Categories
ข่าว ทั้งหมด

องคมนตรี มอบถุงพระราชทานตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน ให้แก่ราษฎรในถิ่นทุรกันดารที่หัวหิน

องคมนตรี มอบถุงพระราชทานตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน ให้แก่ราษฎรในถิ่นทุรกันดารที่หัวหิน

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบสิ่งของพระราชทาน ตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน สืบสาน รักษาและต่อยอดพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่โรงเรียนอานันท์ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ร่วมพิธี โดยองคมนตรีได้ประกอบพิธีมอบถุงพระราชทาน จำนวน 500 ชุด จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้แก่ราษฎรเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเชิญพระราชกระแสความห่วงใย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ราษฎร

จากนั้น องคมนตรีได้มอบทุนการศึกษาพระราชทานของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ให้แก่ ดช.สุภกิจจ์ รัตนสูตร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอานันท์ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และทุนการศึกษาพระราชทานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ให้แก่ ดญ.ไอยวรินทร์ เครือแตง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปากเหมือง ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ, มอบพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ให้แก่ผู้แทนหน่วยงาน 11 แห่ง, มอบสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนให้โรงเรียน 26 แห่ง, มอบเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ให้แก่โรงเรียนวัดเกษตรกันทราราม อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ, มอบทุนบำรุงการศึกษาจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ให้แก่โรงเรียนอานันท์ และมอบรถเข็นวีลแชร์ 15 คัน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ยากไร้

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา และต่อยอดพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พร้อมรับทราบปัญหาความเดือดร้อน นำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการจัดโครงการในครั้งนี้ มีหน่วยงานต่างๆ ร่วมออกหน่วยบริการให้แก่ประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลหัวหิน จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการด้านสุขภาพ, สำนักงานอัยการสูงสุด ให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมาย, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้บริการรับเรื่องร้องเรียน พร้อมจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนอานันท์ กว่า 50 คน เรื่อง “ความรู้เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชน” และ “หน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560”, มูลนิธิพระดาบส ให้บริการซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ บริการตัดผมฟรี, กองทัพบกจัดโรงครัวพระราชทาน ปรุงประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ มีประชาชนมาร่วมรับบริการเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มใหญ่ตักข้าวใส่หม้อเตรียมหุง คว้าปลั๊กไฟมาเสียบ ไฟรั่วช็อตสายไฟดับคาที่

หนุ่มใหญ่ตักข้าวใส่หม้อเตรียมหุง คว้าปลั๊กไฟมาเสียบ ไฟรั่วช็อตสายไฟดับคาที่

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 พ.ต.ต.ประสงค์ จาตุรงค์ พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีเหตุไฟฟ้าช็อตคนเสียชีวิต ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง เลขที่ 16/10 หมู่ 7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี พร้อมประสานแพทย์ รพ.กุยบุรี ร่วมตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นฟาร์มวัวเนื้อ ปลูกห้องแถวชั้นเดียวหลายห้อง ในห้องที่ 10 ภายในห้องพบร่างชายคนหนึ่งนอนบนพื้นห้อง นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น สีดำ ไม่สวมเสื้อ ที่ขาซ้ายและลำตัวมีสายไฟพันอยู่ ที่มือขวากำสายไฟที่มีลักษณะคล้ายรอยต่อ มีเทปพันสายไฟสีดำพันอยู่ ข้างลำตัวมีหม้อหุงข้าวขนาดเล็กวางอยู่ ในหม้อมีข้าวสารใส่เพื่อเตรียมหุง มีข้าวสารหกกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่า MYINT TUN หรือเพื่อนๆ เรียกว่า นายทอง อายุ 52 ปี ชาวเมียนมา ทำงานเป็นลูกจ้างของโรงงานสับปะรดในอำเภอกุยบุรี

จากการสอบถามนายนิกร คีรีนิล เจ้าของบ้านที่นายทองเช่าอยู่ เล่าว่า นายทองเพิ่งมาอาศัยที่ห้องอยู่ได้ 2 เดือน นิสัยส่วนตัวเป็นคนดี แต่ชอบดื่มเหล้าเพราะเสียใจที่ถูกเมียทิ้ง วันนี้ตนออกมาให้นมลูกวัว ได้ยินเสียงพัดลมดังอยู่ในห้อง ก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเดินผ่านห้องนายทอง เห็นว่าประตูเปิดอยู่ จึงเรียกนายทอง เพราะคิดว่าไม่สบาย เนื่องจากปกตินายทองจะไปทำงานแต่เช้า แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ตะโกนเสียงดังก็ไม่ลุก ชวนเพื่อนอีกคนเข้าไปดู เห็นสายไฟพันตัวอยู่ จึงไปสับสะพานไฟลง ก่อนเข้าไปดูพบว่าไม่หายใจแล้ว ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลกุยบุรีและฝ่ายปกครอง ตรวจสถานที่เกิดเหตุ และตรวจพลิกศพแล้ว พบว่าที่มือขวากำสายไฟอยู่ มีร่องรอยไหม้ที่หน้ามือ เมื่อนำสายไฟออกมาพบว่ามีสายทองแดงโผล่ออกมา คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่ไฟรั่วและทำให้ช็อตนายทองจนเสียชีวิตดังกล่าว จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมโครงการสืบสานพระราชปณิธานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมโครงการสืบสานพระราชปณิธานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พ.ต.ท กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน ที่โรงเรียนอานันท์ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต กล่าวว่าโครงการสืบสานพระราชปณิธานเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา และต่อยอดพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พร้อมรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งนี้ มีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบความช่วยเหลือพระราชทานแก่ราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนเชิญพระราชกระแสความห่วงใย และสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ และองค์กรที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแลในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่างๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรสืบไป อาทิ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์จัดถุงยังชีพพระราชทาน 500 ชุด มูลนิธิพระดาบสออกหน่วยให้บริการด้านต่างๆ โรงพยาบาลรามาธิบดีร่วมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการด้านสุขภาพ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้บริการรับเรื่องร้องเรียน สำนักงานอัยการสูงสุดให้ความรู้และบริการปรึกษาด้านกฎหมาย มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชนและสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยสนับสนุนทุนการศึกษา มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้สำหรับเยาวชน และมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกล

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมจัดกิจกรรมภายในงานหลากหลาย มีทั้งนิทรรศการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมการจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนอานันท์ กว่า 50 คน เรื่อง “ความรู้เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมของประชาชน” และ “หน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงการรักษาสิทธิประโยชน์และการเข้าถึงความเป็นธรรม รวมทั้งตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของพลเมืองที่ดี สร้างจิตสำนึกการเป็นประชาชนที่มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย อีกกิจกรรมที่สำคัญ คือ การออกหน่วยรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้บริการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย ตลอดจนจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งมีพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหัวหินเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้นำเสนอผลการแก้ไขปัญหาเรื่องเรียนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีปัญหาน้ำท่วมขังตามสันดอนทรายบริเวณชายหาดเขาเต่า ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อประธานในพิธีเพื่อทราบด้วย

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีบทบาท หน้าที่และอำนาจในการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรม และเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เกี่ยวข้องได้ และเนื่องจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีที่ตั้งเพียงแห่งเดียว คือที่กรุงเทพมหานคร ประชาชนในต่างจังหวัดอาจยังไม่รู้จักเท่าที่ควร หรืออาจยังจำสับสนกับหน่วยงานอื่น ด้วยเหตุนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้จัดเจ้าหน้าที่ออกหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ บริการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาท หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตลอดจนช่องทางการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ที่โรงเรียนอานันท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนยังสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ เช่น โทรศัพท์สายด่วน 1676 (โทรฟรีทั่วประเทศ) ทางอินเทอร์เน็ต www.ombudsman.go.th และทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชัน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

โค้ชเอกนำทีมหมูป่า ฟาดแข้งฟุตบอลเยาวชน “Copa Tailandesa 2024” 16 – 18 มิถุนายนนี้ ที่อารีน่าหัวหิน

โค้ชเอกนำทีมหมูป่า ฟาดแข้งฟุตบอลเยาวชน “Copa Tailandesa 2024” 16 – 18 มิถุนายนนี้ ที่อารีน่าหัวหิน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวิลล์ โรบินสัน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย “โค้ชเอก” นายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้บริหารทีมเอกพลอะคาเดมี (อดีตผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า) และนายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ U19 ลีกเยาวชน Copa Tailandesa 2024 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มิถุนายนนี้ ที่อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก

“โค้ชเอก” นายเอกพล กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกับรายการดีๆ ในการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ U19 ลีกเยาวชน Copa Tailandesa 2024 ถือเป็นลีกฟุตบอลถ้วยใหม่แกะกล่อง ที่พร้อมจะจุดประกายโอกาสสำคัญให้กับน้องๆ เยาวชนที่สนใจในกีฬาฟุตบอลได้แสดงความสามารถเพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่นักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยมี 4 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในระบบพบกันหมดได้แก่ เอกพลอะเคดามี (ทีมเอกพลอะคาเดมี หมูป่าเอฟซี) จากแม่สาย จ.เชียงราย, หัวหินซิตี้ เอฟซี (Hua Hin City FC) จ.ประจวบฯ, Academia Real International จากเมืองมาลากา ประเทศสเปน ส่วนอีกทีมรอยืนยันสัปดาห์หน้า ทำการแข่งขัน 2 แมตซ์ต่อวัน เริ่มเวลา 08.00 น. และ 10.00 น. แข่งรอบตัดเชือกวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ไฮไลท์ในงานที่แฟนผีแดงไม่ควรพลาด คือการประมูลเสื้อพร้อมลายเซ็นของนักเตะโอลด์แทรฟฟอร์ด รายได้จะมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส ก่อนส่งท้ายด้วยคำกล่าวที่เต็มเปี่ยมแรงผลักดันจาก “ช็อคกี้” สมาชิก 5 คน จากหมูป่าเอฟซี ที่จะมาร่วมดวลแข้งใน Copa Tailandesa 2024 รวมถึงการปรากฏตัวของนายเวิร์น อันสเวิร์ธ หนึ่งในทีมนักดำน้ำ ที่ร่วมปฏิบัติการนำสมาชิกทีมหมูป่ากลับคืนสู่ครอบครัวของพวกเขา กับการนำเสนอแรงบันดาลใจ “Never Give Up” ระหว่างการเข้าพักเพื่อร่วมกิจกรรมในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน

ในระหว่างกิจกรรมเก็บตัว 3 วัน ผู้สนใจยังสามารถเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับทีมอะคาเดมี ทั้งสองทีม รวมถึงการแข่งขันยิงลูกโทษการกุศลหน้าหาด งานปาร์ตี้ละตินในวันที่ 18 มิถุนายน ณ เดอะสเตเบิ้ล ของโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน นำโดย “ไบรอัน แมคแคลร์” ศูนย์หน้าดาวยิงระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมปีศาจแดง เป็นแขกพิเศษในการมอบถ้วยชนะเลิศ Copa Tailandesa 2024 และรางวัลอื่นๆ ให้แก่นักเตะดาวรุ่งในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานักเตะในท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษ สว.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีส่วนในการพัฒนาและสนับสนุนวงการกีฬาและฟุตบอลไทยมาร่วมเป็นเกียรติในงานอีกด้วย

นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การจัดครั้งนี้เป็นการจัดงานการกุศลที่ให้เยาวชนของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี – ประจวบฯ ได้มีโอกาสมาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การฝึกทักษะจากมืออาชีพนักกีฬาเยาวชน และจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เยาวชนในการเดินทางสายฟุตบอล ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดต่อไปในอนาคต

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า การแข่งขันดังกล่าวจะเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ให้เดินทางมาชมและสามารถต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบฯ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม และเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน – ชะอำได้ดียิ่งขึ้น

ด้านนายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า ยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมส่งเสริมและให้โอกาสน้องๆ ที่สนใจในกีฬาฟุตบอลและกีฬาทุกประเภท โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน คงไม่สามารถสร้างสรรค์งานระดับนี้ได้เพียงผู้เดียว หากขาดความร่วมมือและการเริ่มต้นจากหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือจากบุคคลที่มีใจรักกีฬาและเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในสปิริตของการไม่ยอมแพ้ การส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาในการฝึกฝนกับนักฟุตบอลระดับอาชีพ รวมถึงได้มีโอกาสเรียนรู้กับนักฟุตบอลระดับตำนาน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับองค์กรของเรา สำหรับการแข่งขันฟุตบอล Copa Tailandesa 2024 เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่อารีน่าหัวหิน ระหว่าง 16 – 18 มิถุนายนนี้ สำหรับบัตรเข้าร่วมปาร์ตี้ละตินในวันที่ 18 มิถุนายน สามารถติดต่อได้ที่ admin@copatailandesa.com.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘สุทิน – มาริษ’ ลงพื้นที่ด่านสิงขร หารือพัฒนาเป็นด่านถาวร รองรับเศรษฐกิจ 2 ประเทศ

‘สุทิน – มาริษ’ ลงพื้นที่ด่านสิงขร หารือพัฒนาเป็นด่านถาวร รองรับเศรษฐกิจ 2 ประเทศ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพลของหน่วยกำลังพลของกองทัพบกในพื้นที่ ที่ลานจอดอากาศยาน กองบิน 5 อ.เมืองประจวบฯ มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พ.อ.วีระชัย ศิระสากร รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ให้การต้อนรับ จากนั้นทั้งหมดได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดผ่อนปรนพิเศษ ด่านสิงขร – มูด่อง อ.เมืองประจวบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับเมียนมา โดยมีพลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วุทธยา จันทมาศ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ เพื่อติดตามศักยภาพของด่านดังกล่าว พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน อาทิ หอการค้าจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารตลาดทะเลไทย และผู้ประกอบการอื่นๆ โดยชูการทูตเสริมสร้างประโยชน์ในมิติเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเศรษฐกิจการค้าพื้นที่ชายแดนให้สอดคล้องกับนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกของรัฐบาล

สำหรับด่านสิงขร – มูด่อง เป็นด่านพรมแดนที่มีศักยภาพ และเป็นอีกทางเลือกในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังเมียนมา ที่สามารถจะร่นระยะเวลา และค่าขนส่งสินค้าต่อไปยังจีนและมาเลเซียได้ นอกเหนือจากจุดผ่านแดนแม่สอด – เมียวดี ซึ่งจุดผ่อนปรนนี้ มีมูลค่าการค้าชายแดนเมื่อปี 2566 สูงเป็นอันดับ 3 รองจากด่านแม่สอด – เมียวดี และด่านพุน้ำร้อน – ทิกิ คือ จำนวนกว่า 37,864 ล้านบาท ซึ่งสินค้าส่งออกหลักๆ ไปเมียนมา ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค พลาสติก อุปกรณ์ก่อสร้าง และผลไม้ แต่หลังจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา ทำให้การส่งออกสินค้ามีจำนวนลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ นายมาริษและนายสุทินได้รับทราบถึงศักยภาพของธุรกิจอาหารทะเลจากนักลงทุนไทย และกรณีที่ฝ่ายเมียนมา มีความต้องการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ แต่ยังไม่มีกำลังการผลิต จึงถือเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับนักลงทุนชาวไทย นอกจากนี้ รัฐบาลได้รับข้อเสนอเรื่องการพัฒนาด่านสิงขรให้เป็นด่านถาวรต่อไป แต่จะต้องพูดคุยผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ และแสวงหาการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนชาวไทย และชาวเมียนมาต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การไฟฟ้าเตรียมพร้อมก่อสร้างระบบสายส่ง และสถานีจ่ายไฟฟ้าหัวหิน 4

การไฟฟ้าเตรียมพร้อมก่อสร้างระบบสายส่ง และสถานีจ่ายไฟฟ้าหัวหิน 4

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายเทพธำรงค์ สะตะรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมงานก่อสร้างระบบสายส่ง 115 KV และสถานีจ่ายไฟฟ้าหัวหิน 4 มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายกัมธร เขียวงาม ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักช่าง หน่วยงานราชการส่วนเกี่ยวข้อง บริษัทเคเบิ้ลหัวหิน พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานสายสื่อสาร เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อม ที่ห้องประชุมอาคาร 2 ชั้น 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน

ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน มีแผนงานก่อสร้างสถานีจ่ายไฟฟ้าหัวหิน 4 ที่ซอยหัวหิน 9 และก่อสร้างขยายเขต ระบบสายส่ง 115 KV ระหว่างบ้านหนองขอน – ซอยหัวหิน 9 เพื่อจ่ายไฟให้กับสถานีจ่ายไฟฟ้าหัวหิน 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และปริมาณการใช้ไฟฟ้าในเขตอำเภอหัวหินให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น.

ภาพ/ข่าว : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ป้าวัย 62 ปี นอนเสียชีวิตในบ้านร้าง เซ่นอากาศร้อน ก่อนวันเกิดเพียงวันเดียว

ป้าวัย 62 ปี นอนเสียชีวิตในบ้านร้าง เซ่นอากาศร้อน ก่อนวันเกิดเพียงวันเดียว

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีคนเสียชีวิตอยู่ในบ้านร้างแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหนองมะซาง หมู่ 3 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน ชั้นเดียว ในพ้องพักที่ก่อด้วยอิฐบล็อก สภาพเก่าทรุดโทรม ภายในห้องพบร่างหญิงคนหนึ่งนอนหงายอยู่บนที่นอน นุ่งผ้าถุงตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ ที่ปลายเท้าเปิดพัดลมอยู่ ตรวจสอบโดยรอบไม่มีร่องรอยการรื้อค้นหรือการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทราบต่อมาว่าผู้เสียชีวิตคือนางยินดี แดงกระจ่าง ซึ่งจะมีอายุครบ 62 ปี ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้

นายวี แดงโชติ อายุ 82 ปี เล่าว่าตนรู้จักนางยินดีมานานแล้ว โดยนางยินดีมีลูกอยู่ที่อำเภอปราณบุรี และ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ แต่ผู้ตายมักไม่ยอมอยู่บ้านหรืออยู่กับลูกคนใด แต่มีรถซาเล้งอยู่คันหนึ่ง จะขี่รถตระเวนไปเรื่อย ซึ่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางยินดีขี่รถมาที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเคยอาศัยอยู่เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้ปล่อยร้างมานาน ตนยังชวนนางยินดีไปกินข้าวด้วยกัน แต่ผู้ตายไม่ไป จนมาตอนเช้ามาเรียกอีกครั้ง ผู้ตายก็ยังไม่ไปอีก จนกระทั่งบ่าย จึงเข้ามาดูอีกครั้ง พบว่าห้องล็อคจากข้างใน เรียกไม่มีใครตอบ จึงชวนหลานอีกคนมาช่วยกันงัดประตูเข้าไป ก็พบว่านางยินดีเสียชีวิตอยู่ในสภาพดังกล่าว จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้บันทึกภาพและคำให้การไว้เป็นหลักฐาน เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากอากาศที่ร้อนจัด บวกกับผู้ตายอาจอ่อนเพลียจากการยังไม่ได้กินอาหารร่วมด้วย ทั้งนี้สาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์อีกครั้ง.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตต้อนรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวรัสเซีย ทำอาหารไทย – เพ้นท์ผ้าบาติก เผยแพร่วัฒนธรรมไทย

บลูพอร์ตต้อนรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวรัสเซีย ทำอาหารไทย – เพ้นท์ผ้าบาติก เผยแพร่วัฒนธรรมไทย

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ นำโดยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหารเครื่องดื่มและการท่องเที่ยวจากสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงแนวนโยบายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย – รัสเซีย มีนายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก, น.ส.มัทนีย์ แก้วปัญญา อัครราชทูตที่ปรึกษา, Mr. Leonid V. Gelibterman President of the International Center of Wine and Gastronomy, Chairman of the Committee for Gastronomy Tourism of the Russian Union of Travel Industry, Director of the Gastrodiplomacy Center of the Institute of Business Studies, Ms. Anna Zhukova President of the National Culinary Association of Russia และอีกหลายท่านร่วมทำกิจกรรม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันตลาดการท่องเที่ยวไทย ให้เป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในสังคมรัสเซีย และเพื่อประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการนำเสนออาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาการผลิตและการตลาดของไทย เพื่อนำสินค้าไทยส่งออก ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

กิจกรรมที่จัดต้อนรับคณะผู้ประกอบการธุรกิจรัสเซีย ได้แก่การเรียนรู้วิธีการทำผ้าบาติก โดยภูมิปัญญาท้องถิ่น จากกลุ่มผ้าบาติกเขาเต่า ที่โซนพราวไทย ชั้น B บลูพอร์ต ซึ่งผ้าบาติกนั้นเป็นหัตถกรรมทรงคุณค่าในชุมชนเขาเต่า เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่ชาวบ้านชุมชนเขาเต่ารวมกลุ่มกันผลิตผ้าบาติก เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมและขึ้นชื่อในเรื่องลวดลายเกี่ยวกับสัตว์ในทะเล พร้อมความประณีต ได้เรียนรู้วิธีการทำตั้งแต่การเตรียมผ้า ลงสี จนสำเร็จเป็นผ้าลวดลายสีสันสวยงาม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม การสาธิตวิธีการทำอาหารไทย เป็นเมนูข้าวผัดสัปปะรด ซึ่งเป็นอาหารไทยอีกเมนูที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และการสาธิตทำขนมไทย อย่างขนมบ้าบิ่น โดยเชฟมากฝีมือจาก You Hunt We Cook นอกจากนี้ ยังได้พาแวะชมงานศิลปะที่หมู่บ้านศิลปินหัวหิน มี อ.ทวี เกษางาม ผู้อำนวยการ และผู้ก่อตั้งหมู่บ้านศิลปินหัวหิน และ อ.วรรณวิมล เกษางาม ผู้อำนวยการโรงเล่นศิลปะ หมู่บ้านศิลปินหัวหิน พาเดินชมพร้อมให้ความรู้ในเรื่องงานศิลปะของไทยแขนงต่างๆ ปิดท้ายด้วยการมอบของที่ระลึก เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์โขมพัสต์จากพราวไทย สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มแห่งความประทับใจของคณะผู้ร่วมกิจกรรม

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหารบริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่าหัวหินมีชื่อเสียงในเรื่องเมืองตากอากาศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับประเทศมาอย่างยาวนาน โดยคณะผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหารเครื่องดื่มและการท่องเที่ยวจากสหพันธรัฐรัสเซีย มาเยือนไทยในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญของประเทศที่จะสร้างความเชื่อมั่น แสดงถึงความพร้อม และศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวของไทยให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ผ่านพลังซอฟต์พาวเวอร์ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักวัฒนธรรมไทย ดังนั้น ในนามตัวแทนบลูพอร์ตหัวหิน จึงอยากจะสร้างความประทับใจให้กับคณะผู้มาเยือน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ จัดเตรียมต้อนรับ เพื่อผลักดันให้เมืองหัวหินเป็นเมืองแห่งศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมภาพลักษณ์ของเมืองหัวหินสู่สายตาชาวโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

CP All มอบทุนการศึกษาวิชาชีพสายสื่อมวลชน ให้กับสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

CP All มอบทุนการศึกษาวิชาชีพสายสื่อมวลชน ให้กับสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

คุณธานี ลิมปนารมณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และรศ.ดร.จินตวีร์ เกษมศุข คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ร่วมมอบทุนการศึกษาวิชาชีพสายสื่อมวลชน หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต ปีการศึกษา 2567 ให้กับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ซึ่งในปีนี้ผู้ผ่านการคัดเลือกได้รับทุนฯ ได้แก่ นายกันณพงศ์ ก.บัวเกษร ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ มีเดียแบรนด์ส คอนเท็นต์ สตูดิโอ (MBCS Thailand) บริษัท – ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส ประเทศไทย : IPG Mediabrands Thailand โดยมี คุณชนิดา จันทเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมเป็นเกียรติ ที่อาคาร Convention Hall สถาบันการจัดการปัญญภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เศรษฐา ชงเปลี่ยนชื่อสนามบินหัวหิน เป็น ‘เพชร – หัวหิน’ รับการท่องเที่ยว

เศรษฐา ชงเปลี่ยนชื่อสนามบินหัวหิน เป็น ‘เพชร – หัวหิน’ รับการท่องเที่ยว

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางไปที่ท่าอากาศยานหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ตรวจเยี่ยมการพัฒนาสนามบิน เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤษภาคม มีนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ โดยท่าอากาศยานหัวหินอยู่ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม มีพื้นที่ทั้งหมด 492 ไร่ มีอาคารผู้โดยสาร 1 หลัง สูง 2 ชั้น ขนาด 7,200 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 300 คน/ชั่วโมง และพื้นที่ลานจอดเครื่องบินขนาด 11,000 ตารางเมตร รองรับเครื่องบินแอร์บัส A 320 ได้ประมาณ 3 ลำ และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ฝึกการบิน สถาบันการบินพลเรือน และศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ปัจจุบันมีสายการบินที่เปิดให้บริการสายการบินเดียว คือสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน หัวหิน – เชียงใหม่ ให้บริการทุกวันๆ ละ 1 เที่ยว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ท่าอากาศยานหัวหิน เป็นสนามบินที่มีศักยภาพ แต่ยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ ขณะนี้มีการขยายรันเวย์และเขตความปลอดภัยการบินให้ได้มาตรฐาน ICAO เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ คาดว่าแผนงานจะเสร็จภายใน 2 ปี แต่สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ร่นระยะเวลาให้เสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง เพื่อให้ทันไตรมาส 4 ของปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทั้งนี้ หัวหิน – ชะอำ มีโรงแรมและสนามกอล์ฟอยู่มาก สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากนานาชาติได้ในการเดินทางมาทำธุรกิจ ท่องเที่ยว ประชุมสัมมนา และคณะทำงานได้มีการพูดคุยหารือร่วมกัน มีความคิดว่าเมื่อแผนการพัฒนาปรับปรุงสนามบินแล้วเสร็จ อาจจะเปลี่ยนชื่อเป็นท่าอากาศยานเพชร – หัวหิน

กรมท่าอากาศยานได้พัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ปรับปรุงขยายรันเวย์ตามมาตรฐานสำหรับการบินความยาว 2,100 เมตร ความกว้าง รวมไหล่ทาง 60 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินแอร์บัส A 320 ได้ และอยู่ระหว่างการดำเนินแผนการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยพื้นที่รอบข้างสนามบิน โดยมีงานก่อสร้างอุโมงค์ถนน และขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งตรงอุโมงค์รถยนต์และรถไฟ จากเดิม 40 เมตร เป็น 60 เมตร และพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่งตรงอุโมงค์รถไฟ ให้ความกว้างได้ 90 เมตร ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ปัจจุบันได้ประกาศประกวดราคาครั้งที่ 2 แล้ว หากการดำเนินการตามแผนแล้วเสร็จ ท่าอากาศยานหัวหินจะมีศักยภาพรองรับการบินระหว่างประเทศได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ส่งผลดีต่อการพัฒนาด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ในอนาคต.