้เคียง 7 แห่ง ได้แก่ รร.บางสะพานวิทยา รร.ธนาคารออมสิน รร.ทับสะแกวิทยา รร.ห้วยยางวิทยา รร.บางสะพานน้อยวิทยาคม รร.ชัยเกษมวิทยา รร.ธงชัยวิทยา เข้าร่วมรับฟังที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

โครงการส่งเสริมความรู้เยาวชนบางสะพาน พิชิตรั้วอุดมศึกษา เป็นโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองมาโดยตลอด ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากจะได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากเหล่าวิทยากรที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศทางวิชาการ กระตุ้นแรงจูงใจให้นักเรียนมีความต้องการที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้นด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.ไร่เก่าจัดโครงการลด คัดแยกขยะ พร้อมสอนทำขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็นไม้กวาด

อบต.ไร่เก่าจัดโครงการลด คัดแยกขยะ พร้อมสอนทำขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็นไม้กวาด

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายพีระ สุกิจปาณีนิจ นายก อบต.ไร่เก่า เป็นประธานเปิดโครงการลดและคัดแยกขยะ ที่ห้องประชุม อบต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายในเขตพื้นที่ อบต.ไร่เก่า เข้าร่วม พร้อมกับมีการสอนให้ทำไม้กวาดจากขวดพลาสติกให้ผู้เข้าร่วมอบรมอีกด้วย

จากแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด การพัฒนาของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล แผนยุทธศาสตร์ การพัฒนา อบต.ไร่เก่า พ.ศ.2566 – 2570 ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ไร่เก่า จึงจัดโครงการลดและคัดแยกขยะ ประจำปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักและเข้าใจในการจัดการขยะที่ต้นทาง ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและการเกิดก๊าซเรือนกระจก มี น.ส.จารุรินทร์ ส่งแจ้ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มาให้ความรู้ในเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย การจัดการขยะเปียกในครัวเรือน ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิลและขยะอันตราย นอกจากนี้ยังมีวิทยากรมาให้ความรู้และสอนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำไม้กวาดจากขวดพลาสติก ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน สืบสานพระพุทธศาสนา นำเยาวชนร่วมเวียนเทียนในวันมาฆบูชา

เทศบาลหัวหิน สืบสานพระพุทธศาสนา นำเยาวชนร่วมเวียนเทียนในวันมาฆบูชา

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานถวายผ้าป่าสามัคคี และประกอบพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถเนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดบุษยะบรรพต (เขาต้นงิ้ว) มีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล คณะครู นักเรียนในสังกัดเทศบาลและประชาชนประมาณ 300 คน เข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลและรับฟังพระธรรมเทศนา พร้อมกับปฏิบัติธรรม เพื่อน้อมนำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและสืบทอดประเพณีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

สำหรับวันมาฆบูชาปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์ 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วยองค์ 4 โดยมีโอวาทปาติโมกข์เป็นหลักคำสอนสำคัญ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมพระสงฆ์เหล่านั้น ในวันนี้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงพร้อมใจกันทำบุญตักบาตร รักษาศีลและเวียนเทียน เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชุดปฏิบัติการค้นหา นำป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัยขึ้นจากทะเล หลังอับปางนานกว่าปี

ชุดปฏิบัติการค้นหา นำป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัยขึ้นจากทะเล หลังอับปางนานกว่าปี

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 การปฏิบัติการกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัด (Light Salvage) บริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางในทะเลอ่าวไทย พื้นที่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 มีกำลังพลรอดชีวิต 76 นาย เสียชีวิต 24 นาย และสูญหาย 5 นาย โดยภารกิจในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยและสหรัฐอเมริกา กองทัพเรือไทยใช้เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 2 ลำ เรือตรวจการณ์ 2 ลำ เรือระบายพลขนาดกลาง 1 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 35 นาย ส่วนกองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้เรือ Ocean Valor พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยประดาน้ำและกู้ซ่อมเคลื่อนที่ ซึ่งประจำอยู่ที่ฐานทัพเรือในรัฐฮาวาย จำนวน 14 นาย เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ โดยวันนี้เป็นวันที่ 2 ของปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัย ชุดปฏิบัติการของกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ บนเรือ Ocean Valor ที่จอดเรืออยู่บริเวณอ่าวไทยใกล้จุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของปฏิบัติการ ชุดประดาน้ำผสมของกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการ จำนวน 3 เที่ยว ถอดป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัยทางกราบขวา แต่ไม่สามารถถอดออกมาได้ เนื่องจากป้ายยึดแน่นจากการที่สัตว์ทะเลเกาะอยู่บริเวณพื้นผิว ประกอบกับเวลาปฏิบัติการใต้น้ำไม่เพียงพอ จึงเลื่อนการเก็บกู้ป้ายมาดำเนินการในวันถัดไป จากนั้นได้ถ่ายภาพบริเวณเครื่องกว้านสมอ ทางเข้า (ฝา Hatch) หน้าเครื่องกว้านและรอยฉีกหน้าโครงกันคลื่น (Wave breaker) โดยการปฏิบัติการในวันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สภาพทะเลและอากาศไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ชุดประดาน้ำผสมกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ ได้วางแผนการดำน้ำ จำนวน 4 เที่ยว เที่ยวที่ 1 และ 2 เป็นการสำรวจตัวเรือภายนอก และดำน้ำเพื่อถอดป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัย เที่ยวที่ 3 และ 4 เป็นการดำน้ำเพื่อตรวจวัดรอยทะลุบริเวณหัวเรือ และตรวจสอบประตูผนึกกั้นน้ำบริเวณท้ายเรือ และบริเวณแท่นอาวุธปล่อย Aspide บริเวณท้ายเรือ จากการดำน้ำในช่วงเช้าของวันนี้ ชุดประดาน้ำผสมของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ สามารถนำป้ายเรือหลวงสุโขทัย ซึ่งเป็นสิ่งของชิ้นแรกที่นำขึ้นมาจากเรือได้เป็นผลสำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังเรือหลวงอ่างทอง เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัยบนเรือ Ocean Valor ได้ทักทายกำลังพลกองทัพเรือและกองทัพเรือสหรัฐ รวมถึงผู้บังคับการหน่วยดำน้ำกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ และสังเกตการณ์การปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นเตรียมการก่อนลงปฏิบัติการจนถึงขั้นการลงไปปฏิบัติงานใต้น้ำ

พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. กล่าวว่า “กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ตรงไปตรงมา และเอามาประกอบสิ่งที่ต้องการแถลงให้คนไทยทั้งประเทศทราบว่าเรือหลวงสุโขทัยจมไปเพราะอะไร ซึ่งต้องชัดเจน เมื่อฟังแล้วต้องเข้าใจ คำถามทั้งหมดต้องได้รับการอธิบาย ซึ่งจากการไปถ่ายรูปเรือหลวงสุโขทัยใต้น้ำ มีรอยปริบริเวณหัวเรือ ส่วนจะเกิดจากสาเหตุอะไร ขอให้รอข้อมูล พร้อมยืนยันว่ารอยปริดังกล่าว ไม่ได้ปริเนื่องจากสาเหตุการซ่อมบำรุง และต้องขอบคุณกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ได้ให้การช่วยเหลือในการปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะการประมูลกู้เรือหลวงสุโขทัยทั้งสองครั้งไม่สำเร็จ เพราะบริษัทที่เสนอตัวมา มีเอกสารรับรองคุณสมบัติไม่ครบตามที่กองทัพเรือต้องการ ส่วนงบประมาณที่เตรียมไว้กู้เรือนั้น ในส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนมา 90 ล้านบาท จะนำส่งคืนเพื่อให้รัฐบาลนำไปช่วยเหลือประชาชน ส่วนงบประมาณที่เตรียมไว้บางส่วน จะนำมาใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้ การเยี่ยมชมการปฏิบัติงานบนเรือ Ocean Valor ในวันนี้ ได้เห็นถึงความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการลำเลียงอุปกรณ์ดำน้ำมาจากฐานทัพเรือในฮาวาย มาลงเรือที่สิงคโปร์ และนำเรือมายังจุดดำน้ำแห่งนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นับเป็นการแสดงออกถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ร่วมกัน ให้สำเร็จลุล่วงตามจุดประสงค์อย่างปลอดภัย”

สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ จะอยู่ในขั้นตอนการสำรวจตัวเรือและค้นหาผู้สูญหาย โดยจะทำการดำลงไปถ่ายภาพตัวเรือทั้งภายนอกและภายใน เพื่อใช้ในการสืบสวนสาเหตุการจมของเรือ รวมถึงสำรวจและค้นหาผู้สูญหาย โดยจะใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติการประมาณ 5 วัน ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บกู้ยุทโธปกรณ์ และปลดวัตถุอันตรายในอีก 14 วัน รวมถึงการเก็บกู้สิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจของกำลังพลกองทัพเรือต่อไป ระยะเวลาในการปฏิบัติการทั้งสิ้น 19 วัน ทั้งนี้กองทัพเรือจะแจ้งความคืบหน้าในการปฏิบัติให้ทราบอย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน“รำลึก สู้ศึก”ส่งเสริมท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม

ประจวบฯ จัดงาน“รำลึก สู้ศึก”ส่งเสริมท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม

ช่วงเย็นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน“รำลึก สู้ศึก”ที่บริเวณชุมชนหัวบ้าน ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมบนถนนสู้ศึก ซึ่งมี Street Art เป็นจุดสนใจ

ภายในงานมีการประกวดการแต่งกายชุดญี่ปุ่น พร้อมแสดงความสามารถพิเศษ การแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่น และการแต่งกายสไตล์ญี่ปุ่นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารท้องถิ่น ร้านจำหน่ายอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารไทยและขนมหวานไทย ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน การออกบูธส่งเสริมกีฬาทางน้ำและมีกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวาดภาพของเด็กและเยาวชนอีกด้วย

สำหรับถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก เป็นถนนที่ได้รับการประกาศและจัดตั้งโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม 1 ใน 11 แห่ง เป็นชุดแรกเมื่อปี 2560 ซึ่งก่อนจะเป็นถนนสายวัฒนธรรมนี้ มีชุมชนเก่าแก่ มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเรียกว่าชุมชนเกาะหลัก ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ของชาวประมงและเป็นที่พักเรือที่จะเดินทางไปทางใต้ และต่อมามีประวัติศาสตร์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2484 เมื่อทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกเพื่อเดินทัพต่อไปยังประเทศพม่า หรือเมียนมา ในปัจจุบัน ณ อ่าวมะนาว กองบินน้อยที่ 5 หรือกองบิน 5 ในปัจจุบัน“ถนนสู้ศึก”ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นที่ประจักษ์มาจนถึงปัจจุบัน มีความยาวตั้งแต่เขาช่องกระจก ไปถึงชุมชนหัวบ้านและจรดทางเข้ากองบิน 5 เป็นที่ตั้งของของสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (ศาลหลักเมืองเก่า) บ้านเรือนของวีรชน และบ้านเก่าเล่าเรื่องที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและทรงคุณค่า ควรแก่การเรียนรู้และท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีที่พักโรงแรม ร้านอาหาร และมีกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของถนนสายวัฒนธรรม เช่น กิจกรรมตักบาตรเช้าวันอาทิตย์ การบรรเลงดนตรีไทยเดิมของคนในชุมชน กิจกรรมลีลาศของชมรมลีลาศประจวบฯ รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว ! ปฏิบัติการกู้เรือรบหลวงสุโขทัย กลางทะเลบางสะพาน

เริ่มแล้ว ! ปฏิบัติการกู้เรือรบหลวงสุโขทัย กลางทะเลบางสะพาน

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่บริเวณท่าเรือประจวบฯ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงบางระจัน เรือหลวงมันใน เรือ ต.997 ต.998 ที่เข้ามาจอดเทียบท่าตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดในช่วงเช้า โดยความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ โดยจะเริ่มปฏิบัติภารกิจในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 2567 มีภารกิจหลักคือการสำรวจภายนอกตัวเรือหลวงสุโขทัย ค้นหานายทหารเรือที่สูญหายอีก 5 นาย เก็บยุทโธปกรณ์ ปลดวัตถุอันตราย รวมถึงเก็บกู้สิ่งที่มีค่าทางจิตใจของกำลังพลกองทัพเรือ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารเรือได้นำสื่อมวลชนกว่า 40 คน ขึ้นรถบัสจากหาดทรายแก้วรีสอร์ท นำไปขึ้นเรือหลวงมันใน 783 และ ต.998 เพื่อเดินทางไปยังเรือหลวงอ่างทอง ที่จอดลอยลำอยู่กลางทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 ไมล์ทะเล ใกล้กับจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

ด้านสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ ออกประกาศที่ 20/2567 เรื่องให้ระมัดระวังการเดินเรือ หลังรับแจ้งจาก กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ ว่ามีแผนปฏิบัติภารกิจการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัยที่อับปาง ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 12 มีนาคม 2567 เป็นการเร่งด่วน โดยมีกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

ต่อมาเวลา 08.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาถึงเรือหลวงอ่างทอง โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย กองสะอาด ผบ.กองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ จากนั้นคณะของ ผบ.ทร. ได้ขึ้นเรือ ต.998 ไปยังเรือ Ocean Valor ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่จอดปฎิบัติงานห่างออกไปประมาณ 3 ไมล์ทะเล เพื่อเข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจในการร่วมปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่จากสหรัฐอเมริกา ที่ส่งเรือ Ocean Valor พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยประดาน้ำ และกู้ซ่อมเคลื่อนที่ (Mobile Dive and Salvage Unit) มาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย

พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่ากองทัพเรือขอขอบคุณทองทัพเรือสหรัฐที่มาร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ เรือ ocean valor เป็นเรือเปล่า ที่ต้องขนอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นเครื่องบินจากฮาวาย มาลงที่สิงคโปร์และนำอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นบนเรือ ocean valor เพื่อมาปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ โดยการดำสำรวจจะมีนักดำน้ำ ชุดละ 3 นาย โดยนักดำน้ำของไทยมี 35 คน นักดำน้ำสหรัฐฯ 14 คน ใช้เวลาดำลงถึงใต้ท้องเรือ 10 นาที มีเวลาทำภารกิจ ชุดละ 45 นาที และกลับขึ้นมาอีก 10 นาที สิ่งแรกหลังจากดำลงไป และจะนำขึ้นมาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจภายในวันนี้ คือป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัย ภารกิจครั้งนี้นับไปอีก 5 วัน จะถ่ายรูปเรือและค้นหาผู้เสียชีวิต สำรวจว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร วันที่ 6 ถึงวันที่ 19 จะเป็นการทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เป็นอันตรายและนำทุกอย่างที่สามารถนำขึ้นมาได้ขึ้นมา สิ่งของต่างๆ ที่มีคุณค่าทางจิตใจ เราจะนำไปทำอนุสรณ์สถานต่างๆและจะจบภารกิจนี้ภายใน 19 วัน ภารกิจครั้งนี้กองทัพเรือมีงบประมาณ 200 ล้านบาท เป็นงบของกองทัพเรือ 110 ล้านบาท เป็นงบของรัฐบาล 90 ล้านบาท ซึ่ง 90 ล้านบาทนี้ กองทัพเรือจะคืนให้รัฐบาลเพื่อให้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป จากการลงสำรวจ หากพบโครงกระดูกมนุษย์จะนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบ DNA และจะดำเนินการให้สมเกียรติเหมือนเช่นที่ผ่านมา ในส่วนของเรือหลวงสุโขทัย ยังคงตั้งเอียง 7 องศาเหมือนเดิม ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ได้ขอให้เสด็จเตี่ยช่วยให้การปฏิบัติลุล่วงไปด้วยดี วันแรกของการปฏิบัติภารกิจ ใต้ทะเลน้ำใสมาก ทำให้ไม่มีอุปสรรคใดๆ.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทางหลวงประจวบฯ รวบหนุ่มบัญชีม้า ขณะขับรถส่งของให้ลูกค้าในเขตหัวหิน

ทางหลวงประจวบฯ รวบหนุ่มบัญชีม้า ขณะขับรถส่งของให้ลูกค้าในเขตหัวหิน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล.ให้ตำรวจทางหลวงกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน, ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและบุคคลตามหมายจับ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. (ประจวบฯ) ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. และตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมตัวนายวัฒนา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ชาวสุพรรณบุรี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี คดีหมายเลขดำที่ อ5415/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ3227/2566 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 กระทำผิดฐานฉ้อโกง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 4 (1) วรรคสอง ได้ที่บริเวณถนนสายบายพาสชะอำ – ปราณบุรี ขาขึ้นกรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 30 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นำตัวมาสอบสวน

โดยก่อนนั้น ขณะที่ตำรวจทางหลวงออกตรวจตราอยู่บนถนนดังกล่าว พบรถกระบะส่งสินค้า ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน บธ – 6505 อ่างทอง บรรทุกรถจักรยานยนต์ผ่านมา แต่ด้านหลังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกให้จอด เพื่อขอตรวจสอบและพบนายวัฒนาเป็นผู้ขับขี่ ก่อนตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่านายวัฒนามีหมายจับติดตัวอยู่ และยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน ทั้งนี้สืบทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้เปิดบัญชีม้ารับจ้างขับรถส่งสินค้า ไปยังภาคอีสาน – ภาคกลาง – ภาคใต้ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนรถ พักแรมไม่เป็นหลักแหล่ง ทำให้ยากแก่การติดตามจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญามีนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.