Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สุดมันส์ การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล รอบชิงแชมป์ที่หัวหิน

สุดมันส์ การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล รอบชิงแชมป์ที่หัวหิน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล ประจำปี พ.ศ.2566 รอบชิงแชมป์ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ นายกสมาคมพัฒนากีฬาหัวหินและที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะผู้บริหารเทศบาล แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชมการแข่งขันอย่างสนุกสนาน ที่เวทีมวยชั่วคราวด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ เผยแพร่ และพัฒนากีฬามวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ทัศนคติที่ดีให้ประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ยกระดับมวยไทยสู่ Soft Power ให้เติบโตอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ทั้งนี้รูปแบบการแข่งขัน จะแบ่งออกเป็นรอบคัดเลือกระดับภาค ซึ่งดำเนินการร่วมกับผู้จัดรายการแข่งขันมวยไทยในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งคัดเลือกนักกีฬาจำนวน 2 คนต่อรุ่น เข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออกในรอบชิงชนะเลิศระดับภาค ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ประกอบด้วย รอบชิงแชมป์ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เชียงราย, รอบชิงแชมป์ภาคกลางและภาคใต้ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, รอบรองชนะเลิศประเทศไทย และรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2566 เพื่อคว้าเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท พร้อมรถมอเตอร์ไซค์รอยัลเอ็นฟิลด์ โดยการแข่งขันครั้งนี้มีนักชกทั้งชายหญิงเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 12 คู่ นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการเชิดชูเกียรติ “โผน กิ่งเพชร” ตำนานนักชกผู้ยิ่งใหญ่ อดีตแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) ชาวหัวหินที่ไม่มีวันลืมเลือน ไว้บริเวณสถานที่จัดการแข่งขันด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยทรายขาวจัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วัดห้วยทรายขาว จัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการอุปสมบทเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษาเเละโครงการปฏิบัติธรรมเเละครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรม โดยมี พตท.ดร.สุรศักดิ์ บุญศรีวิวัฒน์ ผู้บริหารเครือสหวิริยา นายกัณฑ์ ยังสุนตย์ พร้อมด้วยชาวอำเภอบางสะพาน เป็นเจ้าภาพร่วมอุปสมบทในโครงการบรรพชาครั้งนี้ เพื่อได้ศึกษาเเละปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมที่จัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสนี้ตลอดระยะเวลา 9 วัน

ในงานมีประชาชนมาร่วมอุปสมบทหมู่ เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และฉลองตราตั้งพระอุปัชฌาย์ ของพระมหาสมจริง สุวณฺณโชโต เจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ เจ้าอาวาสวัดห้วยทรายขาว

ในพิธีอุปสมบท มีคณะกลองยาวจากนักเรียนโรงเรียนบ้านดอนสง่า มาช่วยแห่นาค มีญาติพี่น้องที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตและเดินไม่ได้ มีอาจารย์กิ่ง หมอตอกเส้น ชื่อดังจากจังหวัดเชียงใหม่ มาตอกเส้นและรักษาอัมพฤกษ์อัมพาตให้ฟรี มีประชาชนมาให้ทำการรักษาจำนวนมาก และมีอาหารรับประทานฟรีตลอดงาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนฝึกมวยไทย

เทศบาลหัวหิน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนฝึกมวยไทย

วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชนท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬามวยไทย สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมีนายอภิชัย นราวงษ์ รักษาการผู้อำนวยการกองสถาบันมวยไทยแห่งชาติ นางนพวรรณ แย้มพรหม ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล คณะวิทยากร ผู้อำนวยการสถานศึกษา นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสังกัดเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคารพลศึกษา โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง อ.หัวหิน

นายนพพร กล่าวว่าโครงการจัดกิจกรรมการส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชน ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬามวยไทยสำหรับคนรุ่นใหม่นี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกวดไหว้ครูและนาฏยุทธ์มวยไทย และการประกวดคีตมวยไทย เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชนท้องถิ่นให้เป็นเอกลักษณ์ของชาติที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย โดยมีเป้าประสงค์หลักที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐบาล ที่มุ่งมั่นส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติ ชูมวยไทยเป็น Soft Power สู่เวทีระดับโลก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ทั้งในรูปแบบการแข่งขันมวยไทยอาชีพและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่มีจุดขายด้านศิลปะวัฒนธรรมกีฬามวยไทยควบคู่กันไปด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ เพิ่มแพทย์เฉพาะทาง 13 สาขาย่อย

รพ.ประจวบฯ เพิ่มแพทย์เฉพาะทาง 13 สาขาย่อย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ยินดีต้อนรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 13 สาขา ทั้งสาขาหลักและต่อยอด ประกอบด้วย ศัลยกรรมระบบประสาท ศัลยกรรมศัลยศาสตรศีรษะและลำคอ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ อายุรศาสตร์โรคไต อายุรกรรม จักษุวิทยา ตจวิทยา (ผิวหนัง) จักษุวิทยา สาขาต้อหิน เวชศาสตร์ฟื้นฟู กุมารเวชกรรม วิสัญญีวิทยา จิตเวชศาสตร์ รองรับปริมาณผู้ป่วยในอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และอำเภอใกล้เคียง ช่วยเสริมขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน

ก่อนหน้านี้ บางสาขามีแพทย์อยู่เพียงคนเดียว ทำให้อยู่เวรนอกเวลาราชการได้เพียง 15 วันเท่านั้น เมื่อมีเหตุจึงต้องส่งต่อไปที่โรงพยาบาลหัวหิน แพทย์เฉพาะทางสาขาย่อยจะช่วยเพิ่มศักยภาพในรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที เช่น ศัลยกรรมจากอุบัติเหตุ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ซึ่งโรงพยาบาลกำลังจัดตั้งศูนย์หัวใจ จะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ อายุรศาสตร์โรคไตมีผู้ป่วย 200 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้ป่วยด้านจิตเวชเพิ่มมากขึ้นจากกรณีการเสพยาเสพติด รวมถึงผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ปัจจุบันโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์มีแพทย์ทั้งหมด 70 คน รวมแพทย์เฉพาะทาง ส่งผลให้แพทย์มีปริมาณงานไม่หนักจนเกินไป แบ่งเบาภาระงานของแพทย์จากบางสาขาที่เคยมีแพทย์เพียงคนเดียว ทำให้แพทย์สลับการทำงานได้ อยู่เวรครอบคลุมให้บริการผู้ป่วยได้ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนไข้ที่มานอกเวลา เช่น อุบัติเหตุผ่าตัดสมอง มีการเตรียมเครื่องมือในการสนับสนุนแพทย์เฉพาะทาง การขยายห้องผ่าตัดเพิ่มเติม การดำเนินการจัดหาเครื่องมือวินิจฉัยโรคขั้นสูง เครื่องเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง และเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คาดว่าทั้งสองรายการจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวคึกคักงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวคึกคักงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท

ช่วงเย็นวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” ตามโครงการ “Amazing Ultimate Festival” ที่ชายหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน มีนายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากการที่ ททท.ได้จัดโครงการ AMAZING ULTIMATE FESTIVAL ขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ พังงา, ภูเก็ต, สงขลา และที่ประจวบฯ โดยกิจกรรม 3 ครั้งแรกที่ผ่านมา ที่พังงา, ภูเก็ต และสงขลา ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเกินความคาดหมาย มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 210,000 คน สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 450,400,000 บาท ประกาศให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นว่าชายหาดประเทศไทยสวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันสุดแสนวิเศษ

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 4 นี้ ททท.ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, เทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมหน่วยงานภาครัฐ – เอกชนในพื้นที่จัดงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคมนี้ บริเวณชายหาดหัวดอน อ.หัวหิน ภายในงานประกอบด้วย FOOD ZONE, SHOPPING ZONE, กิจกรรม WATER SPORTS CLINIC และ WORKSHOP สนุกมากมาย พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ VIOLETTE WAUTIER, ZOM MARIE, MUSKETEER, WHAL & DOLPH, THE TOYS, LOSERPOP พร้อมศิลปินและ DJ อีกมากมาย โดย ททท.คาดการณ์มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานในครั้งนี้กว่า 50,000 คน และสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวออกมาสนุก ริมชายหาดทรายขาวๆ กับเทศกาลอาบแดด ปะทะสายลมไปด้วยกันในงานนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จังหวัดออกใบอนุญาตสถานประกอบการหลังเจอโควิดนานหลายปี

จังหวัดออกใบอนุญาตสถานประกอบการ หลังเจอโควิดนานหลายปี

วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจสถานประกอบการโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน พร้อมทั้งมอบใบอนุญาตประกอบการโรงแรมจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1. โรงแรมทริปเปิ้ลซี 2.โรงแรมหัวหิน กอล์ฟวิลล่า 3.โรงแรมสายลม 4.โรงแรมมาราเกชหัวหิน รีสอร์ท แอนด์สปา และ 5.โรงแรม อีลิแกนซี รีสอร์ท หัวหิน โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมให้การต้อนรับ

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า “ในวันนี้ฝ่ายปกครองได้ดำเนินการพิจารณาประกอบใบอนุญาตโรงแรม รวมทั้งต่อใบอนุญาต โดยหลักการเรา ยึดหลักกฎหมาย ระเบียบชัดเจน แต่ในสิ่งที่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเป็นมิติใหม่เป็นครั้งแรก อำเภอหัวหิน เทศบาลเมืองหัวหิน สำนักงานโยธาธิการ และจังหวัดประจวบฯ ร่วมกันสร้างมิติใหม่ ร่วมกันมอบใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ เป็นการให้หัวใจกับประชาชน ให้หัวใจกับผู้ประกอบการ นำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด

ในส่วนของโรงแรมที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการนั้น โดยพื้นฐานในการทำงานของทางราชการ มีฝ่ายทีมงานท้องถิ่น ทีมงานของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ทีมงานของที่ปกครองจังหวัด อำเภอ มีคณะกรรมการที่มีหน้าที่กลั่นกรองการทำงานเรื่องนี้ โดยจะลงไปหาผู้ประกอบการเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของแต่ละราย รายไหนติดขาดอะไร เพื่อขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาในกรณีที่ผู้ประกอบการที่ติดขัด โดยแนะนำว่าให้ผู้ประกอบการที่ติดขัดปัญหา ปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบใหม่”

ด้าน น.ส.ปกเกศ มงคลเกียรติพร เจ้าของโรงแรมทริปเปิ้ลซี กล่าวว่า วันนี้ดีใจมากๆ ที่ได้รับใบอนุญาต หลังจากที่ยื่นขอมาเป็นเวลาเกือบปี ใบอนุญาตนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าโรงแรมดำเนินการถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งจากสถานการณ์โควิด ตอนนี้ทางโรงแรมก็กลับมาดีขึ้น หลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบการครั้งแรก โรงแรมก็เจอโควิดนานเกือบ 3 ปี.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กองเชียร์สนุก ! แข่งขันกินผลไม้งานของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์

กองเชียร์สนุก ! แข่งขันกินผลไม้งานของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีตะนาวศรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นการนำผลไม้และสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป ของดี ของเด่น จากอำเภอต่างๆ ทั้ง 8 อำเภอ มาวางจำหน่าย สร้างช่องทางการจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ส่งตรงถึงผู้บริโภคในราคาที่ยุติธรรม ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 19 – 27 กรกฎาคม รวม 9 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หนึ่งในกิจกรรมภายในงานที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน สร้างความสนุกสนานเฮฮา และเป็นสีสันของงานได้เป็นอย่างมาก คือการแข่งขันกินผลไม้มหาสนุก ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้น จับเวลากินผลไม้ จำนวน 5 ชนิด ตามลำดับที่คณะกรรมการจัดไว้ ได้แก่ 1.สับปะรด 2.มังคุด 3.กล้วยน้ำว้า 4.มะพร้าวน้ำหอม และ 5.ทุเรียน แต่ก่อนเริ่มแข่งขัน ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องเต้นโชว์ก่อน 1 รอบ ใช้เชือกผูกกับมะเขือยาว แล้วผูกติดกับเอว ใช้แทนไม้ตีกอล์ฟ จากนั้นใช้เอวแกว่งลูกมะเขือยาวให้ไปตีกระทบกับลูกมะนาวให้กลิ้งไปจนถึงเส้นชัยก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มกินผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะตามลำดับได้ ซึ่งเมื่อผู้แข่งขันคนใดที่กินผลไม้หมดแล้ว ต้องมากินน้ำเปล่าที่วางไว้ จากนั้นเป่าแป้งที่อยู่ในจานให้หมด แล้วท่องจำบทความคำผวนไปพูดให้คณะกรรมการตัดสินฟัง ใครพูดถูก และปฏิบัติตามกติกาครบก่อนเป็นคนแรกถือว่าเป็นผู้ชนะ โดยผู้แข่งขันจะต้องมีคุณสมบัติอายุ 15 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพศ ไม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เบาหวาน ความดัน ส่วนผู้ที่ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 800 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัล 500 บาท ถือว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งอิ่มกันเลยทีเดียว แถมได้กินผลไม้ฟรีอีกด้วย แต่ที่ดูน่าจะสนุกสนานเป็นเจ้าหน้าที่กองเชียร์ของสำนักงานเกษตรจังหวัด ที่แต่งตัวชุดแฟนซี สวมหมวกผลไม้ที่มาคอยเป็นพี่เลี้ยงผู้เข้าร่วมแข่งขันอยู่ข้างๆ เพราะทั้งเชียร์ ทั้งเต้น ลุ้นผู้เข้าแข่งขันที่ตนรับผิดชอบกันอย่างเมามันเลยทีเดียว สร้างเสียงหัวเราะเฮฮา สร้างความสนุกสนาน ให้กับนักท่องเที่ยวผู้ที่มายืนชมการแข่งขันในงานได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอหัวหินออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

อำเภอหัวหินออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการอำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่ ประจำปี 2566 “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู หมู่ 3 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายวัชระ กำพร นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม มีส่วนราชการต่างๆ มาให้บริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น การตรวจรักษาโรคทั่วไป ทันตกรรม จากโรงพยาบาลหัวหิน การให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไปและที่ดิน ให้คำแนะนำจากปศุสัตว์อำเภอ ให้บริการตัดผม และจำหน่ายสินค้าจากชุมชน รวมทั้งได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนได้ตรงกับความต้องการ มีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางไปรับบริการเป็นจำนวนมาก ต่างมีความพึงพอใจในการให้บริการที่ดี สะดวก และรวดเร็ว

โอกาสนี้ นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายกกิ่งกาชาดหัวหิน ได้มอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้/ผู้ด้อยโอกาส/คนชรา/ผู้พิการ จำนวน 70 ชุด รวม 11 หมู่บ้าน พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนยากจนและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนให้ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัฒนธรรมประจวบฯ เฟ้นหา 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น

วัฒนธรรมประจวบฯ เฟ้นหา 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ขึ้นที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย รวมถึงรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ การเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย และอาหารท้องถิ่น ต่อยอดสมุนไพรไทย สรรพคุณทางเลือก และส่งต่อเป็นภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่ายวัฒนธรรม ในการบริหารจัดการ งานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดประกวดเมนูอาหารเพื่อคัดเลือกเมนูอาหารประจำจังหวัด ตามหลักเกณฑ์ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกำหนด โดยมีวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเมนูอาหารไทย อาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน มีอาหารคาว อาหารหวาน อาหารว่าง หลากหลายเมนู นำมาประกอบอาหาร เพื่อเข้าร่วมรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นเมนูประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือก ” 1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น” และประกาศผลการคัดเลือกเพื่อมอบโล่รางวัล พร้อมเกียรติบัตรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปภ.ประจวบฯ เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติผ่านแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย

ปภ.ประจวบฯ เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติผ่านแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานเสวนาจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการประยุกต์และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของภัยพิบัติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการนำแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัยมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนภัยและติดตามสถานการณ์ ภายใต้ชื่องานลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในการเสวนา มีนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ ผู้แทนสำนักงาน อบจ. ผู้แทนทหาร ตำรวจ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสวนา

ตามที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 อนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 โดยมอบหมายให้กระทรวง กรม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ปฏิบัติการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ มีเอกภาพ และประสิทธิภาพ บรรลุผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ ดังนั้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้จัดงานโครงการลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ขึ้น เพื่อเป็นการสื่อสาร สร้างองค์ความรู้ พร้อมทั้งความเข้าใจเกี่ยวกับแผนฯ ให้กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เป็นหุ้นส่วนร่วมกันปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานเดียวกัน มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามหลักสากล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกท่าน ที่ได้นำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 มาเป็นแนวทางหลักในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ด้วยการประยุกต์และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของภัยพิบัติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้การจัดการภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ขอให้ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ช่วยกันคิดหาทางปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปประธรรม โดยในระดับพื้นที่ให้มีการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมนำไปปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดให้มีการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การจัดการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในส่วนการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทรัพยากรต่างๆ ระบบสื่อสาร และการประสานงานให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อรับมือกับสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ