Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปภ.เขต 4 ประจวบฯ ปักธงแดงตลอดแนวชายหาดสามร้อยยอด เนื่องจากคลื่นลมแรง

 ปภ.เขต 4 ประจวบฯ ปักธงแดงตลอดแนวชายหาดสามร้อยยอด เนื่องจากคลื่นลมแรง

ช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม 2568 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นำธงแดงมาปักไว้ตลอดแนวชายหาดสามร้อยยอด เตือนภัยประชาชน และนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ เนื่องจากคลื่นลมแรง จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย รวมทั้งทะเลอันดามัน ช่วงวันที่ 11 – 13 มกราคม 2568 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้อุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2568

ขณะที่บริเวณหาดสามร้อยยอดตลอดแนวพบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่น สภาพอากาศลมกำลังแรง ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้ชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด และบรรดาผู้ประกอบการโรงแรม ได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.เขต 4) จังหวัดประจวบฯ ได้นำธงแดงที่มีข้อความอันตรายห้ามลงเล่นน้ำ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน มาปักไว้ตลอดแนวชายหาดสามร้อยยอด พร้อมแนะนำนักท่องเที่ยวในช่วงมรสุมให้ตรวจเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง หากมีแจ้งเตือนพายุฝนหรือคลื่นทะเลสูง ควรงดการเดินทางและไม่ฝ่าฝืนลงเล่นน้ำในบริเวณจุดปักธงแดงแจ้งเตือนเป็นเขตอันตราย ควรเล่นน้ำในบริเวณที่กำหนดและสวมเสื้อชูชีพหรือห่วงยางขณะเล่นน้ำทุกครั้ง งดกิจกรรมต่างๆ ทางน้ำ ขณะหรือหลังจากฝนตกหนัก เพื่อลดเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อการจมน้ำได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.เขต 4) เผยว่า ในช่วงนี้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลจะเป็นช่วงหน้ามรสุม ส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงและคลื่นสูง ส่งผลให้ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดคลื่นใต้น้ำ กระแสน้ำย้อนกลับ คลื่นทะเลดูด และคลื่นซัดฝั่ง รวมไปถึงการโดยสารเรือเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อการจมน้ำได้ เพื่อความปลอดภัย จึงขอแนะข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทะเลช่วงหน้ามรสุม โดยตรวจสอบสภาพอากาศ และสถานที่ท่องเที่ยวให้ปลอดภัย หากมีประกาศแจ้งเตือนคลื่นซัดฝั่ง พายุลมแรงหรือฝนตกหนัก ควรงดเล่นน้ำหรือประกอบกิจกรรมทางน้ำอย่างเด็ดขาด ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ไม่ลงเล่นน้ำบริเวณที่มีระดับน้ำลึก คลื่นสูงและลมแรง หรือบริเวณที่มีกระแสน้ำย้อนกลับหรือคลื่นทะเลดูด รวมถึงสัตว์มีพิษต่างๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเล่นน้ำ งดประกอบกิจกรรมทางน้ำขณะหรือหลังฝนตกหนัก พร้อมสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาที่เล่นน้ำหรือสวมห่วงยางที่ได้มาตรฐานอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันคลื่นซัดหลุดออกจากลำตัว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย หากถูกคลื่นลมซัดออกจากฝั่งไปไกล ให้โบกมือขอความช่วยเหลือและใช้วิธีลอยตัวตามกระแสน้ำรอจนกว่าจะมีคนมาช่วย ห้ามว่ายทวนน้ำเด็ดขาดเพราะอาจทำให้หมดแรง รวมถึงเล่นน้ำในบริเวณที่กำหนดไว้หรือบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากเห็นธงสีแดงหรือสัญลักษณ์ แสดงว่าเป็นเขตอันตราย หรือเป็นเวลาคลื่นสูง ไม่ควรฝ่าฝืนลงเล่นน้ำเด็ดขาด นอกจากนี้ ให้นักท่องเที่ยวให้สังเกตธงสัญลักษณ์คำเตือนในการลงเล่นน้ำทะเลที่ปักไว้บริเวณชายหาด ซึ่งธงต่างๆ มีความหมาย ดังนี้ ธงแดง 2 ผืน หมายถึงปิดและงดทำกิจกรรม เนื่องจากมีความอันตรายมาก ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด ธงแดง 1 ผืน หมายถึง อันตราย ห้ามลงเล่นน้ำ ส่วนธงเหลือง หมายถึง ให้เล่นน้ำด้วยความระมัดระวัง และธงแดง – เหลือง หมายถึง บริเวณนี้มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) สามารถเล่นน้ำได้ ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ และป้ายเตือนอันตรายอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้การท่องเที่ยวทะเลเป็นไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผัวเมียขายประกัน จัดฉายหนังแก้บนปู่พระอุปคุต หลังทำยอดเกินเป้า

ผัวเมียขายประกัน จัดฉายหนังแก้บนปู่พระอุปคุต หลังทำยอดเกินเป้า

ช่วงหัวค่ำวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่บริเวณลานสวนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ใกล้กับวิหารหลวงปู่พระอุปคุต ริมชายหาด อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีการฉายหนังภาพยนตร์เพื่อถวายเป็นการแก้บนให้กับหลวงปู่พระอุปคุต หลังจากสามีภรรยาอาชีพขายประกัน มากราบไหว้ขอบุญบารมีจากหลวงปู่พระอุปคุต ให้สามารถขายประกันได้มากกว่าที่อธิษฐานไว้เสียอีก

น.ส.นันต์ธนัง นวลศรี หรือน้องอั๋น อายุ 29 ปี ชาวเพชรบุรี และนายอิทธิศักดิ์ คงธนาทรัพย์ หรือแก๊ป อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา เปิดเผยว่า พวกตนมีอาชีพขายประกันของบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ได้มากราบไหว้อธิษฐานจิต ขอพรจากหลวงปู่พระอุปคุตให้สามารถเก็บเบี้ยประกันจากลูกค้า ทำยอดให้กับบริษัทได้ตามเป้าหมายภายใน 1 ปี 2 ล้านบาท เนื่องจากศรัทธาในองค์หลวงปู่พระอุปคุตอยู่แล้ว หลังจากนั้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนทำยอดได้ 2 ล้านบาทจริงๆ จึงนำภาพยนตร์มาฉายแก้บนไปครั้งหนึ่งแล้ว และหลังจากเดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน ตนทำยอดให้กับบริษัทได้เพิ่มอีก 4 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 เดือน เลยนำภาพยนต์มาฉายแก้บนเป็นครั้งที่ 2 ในวันนี้ ที่ผ่านมาได้แก้บนล่าช้า รู้สึกว่าทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวกราบรื่น ติดขัดไปหมด หลังจากที่ได้แก้บนไปแล้วจะรู้สึกโล่งโปร่ง ทำอะไรลื่นไหล สะดวกคล่องตัว และในคืนวันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จะถึงนี้ ตั้งใจว่าจะมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเพ็ญพุธเที่ยงคืน ที่กลุ่มเพ็ญพุธประจวบได้จัดขึ้นด้วย

ทั้งนี้การตักบาตรเพ็ญพุธเที่ยงคืน ที่บริเวณวิหารหลวงปู่พระอุปคุต ริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ นั้น กลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้นเป็นประจำในวันขึ้น 15 ค่ำ วันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงที่ตรงกับทุกวันพุธ เนื่องจากเชื่อว่าพระอุปคุตจะเสด็จออกมาจากสะดือทะเล เพื่อมาบิณฑบาตโปรดชาวโลก กลุ่มเพ็ญพุธประจวบฯ จึงจัดพิธีทำบุญใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งในช่วงเวลาเที่ยงคืน โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่ได้ใส่บาตรกราบพระอุปคุต จะพบแต่ความโชคดี มีโชคลาภ และเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ในปีนี้การตักบาตรเพ็ญพุธที่บริเวณวิหารหลวงปู่พระอุปคุต หน้าสะพานสราญวิถี ริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ จัดขึ้นในคืนวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จะถึงนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 – 22.00 น.ร่วมกันสวดมนต์ เจริญสมาธิ แผ่เมตตาและฟังธรรมบรรยายจากพระอาจารย์มหาสมบูรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขาสนามชัย อ.หัวหิน เวลา 22.10 น.พิธีถวายสักการะบูชาแด่องค์หลวงปู่พระอุปคุต และอัญเชิญขึ้นเสลี่ยง เวลา 22.30 น.รำถวายองค์หลวงปู่พระอุปคุต เวลา 23.00 น.พระภิกษุสงฆ์ – สามเณร เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 23.30 น. พิธีการเชิดพญานาค และพิธีลั่นกลองชัย ถวายบูชาหลวงปู่พระอุปคุต และเวลา 00.01 น.พระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 40 รูป ออกเดินบิณฑบาตข้าวสาร – อาหารแห้ง โดยพุทธศาสนิกชนที่สนใจเข้าร่วมพิธี ควรสวมใส่เสื้อสีขาวมาร่วมงาน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลเพราะคลื่นลมแรง

หัวหินขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลเพราะคลื่นลมแรง

วันที่ 11 มกราคม 2568 จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย รวมทั้งทะเลอันดามัน ระหว่างวันที่ 11 – 13 มกราคม 2568 บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง กับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2568

ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน จ.ประจวบฯ เรือประมงเล็กชายฝั่งจำนวนมาก ต่างงดออกจากฝั่ง พากันจอดหลบคลื่นลมแรงขนาดสูง 2 – 4 เมตร ส่วนที่ชายหาดหัวหินตลอดแนว พบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่นสีคล้ำ สภาพอากาศค่อนข้างปิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้บรรดาโรงแรมและผู้ประกอบการชายหาดได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินเล่นริมชายหาดมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารชายหาดหลายรายปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถตั้งเก้าอี้เตียงผ้าใบได้ และคอยเฝ้าดูสภาพคลื่นและระดับน้ำทะเล หากน้ำทะเลหนุนสูงกว่านี้จะได้เร่งขนย้ายข้าวของได้ทัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

วันที่ 11 มกราคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 501 กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีนาวาอากาศเอกพงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมงานด้วยความสุกสนาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวเปิดงาน และเชิญพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “ความเป็นผู้รู้จักเวลา เป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้คนเราสามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต เด็กทุกคนจึงควรได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้รู้จักเวลา รู้ว่าเวลาใดควรปฏิบัติสิ่งใด แล้วปฏิบัติให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะแก่เวลาเสมอ”

จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้อ่านสารวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบของขวัญ ของรางวัลให้แก่กองบิน 5 เพื่อใช้ในการจัดงานและแจกให้กับเด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน

โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กองบิน 5 ได้จัดชุดการแสดง ได้แก่ การป้องกันภัยทางอากาศ การแสดงป้องกันฐานบินภาคพื้น การสาธิตดับเพลิง การแสดงชุดสุนัขทหาร พร้อมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องบินแบบต่างๆ และการบินโชว์สมรรถนะของเครื่องบินกริพเพ่น ซึ่งเด็กๆ ต่างพากันถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินและทดลองนั่งอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยมีกำลังพลทหารคอยควบคุมดูแล นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังได้มาร่วมจัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลมากมายในงาน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สีสันงานวันเด็ก แดนซ์เซอร์จิ๋วโชว์สเต็ปการเต้นไม่แพ้แดนเซอร์รุ่นใหญ่

สีสันงานวันเด็ก แดนซ์เซอร์จิ๋วโชว์สเต็ปการเต้นไม่แพ้แดนเซอร์รุ่นใหญ่

วันที่ 10 มกราคม 2568 ดร.อัญญารัตน์ นาเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม พร้อมคณะครู จัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ขึ้น ที่โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยะแหวนรังสรรค์) เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ในรูปแบบการละเล่นของเด็กไทย ภายใต้คำขวัญ “ทุกโอกาส คือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” มีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานและมีคณะผู้บริหารเทศบาล ปลัดเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

โดยงานวันเด็กปีนี้ โรงเรียนจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้การละเล่นของเด็กไทย จำนวน 12 ฐาน เพื่อปลูกฝังและสร้างการรับรู้การละเล่นแบบเด็กๆ ของไทยในอดีต เพื่อสืบสานไม่ให้สูญหาย ประกอบด้วย 1.ม้าก้านกล้วย 2.มอญซ่อนผ้า 3.เก้าอี้ดนตรีหรือม้าหมุน 4.รีรีข้าวสาร 5.วิ่งเปรี้ยว 6.งูกินหาง 7.กระโดดเชือก 8.เดินกะลา 9.กระต่ายขาเดียว 10.ขี่ม้าส่งเมือง 11.ตี่จับ และ 12.เสือกินวัว เป็นต้น แต่ที่น่าสนใจและเรียกเสียงกรี๊ดเสียงเฮฮา เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน รวมไปถึงผู้ปกครอง คณะครูและคณะผู้บริหารเทศบาลที่เข้าร่วมรับชม สร้างความประทับใจกับผู้ชมได้เป็นอย่างมาก คือลีลาท่าการเต้นโชว์แดนซ์เซอร์ของเด็กนักเรียนอนุบาล ในการแสดงต้อนรับคณะผู้บริหารเทศบาล เนื่องจากท่าเต้นของน้องๆ เด็กๆ เหล่านี้มีลีลาท่าเต้นที่สุดยอด ออกสเต็ปลวดลายการเต้นที่ไม่แพ้แดนเซอร์รุ่นใหญ่เลยทีเดียว

ดร.อัญญารัตน์ นาเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เปิดเผยว่า โรงเรียนจัดงานวันเด็กรูปแบบส่งเสริมการละเล่นของเด็กไทย ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เนื่องจากที่ผ่านมา โรงเรียนจัดงานวันเด็กในลักษณะการเล่นเกมต่างๆ แต่ปัจจุบันการจัดงานวันเด็กได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ มาเป็นการส่งเสริมการละเล่นและสร้างการรับรู้ให้เด็กนักเรียน ว่าการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อนมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการสืบสานการละเล่นของเด็กไทยๆ ไม่ให้สูญหายไป ซึ่งได้รับการสนใจจากเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก เด็กๆ ต่างชื่นชอบและเข้าร่วมกิจกรรมครบทุกฐาน โดยโรงเรียนจัดไว้ให้เด็กๆ ทั้งหมด 12 ฐาน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายโรงเรียนแจกของรางวัลมากมาย ในงานวันเด็กแห่งชาติ

หลายโรงเรียนแจกของรางวัลมากมาย ในงานวันเด็กแห่งชาติ

วันที่ 10 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงเรียนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาทิ โรงเรียนดรุณศึกษา โรงเรียนมัธยมสาธุการวิทยา ได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กันอย่างคึกคัก ภายในงานมีการแสดงโชว์เต้นของเด็กๆ การเล่นเกม และแจกของรางวัลมากมาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้ปกครองที่มาร่วมเชียร์ ร่วมส่งกำลังใจ และมอบดอกไม้ให้กับน้องๆ ที่เต้นอยู่บนเวที ซึ่งคําขวัญวันเด็กปีนี้ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มอบคำขวัญไว้ว่า“ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี โดยวันเด็ก 2568 นี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ในแต่ละพื้นที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเข้ามามีส่วนร่วม ในประเทศไทยจัดงานวันเด็กครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2498 ตามมติขององค์การสหประชาชาติ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับฤดูฝน อีกทั้งวันจันทร์ยังตรงกับวันทำงานและวันเปิดเรียน จึงได้มีมติเปลี่ยนวันเด็กให้ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปีแทน ปี พ.ศ.2499 จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และมีการมอบคำขวัญวันเด็กให้แก่เยาวชนเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติให้นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันเด็กสืบต่อกันมา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับไม่ถึงบ้าน ! หนุ่มใหญ่เดินเท้ากลับบ้านกลางดึก ถูกรถชนดับ 2 ศพ

กลับไม่ถึงบ้าน ! หนุ่มใหญ่เดินเท้ากลับบ้านกลางดึก ถูกรถชนดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 8 มกราคม 2568 ร.ต.อ.อิทธิพล คำหอม รองสารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนเดินเท้า มีผู้เสียชีวิตบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 314 + 424 หมู่ 8 บ้านนาทอง ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน เจ้าหน้าที่กู้ชีพ 1669 รพ.ประจวบฯ ร่วมตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ บนถนนทั้งสองฝั่งมืดสนิท ไม่มีเสาไฟส่องแสงสว่างทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเปิดไฟส่องสว่าง พบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และบาดเจ็บแผลถลอก 1 ราย รวม 3 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพได้ปฐมพยาบาล CPR ปั๊มหัวใจ เพื่อช่วยยื้อสัญญาณชีพกับผู้บาดเจ็บสาหัสทั้งสองราย แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายอายุประมาณ 30 – 40 ปี คิ้วแตก มีแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

สำหรับผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลบริเวณศีรษะ คาดว่าถูกกระแทกอย่างแรง มีเลือดไหลออกหู ปากและจมูกจำนวนมาก ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ห่างจากศพแรกประมาณ 40 เมตร ทราบชื่อตามบัตรประชาชน ชื่อนายพิชญุตม์ แช่มช้อย อายุ 19 ปี บ้านอยู่หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถัดออกไปอีกประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์รุ่น x max สีเทา – ทอง ทะเบียน 9 กม 9887 กรุงเทพฯ ล้มอยู่ข้างทาง สภาพรถด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน บังโคลนแตก ชิ้นส่วนกระจัดกระจายเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ตรวจสอบเอกสารภายในรถ พบสมุดบันทึกการฝึกงานของวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ แผนกช่างไฟฟ้ากำลัง 2 เล่ม และอีก 1 เล่มเป็นของนายพิชญุตม์ แช่มช้อย อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และเสียชีวิต นักศึกษาสาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณศีรษะ สาเหตุถูกกระแทกอย่างแรง หมวกกันน็อคที่สวมใส่แตกกระจาย

ด้านชาวบ้านพลเมืองดี เผยว่าหลังจากเกิดเหตุได้เข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากในที่เกิดเหตุมืดสนิท แสงไฟมีน้อยและมีรถวิ่งบนถนนจำนวนมาก ได้สอบถามผู้บาดเจ็บที่รอดชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินเท้าไปกับเพื่อนสองคน เพื่อกลับบ้านที่หมู่บ้านต้นเกตุ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ที่ขับมาบนถนนในเลนไหล่ทาง พุ่งเข้ามาชนระหว่างกลางผู้ชายสองคนที่กำลังเดิน ทำให้คนที่เดินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ส่วนรถจักรยานยนต์ได้ล้มและไถลไปกับพื้นถนน จากนั้นมีรถเก๋งที่วิ่งตามหลังมา พุ่งเข้าชนซ้ำอย่างจัง แล้วลากไปจากจุดชน เป็นเหตุให้หมวกกันน็อคที่คนขับสวมใส่แตกกระจาย ตัวรถพังเสียหายยับเยิน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นรถเก๋งได้ขับรถหนีไป ซึ่งผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กนักเรียน คาดว่าจะเดินทางกลับบ้านหลังจากฝึกงานเสร็จ ชาวบ้านฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยติดตั้งไฟส่องสว่างทางให้เห็นชัดเจน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบริเวณนี้บ่อยครั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบข้อมูลจากพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมา ระบุว่าผู้เสียชีวิตที่เดินเท้า ได้พยายามโบกรถตั้งแต่ทางเข้านิคมสร้างตนเองมาก่อนแล้ว สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสมาชิกของสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) แล้วหนีออกมาสองคนและมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่ต้นเกตุ แต่ไปไม่ถึง เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สายบุญ สายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว

สายบุญ สายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว

ขอเชิญร่วมพิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมดวงราชาโชค ราชาฤกษ์ ณ วัดหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.05 น. พิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมเกณฑ์ราชาโชค เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หนุนดวง เสริมดวง แก้ดวงที่ไม่ดีในปีมะเส็ง พ.ศ.2568 โดยจารึกดวงลัคนาราศี ใบแบ้งค์ดวงเศรษฐี กับเหรียญดวงพิชัยสงครามดวงเศรษฐี นำดวงเข้าประกอบพิธีเสริมดวงเป็นดวงมงคลแก่เจ้าของดวงชะตา ในเวลา “ราชาฤกษ์” ฤกษ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง เป็นราชาของฤกษ์เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของดวงชะตา ท่านที่ต้องการร่วมพิธีเสริมดวง แจ้งสำรองที่โดยตรง ณ วิหารบูรพาจารย์วัดหนองข้าวเหนียว อ.สามร้อยยอด หรือ line add : @879mumyx วันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 15.05 น. ร่วมเปิดรับพลังแห่งความมั่งคั่งให้ดวงของตัวเอง เสริมวาสนา โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง โดยพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ พิธีเทวาภิเษก พุทธาภิเษกเจริญพระคาถาเสริมดวงที่เป็นมงคลยิ่งกับเจ้าของดวงชะตา โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด มาร่วมกันเติมเต็มชีวิตด้วยสิริมงคล

“ดวงพิชัยสงคราม”สมัยโบราณมีตำนานเล่าขานมาว่าได้ต้นแบบการสร้างมาจากตำราพิชัยสงคราม เป็นตำราสำคัญที่ใช้วางแผนการรบการศึกสงครามในสมัยอดีต ออกแบบสร้างขึ้นโดยโหราจารย์ หรือพราหมณ์ที่ปรึกษาการรบที่มีความรู้และชำนาญในศาสตร์วิชาตำราพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นดวงพิชัยสงครามถือเป็นของสูง มีได้เฉพาะเจ้าเมืองแม่ทัพนายกองคนสำคัญๆ ในยุคสมัยนั้น และถือเป็นเวทย์ศาสตรา สิ่งคุ้มครองป้องกันดวงชะตาที่ประจุในดวงพิชัยสงครามอีกทางหนึ่ง ดวงพิชัยสงครามเป็นการวางค่ายกลด้วยอักขระเลขยันต์ และคาถายันต์ เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเช่นเดียวกับตำราพิชัยสงคราม ดวงพิชัยสงครามจึงถือเป็นสุดยอดแห่งวิชาการหนุนดวงเสริมดวง ที่ผู้ใดได้ทำไว้บูชาดวงชะตาแล้ว ถือเป็นสิริมงคลต่อตนเอง จะแก้ไขเรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นดี เป็นดวงมหาชนะ ดวงมหาสำเร็จ เมตตามหานิยม เป็นดวงของผู้ชนะโดยตลอด ชนะปัญหาและอุปสรรค ชนะการแข่งขัน ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรให้พ้นไปจากดวงชะตา บูชาดวงพิชัยสงครามแล้วจะช่วยชักนำให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี

แล้วพบกันในวันงาน แผนที่วัดหนองข้าวเหนียว : https://maps.app.goo.gl/smdGdjuxcuJB1MxQA.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำชาวหัวหินร่วมถวายภัตตาหารพระราชทานแด่คณะสงฆ์โครงการจาริกธุดงค์ฯ

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำชาวหัวหินร่วมถวายภัตตาหารพระราชทานแด่คณะสงฆ์โครงการจาริกธุดงค์ฯ

วันที่ 8 มกราคม 2568 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระครูภาวนาสีลวิสุทธิ์ (พระอาจารย์จรัน อนังคโน) รองเจ้าคณะอำเภอศิลาลาด เจ้าอาวาสวัดอุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีถวายภัตตาหารพระราชทานแด่คณะสงฆ์ โครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตราเผยแพร่ธรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่วัดหนองคร้า ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีพระเถรานุเถระ คณะพระภิกษุสงฆ์และสามเณรในโครงการจาริกธุดงค์ฯ นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนชาวหัวหินจำนวนมากร่วมในพิธี

ด้วยจังหวัดศรีสะเกษ แจ้งว่าคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ โดยพระครูภาวนาสีลวิสุทธิ์ วัดอุทยานธรรมดงยาง จัดโครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตราเผยแผ่ธรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำคณะสงฆ์ สามเณร อุบาสก ออกจาริกธุดงค์ ฝึกฝนขัดเกลาพัฒนาตนเองและเผยแพร่หลักธรรมคำสอนให้เกิดความเจริญในธรรมของพระพุทธศาสนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยพระภิกษุในไทยและจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วม กว่า 500 รูป ซึ่งกำหนดเริ่มออกเดินจาริกธุดงค์ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2567 – วันที่ 18 มกราคม 2568 จากวัดมหาธาตุวชิรมงคล ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผ่านจังหวัดพังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบฯ เพชรบุรี ราชบุรี และสิ้นสุดการจาริกธุดงค์ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร จ.นครปฐม โดยในวันที่ 9 มกราคม 2568 คณะสงฆ์ฯ จะเข้าพักปฏิบัติธรรมจำวัดและทำภัตตกิจ ฉันภัตตาหารเพล ที่บ้านเพชรบำเพ็ญ ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ คารถจักรยานยนต์ ทนหิวในป่าไม่ไหวมอบตัวแล้ว

ไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ คารถจักรยานยนต์ ทนหิวในป่าไม่ไหวมอบตัวแล้ว

วันที่ 7 มกราคม 2568 จากกรณีนายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ดักยิงนายปิติกร จันทรวิจิตร อายุ 40 ปี สามีปัจจุบันของนางธัลศิตา สายเส็ง อายุ 30 ปี และนายธงชัย สุขสมัย อายุ 38 ปี เพื่อนของนายปิติกรเสียชีวิต ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน รวม 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา บริเวณถนนสายชนบท หมู่บ้านย่านซื่อ – โปร่งแดง หมู่ 12 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านญาติ ป่าสวนยางพารา และป่าแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย – เมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนตัว โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจค้นควานหาตัว พร้อมใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก. สภ.อ่าวน้อยได้ขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขณะประชุมประจำเดือน ให้ช่วยสำรวจตรวจตา พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 5 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา นายเขื่อน หรือนายไพศาล คณา ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย โดยประสานผ่านญาติ เนื่องจากถูกกดดันไม่ไหว ลงมาหาเสบียงอาหารไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดนด้วยความยากลำบาก ซึ่ง ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าของคดีได้สอบสวนเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบไปแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากทุกหน่วย และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ทั้งโดรนบินสำรวจ สุนัขดมกลิ่น ตำรวจ ทหาร ตชด. เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นและกดดันในพื้นที่ทุกช่องทาง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณในป่าเขตติดต่อชายแดนไทย – เมียนมา อย่างต่อเนื่องนานถึง 15 – 16 วัน และช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา นายเขื่อนผู้ก่อเหตุได้แอบลงจากภูเขา มาพบญาติเพื่อขอประสานเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และส่งฝากขังที่ศาลไปแล้ว ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาประสงค์ไม่ยินยอมที่จะทำแผน เนื่องจากหวั่นเกรงญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ และเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว จึงเดินทางมาที่สถานีตำรวจจำนวนหลายคน เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงจริง และได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ในป่าไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน ซึ่งตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน ถึงแม้ไม่มีหลักฐานเป็นอาวุธปืน ก็มั่นใจว่าเอาผิดได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับผู้ตายที่เป็นสามีใหม่และหึงหวง ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจเถื่อนชายแดน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ก็เป็นเพื่อนสนิทของผู้ก่อเหตุ แต่เนื่องจากกลางคืนมืดมองไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคงไม่ยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ก่อนส่งฝากขังที่ศาล รอการพิจารณาต่อไป.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน