Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลจังหวัดหัวหิน วางพวงมาลาเนื่องในวันรพี รำลึกพระบิดาแห่งกฎหมายไทย

ศาลจังหวัดหัวหิน วางพวงมาลาเนื่องในวันรพี รำลึกพระบิดาแห่งกฎหมายไทย

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 นายฑปกรณ์ สุววัชรานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหัวหิน เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เนื่องในวันรพี ประจำปี 2568 ที่ศาลจังหวัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะผู้พิพากษา อัยการ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กต.ตร.สภ.หัวหิน ภาคเอกชนร่วมในพิธี จากนั้นร่วมกันวางพวงมาลาถวายราชสักการะและกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย พร้อมทั้งจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล และมอบทุนการศึกษา โล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่โรงเรียนที่ชนะการแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย ที่จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

ส่วนในช่วงบ่ายมีการแข่งขันฟุตบอลและแชร์บอล ระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ผู้พิพากษา อัยการ คุมประพฤติ บังคับคดี ทนายความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเชื่อมความสามัคคีระหว่างหน่วยงาน

สำหรับวันรพี ตรงกับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย พระองค์ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อประเทศชาติและนักกฎหมายทั้งปวง โดยทรงวางรากฐานการศึกษาวิชานิติศาสตร์ ปฏิรูประบบกฏหมาย พัฒนากิจการด้านนิติศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมของไทยให้มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงแก้ไขระบบงานยุติธรรมให้เป็นแบบสากล ทรงพระราชนิพนธ์ตำรากฎหมายต่างๆ ไว้เป็นอันมาก อันเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษาวิชานิติศาสตร์ตราบจนถึงปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การไฟฟ้า จัดกิจกรรมลดหน่วยสูญเสียและจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า เฉลิมพระเกียรติ

การไฟฟ้า จัดกิจกรรมลดหน่วยสูญเสียและจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า เฉลิมพระเกียรติ

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายวัฒนา แพกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 ในกิจกรรมลดหน่วยสูญเสียและจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่ กฟส. หัวหิน ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายธีรภาพ เจริญสมบัติ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบุรี (ประธานชมรมผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคใต้ จ.เพชรบุรี) กล่าวรายงาน มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายขัตติยะ ชื่นอารมณ์ ผู้ช่วยโทรคมนาคม จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายมนตรา ศรีปาน ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการตอนนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ คณะผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างการไฟฟ้าฯ และผู้ประกอบการสายสื่อสารเข้าร่วม

จากนั้น ประธานในพิธีได้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเปิดกรวยถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวคำราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระชัยมงคล ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเข้าแถวถือธง PEA และธงความปลอดภัย เพื่อปล่อยขบวนรถออกปฏิบัติงาน

นายวัฒนา แพกุล กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเล็งเห็นถึงความสําคัญของการจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ โครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนเสมอมา การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้ดําเนินการตรวจสอบมิเตอร์อุปกรณ์ไฟฟ้า ปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้า จัดระเบียบสายสื่อสาร และปรับปรุงทัศนียภาพให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทําให้ทัศนียภาพของเมืองสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างบรรยากาศที่ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเทศบาลนครหัวหิน รองรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนสมกับคําขวัญของอําเภอหัวหิน ที่ว่า “หัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง ทะเลสวย นักมวยดัง พระราชวังงดงาม”

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า กิจกรรมของการไฟฟ้าฯ ที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องที่ดีกับชุมชนหมู่บ้านเขาเต่า และในเขตเทศบาลนครหัวหิน พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ ที่มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างจะยาวนาน โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่าเป็นโครงการทางชลประทานในพระราชดำริแห่งแรกของประเทศไทยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้เห็นความสวยงามของการจัดระเบียบสายสื่อสาร มีความปลอดภัยเรื่องของการตรวจสอบเรื่องมิเตอร์ การตรวจสอบเรื่องอุปกรณ์ การใช้ไฟฟ้าด้วย ต้องขอบคุณผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าภูมิภาค เขต 1 เพชรบุรี ภาคใต้ ที่ร่วมกับทีมงาน มาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน ให้มีความสวยงาม ปลอดภัยและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง “Elegance of Thai Women #3” ร่วมสืบสานคุณค่าผ้าไทย สู่เวทีแฟชั่นร่วมสมัยที่บลูพอร์ตหัวหิ

กลับมาอีกครั้ง “Elegance of Thai Women #3” ร่วมสืบสานคุณค่าผ้าไทย สู่เวทีแฟชั่นร่วมสมัยที่บลูพอร์ตหัวหิน

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ และกลุ่มบริษัทพราว ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) พร้อมด้วยพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน จัดงาน “Elegance of Thai Women” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้มาพร้อมแนวคิด “Grace in Identity ความงามที่เปล่งประกายจากรากเหง้า” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่แห่งชาติ และวันผ้าไทยแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 9 – 12 สิงหาคม 2568 ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน งานนี้จัดขึ้นเพื่อสืบสานคุณค่าผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอันทรงคุณค่า พร้อมเปิดเวทีให้นักออกแบบรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพผ่านมุมมองใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ไทยกับโลกยุคปัจจุบันอย่างร่วมสมัย พบกับกิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน อาทิ “Grace in Identity Runway” แฟชั่นโชว์ผ้าไทยร่วมสมัยจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ (วันที่ 10 สิงหาคม) “Rare Elegance” การแสดงผ้าไทยหายากจากหลากหลายภูมิภาค (วันที่ 9 – 12 สิงหาคม) เวทีเสวนาการตลาดการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ วันที่ 10 สิงหาคม เวทีเสวนาการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย วันที่ 11 สิงหาคม โซนสินค้าและกิจกรรมเวิร์กช็อป งานฝีมือไทยจากชุมชนทั่วประเทศ วันที่ 9 – 12 สิงหาคม

จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความงดงามของอัตลักษณ์ไทยผ่านผ้าและงานฝีมือในงาน “Elegance of Thai Women #3” พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษตลอด 4 วันเต็ม สามารถเข้าชมงานฟรี ระหว่างวันที่ 9 – 12 สิงหาคมนี้ ที่หัวหินคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111 , เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อัยการจังหวัดหัวหิน จัดกิจกรรม “รวมใจอัยการ ปลูกป่าชายเลน เพื่อแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติ

อัยการจังหวัดหัวหิน จัดกิจกรรม “รวมใจอัยการ ปลูกป่าชายเลน เพื่อแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติ

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้กิจกรรม “รวมใจอัยการ ปลูกป่าชายเลน เพื่อแผ่นดิน” ที่ด้านหน้าจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีนายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นายเกรียงศักดิ์ ทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าที่ 10 สาขาเพชรบุรี นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่ นักเรียนนักศึกษา กว่า 200 คน เข้าร่วมโครงการ และร่วมกันปลูกต้นจิกทะเล ต้นโกงกางใบเล็ก เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติต่อไป

สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการปลูกป่าถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนสร้างความสามัคคีการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้นำชุมชน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปลูกป่าชายเลนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเขียวขจีให้กับพื้นที่ชายฝั่ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและการป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ป่าชายเลนยังมีประโยชน์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ลดผลกระทบจากพายุ และสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ที่มากมายที่สามารถช่วยส่งเสริมความยั่งยืนให้กับชุมชนและเศรษฐกิจในระยะยาว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดแข่งฟุตบอลเด็ก 7 คน ส่งเสริมทักษะกีฬาและพัฒนาเยาวชน

 หัวหินจัดแข่งฟุตบอลเด็ก 7 คน ส่งเสริมทักษะกีฬาและพัฒนาเยาวชน

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่สนามฟุตบอลอารีน่า หัวหิน นายนฐา ชมเสวี ผู้จัดการทั่วไป สวนน้ำวานานาวา วอเตอร์จังเกิ้ล เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอลเด็ก 7 คน “ARENA – LL Football Kid’s cup 2025” มี ดร.ชโนทัย เจริญเนือง ประธานคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้อำนวยสถานศึกษาครู และบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด และผู้ปกครอง เข้าร่วม

ดร.ชโนทัย เจริญเนือง กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมทักษะกีฬา พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานที่มุ่งหวังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ผ่านเกมกีฬาฟุตบอล

สำหรับปีนี้ มีโรงเรียนเอกชนทั่วจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ส่งเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 50 ทีม รวมนักกีฬาประมาณ 600 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอนุบาล, รุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี

การแข่งขันนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียนเอกชนในจังหวัด และภาคเอกชน ได้แก่ อารีน่าหัวหินสปอร์ตคลับ และสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลัก ทำให้การจัดงานสำเร็จลุล่วงด้วยงบประมาณรวม 149,000 บาท

ดร.ชโนทัย เจริญเนือง ยังกล่าวอีกว่า กิจกรรมฟุตบอล ARENA-LL FOOTBALL KYD’S CUP 2025 จัดขึ้นเป็นปีที่สองแล้ว ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนเอกชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้แสดงความสามารถด้านกีฬาฟุตบอล ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างแข็งขันจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ให้การสนับสนุนเงินรางวัลในการแข่งขัน และอารีน่า หัวหิน ที่สนับสนุนสนามแข่งขันให้เยาวชนได้ใช้ประโยชน์ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เน้นความคล่องตัวและประสิทธิภาพ โดยเปิดโอกาสให้ทุกโรงเรียน ห้างร้าน และผู้ปกครองได้มีส่วนร่วม ส่งผลให้จำนวนทีมและผู้ปกครองที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก จนมีแผนที่จะจัดกิจกรรมนี้ต่อไปทุ

นายนฐา ชมเสวี  กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถานศึกษาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อจัดการแข่งขันนี้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน และได้มาเจอเพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่นๆ ถึง 16 โรงเรียน การแข่งขันนี้ช่วยส่งเสริมความสามัคคี การออกกำลังกาย และสุขภาพที่ดี เชื่อว่ากีฬาฟุตบอลเป็นที่นิยมในประเทศไทยและยังช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย นอกจากฟุตบอลแล้ว ยังมีกีฬาอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เช่น บาสเกตบอล และยินดีหากจะมีการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง  และพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับสถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน เปิดห้องศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา

สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน เปิดห้องศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดห้องศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา ที่สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน จ.ประจวบฯ มีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อัยการอาวุโส ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการภาค 7 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองเพชรบุรี เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมในพิธีเปิด มีนายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรี ข้าราชการฝ่ายอัยการ บุคลากรของสำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน คณะกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน ให้การต้อนรับ

นายภาณุมาศ อจลบุญ กล่าวว่า ห้องสอบสวนเด็กและเยาวชน จำนวน 2 ห้อง เดิมตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของสำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกันกับห้องทำงานของอัยการจังหวัดหัวหินหลายท่าน สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหินตระหนักว่าบริเวณห้องทำงานของคณะอัยการนั้น ควรจะมีความเป็นส่วนตัว ปราศจากบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนการทำงาน อันอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของชีวิต ทรัพย์สินและสำนวนคดี ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการภาคประชาชน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงเห็นสมควรให้ย้ายห้องสอบสวนเด็กและเยาวชน จำนวน 2 ห้อง จากชั้น 3 ลงมาที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยสอดส่องดูแล โดยค่าใช้จ่ายการปรับปรุงสภาพห้องบริเวณชั้น 1 รวมถึงการเคลื่อนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ครุภัณฑ์ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการภาคประชาชน

สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน จึงได้จัดห้องศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา ให้เป็นไปตามมาตรฐานแห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก พ.ศ.2535 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 โดยเหตุที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2542 ได้มีบทบัญญัติเพิ่มบทบาทของพนักงานอัยการในการคุ้มครองเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาลหลายประการ กล่าวคือ ในชั้นสอบสวนได้กำหนดให้พนักงานอัยการเข้าร่วมในการจดบันทึกคำร้องทุกข์ ในกรณีที่เด็กเป็นผู้เสียหาย การถามปากคำเด็กในฐานะผู้เสียหายหรือพยาน การที่ผู้เสียหายหรือพยาน ซึ่งเป็นเด็กชี้ตัวผู้ต้องหา และการสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็ก ส่วนในชั้นศาลได้มีการกำหนดกระบวนการถามปากคำและสืบพยานในการไต่สวนการตาย การไต่สวนมูลฟ้อง และการพิจารณาคดีสำหรับเด็กเป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังได้ปรับปรุงขยายเหตุและวิธีการเกี่ยวกับการสืบพยานไว้ก่อนฟ้องคดีต่อศาลอย่างกว้างขวาง รวมทั้งให้นำวิธีสืบพยานสำหรับเด็กในชั้นศาลไปใช้กับการสืบพยานไว้ก่อนฟ้องคดีต่อศาลอีกด้วย

ทั้งนี้เพื่อให้การคุ้มครองเด็กในคดีอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว สอดคล้องกับมาตรฐาน ข้อ 12 แห่งอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็ก พ.ศ.2535 และบทบัญญัติในมาตรา 4 และมาตรา 53 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 สำนักงานอัยการสูงสุดจึงจัดศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญาขึ้นในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เป็นองค์กรเพื่อรองรับภารกิจและบทบาทดังกล่าว รวมทั้งได้วางระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา พ.ศ.2543 ให้ได้เป็นการปฏิบัติราชการ.

น.ส.สุทธิศรี อนุคฤหานนท์…รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลทีมผู้ก่อการดีระดับประเทศ รณรงค์ป้องกันจมน้ำ

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลทีมผู้ก่อการดีระดับประเทศ รณรงค์ป้องกันจมน้ำ

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า เทศบาลนครหัวหิน ได้เข้าร่วมเวทีสัมมนา เนื่องในวันรณรงค์ป้องกันการจมน้ำโลก ภายใต้แนวคิดจากองค์การอนามัยโลก “Your story can save a life… Drowning prevention through shared experiences” หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อป้องกันการจมน้ำ โดยมีนายกิตติกร โล่ห์สุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบโล่รางวัลให้แก่ทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) ที่มีผลงานโดดเด่นในการป้องกันการจมน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มี นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ จิตอาสา เยาวชน และทีมผู้ก่อการดีที่เข้ารับรางวัล รวมทั้งสิ้นกว่า 600 คน ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหิน ได้รับรางวัลทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) ป้องกันการจมน้ำระดับประเทศ ประจำปี 2568 ประเภทรางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) ประจำปี 2567 และรางวัลชนะเลิศระดับเพชร ประจำปี 2568
เทศบาลนครหัวหิน ได้ดำเนินงานป้องกันการจมน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างทีมผู้ก่อการดี หรือ MERIT MAKER ซึ่งเป็นการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำโดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชน การป้องกันการจมน้ำไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินงาน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชน สำหรับประเทศไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 36,870 คน เฉลี่ยปีละ 3,687 คน หรือวันละกว่า 10 คน โดยเป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มากถึง 645 คน หรือวันละเกือบ 2 คน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา การจมน้ำเสียชีวิตในกลุ่มผู้ใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป สำหรับวันป้องกันการจมน้ำโลก ประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมทุกปี และในปีนี้ ได้มีการจัดกิจกรรม…แชร์เรื่องเล่าผ่าน Social media ตลอดเดือนกรกฎาคม ภายใต้แนวคิด “แบ่งปันประสบการณ์…เพื่อป้องกันการจมน้ำ” และการจัดเวทีสัมมนาฯ ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ และมอบรางวัลให้แก่ทีมผู้ก่อการดีฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เครือข่ายที่ดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ ทั้งนี้ กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำ คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชนโดยใช้กลยุทธ์ทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) และในระดับนโยบายโดยใช้กลไกของมติสหประชาชาติ สมัชชาอนามัยโลก และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ส่งเสริมและพัฒนาบทบาทด้านการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชน

เทศบาลนครหัวหิน ส่งเสริมและพัฒนาบทบาทด้านการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชน

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาบทบาทด้านการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ และประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่โรงแรมจีหัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวรายงาน มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน น.ส.เบญจวรรณ ฉายแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา นันทนาการ และการพัฒนาทีม คณะกรรมการชุมชน กลุ่มพลังมวลชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน รวมทั้งหมด 120 คน เข้าร่วม

มีการบรรยายหัวข้อ “พลังแห่งการมีส่วนร่วมที่เป็นแปลงชุมชนอย่างยั่งยืน” โดยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน, “นโยบายเทศบาลนครหัวหินกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน” โดยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน, การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หัวข้อพลเมืองตื่นรู้ : บทบาทและการมีส่วนร่วม โดย น.ส.เบญจวรรณ ฉายแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา นันทนาการ และการพัฒนาทีม และทีมวิทยากร

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า โครงการส่งเสริมและพัฒนาบทบาทด้านการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชนในวันนี้ ต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ตระหนักถึงความสําคัญของบทบาทการส่งเสริมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงให้ประชาชน คณะกรรมการชุมชน และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ สามารถทํางานเชิงบูรณาการร่วมกับเทศบาลนครหัวหินอย่างเป็นรูปธรรม มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐและแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครหัวหินเป็นจุดเชื่อมต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของเทศบาลกับปัญหาความต้องการของประชาชน ที่จะนำไปสู่ความเห็นพ้องต้องกันในพื้นที่ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์สาธารณะสูงสุด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรไลออนส์หัวหิน จัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารปี 2568 – 2569 พร้อมเปิดตัวอนิเมชั่น “Lion Journey” สร้างอนาคตใหม่แห่งการท่องเที่ยว

สโมสรไลออนส์หัวหินจัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารปี 2568 – 2569 พร้อมเปิดตัวอนิเมชั่น “Lion Journey” สร้างอนาคตใหม่แห่งการท่องเที่ยว

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ดร.พัชรพงษ์ แพงไพรี ผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310 D ไลอ้อนส์พงศ์ศักดิ์ เกตุสวัสดิวงศ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล ร่วมเป็นประธานในพิธีสถาปนา ประกาศสิ้นสุดคณะกรรมการบริหารและสถาปนาคณะกรรมการบริหาร พร้อมรับสมาชิกใหม่ สโมสรไลออนส์หัวหิน ปีบริหาร 2568 – 2569 ที่ห้องประชุมนนทรี โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในปีนี้นายปราโมทย์ ธัญญกุลสัจจา ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรอีกหนึ่งสมัยอย่างเป็นเอกฉันท์

จากนั้นนายปราโมทย์ ธัญญกุลสัจจา นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน และสมาชิกสโมสรไลออนส์ ร่วมกันเปิดตัวอนิเมชั่น” Lion Journey “เพื่อร่วมสร้างอนาคตใหม่ของการท่องเที่ยว มีนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมชม

นายปราโมทย์ ธัญญกุลสัจจา นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน กล่าวว่า สโมสรไลอ้อนส์หัวหิน ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์มาโดยตลอดเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ อาทิ การบริจาคแว่นสายตาให้แก่นักเรียนกว่า 1,000 รายการ ปรับปรุงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบริเวณหอนาฬิกาหัวหิน การสนับสนุนผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และเยาวชน ตลอดจนจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “Lion Journey” โดยการสร้างสรรค์อนิเมชั่น ซึ่งเป็นอนิเมชั่นต้นแบบเรื่องแรกของหัวหิน ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของเมืองหัวหินในรูปแบบใหม่ ผสมผสานสื่อดิจิทัลกับละครเวที เพื่อเป็นสื่อสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์เมือง และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องการแรงสนับสนุนจากผู้นำท้องถิ่นที่ทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองให้ก้าวไกลอย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง“เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025”กับบรรยากาศสุดชิลริมทะเลปากน้ำปราณ

กลับมาอีกครั้ง“เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025”กับบรรยากาศสุดชิลริมทะเลปากน้ำปราณ

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025 และ Mini Balloon Festival @ปราณบุรี ร่วมกับนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, นางศุภรัตน์ ผาสุก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เขต 2, นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ, นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัด อบต.ปากน้ำปราณ, นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง (ททท.) พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง อบต.ปากน้ำปราณ กับ อบจ.ประจวบฯ ในการจัดงานครั้งนี้ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยานที่ลานแหลมเกด ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจอำเภอปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่บริเวณลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี

นายนำลาภ อิ่มทั่ว กล่าวว่า เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล จัดต่อเนื่องกันมาหลายปี ด้วยความร่วมมือระหว่าง อบต.ปากน้ำปราณ อบจ.ประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท ในพื้นที่ให้การสนับสนุน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ของงานคือหมึกแดดเดียวที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหมึกในพื้นที่ปากน้ำปราณ มีรสชาติหวานจากธรรมชาติ นุ่มและไม่เหนียวเหมือนหมึกทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นฤดูกาลของปลาหมึก เพราะได้รับอิทธิพลของน้ำจืดจากแม่น้ำปราณบุรีที่ไหลลงสู่ทะเล จะนำแพลงตอนที่เป็นอาหารหมึกมาสะสมอยู่ในทะเล ทำให้หมึกมีรสชาติดี หมึกที่นี่จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอปราณบุรี ในอดีตชาวประมงตำบลปากน้ำปราณได้คิดค้นวิธีการจับหมึกมาตั้งแต่แต่ปี 2520 เริ่มจากใช้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นแสงสว่าง ในการล่อหมึกให้มารวมตัว จนพัฒนามาเป็นเรือปั่นไฟไดหมึกและหรี่ไฟลง เพื่อให้หมึกมารวมตัวกัน จากนั้นใช้แหครอบ ซึ่งแต่ละปีหมึกมีการเจริญเติบโตขึ้นตามลำดับ“หมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ”จึงกลายเป็นทั้งอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและเมนูเรียกแขกกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่ จนได้ขึ้นชื่อว่าหมึกแดดเดียวอร่อยที่สุดต้องหมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ พร้อมบรรยากาศสุดฟินริมหาด ชมบอลลูนหลากสีสันสดใส ลอยลมเหนือท้องทะเล เคล้าเสียงคลื่น เสียงดนตรีและกลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่ ที่จะทำให้คุณหลงรักปากน้ำปราณยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชิมหมึกแดดเดียวที่แสนอร่อยแล้ว ภายในงานยังพบกับร้านอาหารทะเลสด และร้านค้าชุมชนกว่า 100 ร้านค้าสุดอร่อยในราคาที่ไม่แพง รถฟู้ดทรัคหลากหลายสไตล์ พบกับการประกวดเมนูหมึกแดดเดียวอร่อยที่สุด การแข่งขันกินอาหารทะเลเร็วที่สุด บูธเล่นกิจกรรม ร่วมเล่นเกมลุ้นรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนท้องถิ่น จุดเช็คอินสุดปัง ถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ทุกมุม การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังจัดเต็ม 3 คืน 3 สไตล์ วันที่ 8 สิงหาคม พบกับ MUSKETEERS & ESTUARY วันที่ 9 สิงหาคม พบกับ LANDOKMAI & วงการบันเทิง วันที่ 10 สิงหาคม พบกับ NO ONE ELSE & MESSILY BAND พร้อมชมบรรยากาศริมทะเลและแสงเขียวจากเรือไดหมึก สุดยอดเสน่ห์ทะเลปากน้ำปราณ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมานั่งทานอาหารและฟังเพลงกับบรรยากาศทะเลยามเย็นได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองหลักที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงของประเทศ มีผู้เยี่ยมเยือนในแต่ละปีกว่า 10 ล้านคน ลูกค้าของจังหวัดประจวบฯ จึงมีความหลากหลายตามพฤติกรรม รสนิยม กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมการตลาดของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งการจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล และ Mini Balloon Festival @ ปราณบุรี ในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการเดินทาง การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารทะเลพื้นถิ่นของพี่น้องชาวปราณบุรีไปยังนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วย.