Categories
ข่าว ทั้งหมด

มอบตัวแล้ว คนร้ายไรเดอร์ฟู้ดแพนด้าวิ่งราวทองร้านดังหัวหิน สารภาพเครียดปัญหาหนี้สิน

มอบตัวแล้ว คนร้ายไรเดอร์ฟู้ดแพนด้าวิ่งราวทองร้านดังหัวหิน สารภาพเครียดปัญหาหนี้สิน

จากกรณีคนร้ายเป็นชายไรเดอร์ในชุดฟู้ดแพนด้า รูปร่างผอมสูงราว 170 ซม. สวมหมวกกันน็อคคลุมปิดหน้า ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 2 บาท รวม 4 เส้น คิดเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท จากห้างทองเยาวราช หัวหิน เลขที่ 39/12 ถ.ชมสินธุ์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวคนร้ายรายนี้ คือนายนรภัทร หรือแป๊ะ เทียมอุทัย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/50 ซอยหมู่บ้านเขาน้อย อ.หัวหิน จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดหัวหิน ที่ จ. 111/2566 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2566 พร้อมเร่งติดตามจับกุมตัว

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 สิงหาคม 2566 นายนรภัทร พร้อมครอบครัว เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุวิ่งราวทองจากร้านดังกล่าวจริง โดยรับว่าทำอาชีพไรเดอร์ฟู้ดแพนด้ามาได้ประมาณ 1 ปี แต่เงินไม่พอใช้ จึงกู้เงินจากเพื่อนมา 5 หมื่นบาท นำมาลงทุนเช่าพระเครื่องเพื่อทำกำไรอีกที แต่พระเครื่องจำหน่ายไม่ได้ ประกอบกับเพื่อนเร่งรัดทวงเงินคืนจึงเกิดความเครียด คิดไม่ตก ตัดสินใจวิ่งราวร้านทอง ได้สร้อยคอทองคำทั้งหมด 4 เส้น ทำตกหาย 2 เส้นขณะหลบหนี ส่วนอีกสองเส้นขายใช้จ่ายระหว่างหนีกบดานตัวที่กรุงเทพฯ จนหมดเงิน ต่อมาถูกตำรวจกดดันหนัก จึงตัดสินใจเข้ามอบตัว จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มสตรีหนองบัว อบรมทำน้ำพริกปลาทอดสร้างรายได้เสริม

กลุ่มสตรีหนองบัว อบรมทำน้ำพริกปลาทอดสร้างรายได้เสริม

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านหนองบัว ที่เป็นผู้สูงอายุกว่า 30 คน มารับการอบรมการทำน้ำพริกปลาทูทอด เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีให้เกิดรายได้และแก้ปัญหาการว่างงานของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติทางการเงิน เป็นการพัฒนาให้สตรีในชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะส่งเสริมอาชีพใหม่ หรือมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น โดยรวมกลุ่มอาชีพ มีการพึ่งพาอาศัยกัน เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ และชุมชนยังสามารถนำสินค้ามาจำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนกัน จะเป็นทุนหมุนเวียนในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อพัฒนาสตรีให้มีศักยภาพและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สนับสนุนงบประงาน มี น.ส.วลัยลักษณ์ มูลมีรัตน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปราณบุรี และเชิญชาวบ้านที่มีความชำนาญด้านการทำน้ำพริก มาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติที่ศาลากลางหมู่บ้านหนองบัว หมู่ 4 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นางขวัญเรือน โสทน พัฒนาการชุมชน กล่าวว่า พัฒนาการชุมชนมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนสตรี มีงบประมาณที่จะช่วยเหลือให้สมาชิกสตรีอยู่สองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นการให้กู้ยืม เรียกว่า เงินทุนหมุนเวียน จะให้กู้ยืมอัตราดอกเบี้ยต่ำ ในวงเงินหนึ่งแสนบาท อีกส่วนหนึ่งคือการใช้เงินอุดหนุนของสตรี มีงบประมาณให้ เพื่อให้สตรีมีการรวมกลุ่มและฝึกเรียนรู้ในการทำอาชีพ เพื่อจะได้สานต่อ เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้กับสตรี ซึ่งมีการทำน้ำพริกที่บ้านหนองบัวได้ดำเนินการอยู่ มีสมาชิกประมาณสามสิบคน สนใจในการประกอบอาชีพทำน้ำพริกและต่อยอด เป็นความเข้มแข็งของหมู่บ้าน ที่มีจุดประสงค์ ให้สตรีรวมพลัง มีความรัก ความสามัคคี ใช้เงินก้อนนี้ไว้สำหรับบริหารจัดการให้มีรายได้ มีอาชีพเพิ่มขึ้น ในอนาคตวางแผนไว้ว่าหลังจากที่ให้เงินอุดหนุนไปในระยะหนึ่งในวงเงินของหมู่บ้านสองหมื่นบาท จะไปทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเดินหน้าแล้วต่อเนื่องได้ ก็จะสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้ตรงกับอาชีพที่ทำเป็นแล้ว เพื่อต่อยอดให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น แล้วให้มีสุขภาพที่ดี หรือมีคุณภาพชีวิตของสตรีที่ดี

นางภคมน หน่อเจริญดี ผู้สอน กล่าวว่าวันนี้มาสอนทำน้ำพริกปลาทูทอด ซึ่งบ้านเรามีพวกปลามาก จะใช้ปลาอะไรก็ได้ที่ชอบ ขั้นตอนมีทอดปลาทู พริกทอด หอมทอด กระเทียมทอด เอามาโขลกให้เข้ากัน แล้วนำไปทอดน้ำมันอีกครั้ง เติมน้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามปียก รสชาติชอบกินอย่างก็ปรุงเอา ลักษณะเด่นของน้ำพริกปลาทอด จะต้องมีรสเปรี้ยวเค็มหวาน ปลาทูมันก็อร่อยหอมที่ทอด จากนั้นนำมาใส่กระปุกพลาสติก ขายกระปุกละ 50 บาท

นายเลิศพันธ์ แก้วพิมพ์ กล่าวว่า ผู้นำชุมชนสนับสนุนกลุ่มสตรีให้มีรายได้เสริม จึงประสานงานกับภาครัฐเพื่อขอสนับสนุนการจัดตั้งโครงการฝึกอบรมน้ำพริกปลาทอด ซึ่งหมู่บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านที่มีชาวประมงเรือเล็ก จึงมีปลาสดใหม่ทุกวัน นำมาแปรรูปเป็นน้ำพริกเพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับกลุ่มสตรี รวมทั้งชาวบ้านหนองบัวและผู้ว่างงาน ให้มีรายได้ อีกทั้งยังสร้างความสามัคคีให้กับคนในชุมชนด้วย ขณะนี้ได้จัดตั้งเป็นวิสาหกิจขึ้นมา มีจำหน่ายสินค้าในศูนย์ท่องเที่ยวที่จุดเขากะโหลก หรือสั่งสินค้าทางเพจวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเขากะโหลก สามารถติดต่อได้ที่ 064 – 4656479.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแห่ดูนกในกิจกรรม “ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ครั้งที่ 1

นักท่องเที่ยวแห่ดูนกในกิจกรรม “ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ครั้งที่ 1

วันที่ 14 สิงหาคม 2566 น.ส.เนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ได้จัดกิจกรรม “Bird Walk @Hatwanakorn National Park ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ครั้งที่ 1” ขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 สิงหาคมนี้ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และชาวต่างชาติมาในรูปแบบครอบครัว จำนวน 25 คน กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีความรู้พื้นฐานในการดูนก ซึ่งนกถือว่าเป็นสัตว์ป่าที่สามารถพบได้ง่าย ทั้งในพื้นที่เมืองเเละพื้นที่ป่า เเละมีความสำคัญในด้านระบบนิเวศอีกด้วย โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีนกนานาชนิดตลอดเส้นทาง ได้รู้จักอุทยานแห่งชาติหาดวนกรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยอุทยานฯได้จัดเตรียมอุปกรณ์ ประกอบด้วยกล้องส่องทางไกลแบบสองตา (Binocular) กล้องส่องทางไกลแบบตาเดียว (Telescope) คู่มือดูนกเมืองไทย (Bird Guide) ไว้บริการ พร้อมของรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจากเพจผ้าขาวม้าติ่งป่าให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

ในการสำรวจครั้งนี้ พบความหลากชนิดของนกในอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จำนวน 12 ชนิด เช่น กระเเตแต้แว้ด (Vanellus indicus) กะรางหัวขวาน (Upupa epops) กินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) เขาเปล้าธรรมดา (Treron curvirostra) เค้าจุด(Athene brama) จาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) แซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Dicrurus paradiseus) ตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) บั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) โพระดกธรรมดา (Psilopogon lineatus) แอ่นกินรัง (Collocalia germani) ยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) เป็นต้น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหาดวนกรมีการสำรวจพบนกจำนวน 43 วงศ์ 76 สกุล 100 ชนิด จัดเป็นนกประจำถิ่น 73 ชนิด และนกอพยพ 27 ชนิด โดยในทุกๆ เดือน อุทยานแห่งชาติหาดวนกรจะจัดกิจกรรม “Bird Walk @Hatwanakorn National Park” เดือนละ 1 ครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ในครั้งถัดไปทางเพจเฟซบุ๊ก “Hatwanakorn National Park”.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวคึกคักช่วงวันหยุด พิชิตยอดเขาล้อมหมวก สูง 902 ฟุต ชมวิว 3 อ่าว

นักท่องเที่ยวคึกคักช่วงวันหยุด พิชิตยอดเขาล้อมหมวก สูง 902 ฟุต ชมวิว 3 อ่าว

วันที่ 14 สิงหาคม 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันแม่แห่งชาติ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งที่อำเภอหัวหิน บริเวณชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ และกระจายไปทั้ง 8 อำเภอ แต่ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก สูง 902 ฟุต ภายในกองบิน 5 อ.เมืองประจวบฯ รอบพิเศษในช่วงวันหยุดยาวรวม 3 วัน ระหว่างวันที่ 12 – 14 สิงหาคมนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติลงทะเบียนหน้างาน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 10.00 น. ซึ่งตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมกันประมาณ 600 คน ส่วนใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และภาคกลาง ปีนป่ายโขดหินสูงชันเพื่อขึ้นไปชมวิวที่สวยงามของท้องทะเลเมืองประจวบฯ ทั้งสามอ่าว ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบฯ และอ่าวน้อย ตลอดจนเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ประกอบกับมีช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 6 วันก่อนหน้านี้ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงกว่าการจัดกิจกรรมพิชิตเขาล้อมหมวกครั้งที่ผ่านมา โดยนาวาอากาศเอก สิทธิรัตน์ พู่ทรงชัย ผู้บังคับการกองบิน 5 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกดูแลและมอบใบประกาศนียบัตรผู้พิชิตยอดเขาล้อมหมวกเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสพิชิตเขาล้อมหมวกให้กับนักท่องเที่ยวด้วย พร้อมกันนี้นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้สักการะศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก ให้อาหารน้องค่างแว่นถิ่นใต้ ซึ่งนำมาเป็นมาสคอต “น้องเอ็นดู” สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ชมรมปลาจวด ร่วมกับชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวสามร้อยยอด จัดแรลลี่ท่องเที่ยวทางทะเล

ชมรมปลาจวด ร่วมกับชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวสามร้อยยอด จัดแรลลี่ท่องเที่ยวทางทะเล

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ชมรมปลาจวด ร่วมกับชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด จัดกิจกรรมพายเรือคายัคแรลลี่ท่องเที่ยวสามร้อยยอด (audax) ระยะทาง 60 กิโลเมตร เชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างอำเภอสามร้อยยอด กุยบุรี และปราณบุรี เป็นการจัดพายเรือในทะเลทางไกลครั้งแรกของประเทศไทย หวังให้เป็นกิจกรรมต้นแบบที่ยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลใน 3 อำเภอ โดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในกิจกรรมทางน้ำแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ โดยมีหน่วยกู้ภัยทางน้ำมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถานสามร้อยยอด คอยอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมกิจกกรม

ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดประจวบฯ มีชายฝั่งที่ติดกับทะเลเป็นระยะทางที่ยาวมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม รวมถึงอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีแนวปะการังและชายหาดที่สวยงาม มีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการมาพักผ่อน จัดกิจกรรมทางทะเล ทั้งว่ายน้ำ ดำน้ำ พายเรือ เล่นเซิร์ฟบอร์ด เป็นต้น ทั้งนี้กิจกรรมกลางแจ้งในทะเลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจากคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผ่านการวิ่งมาราธอนหรือไตรกีฬา เริ่มมีว่ายน้ำในทะเล รวมถึงพายเรือคายัคมากขึ้นเป็น 10 เท่าในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา

กิจกรรมดังกล่าวเริ่มที่หาดสามร้อยยอด บริเวณตลาดลงเล พายไปตามเส้นทางผ่านเกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวิง เกาะระวาง ผ่านถ้ำพระยานคร ถ้ำไทร เข้าคลองเขาแดง อำเภอกุยบุรี ไปจุดกลับตัวที่ผาแดงและพายเรือย้อนกลับเส้นทางเดิม มุ่งหน้าเขากะโหลก อำเภอปราณบุรี และย้อนกลับมาที่หาดสามร้อยยอด ณ บริเวณจุดเริ่ม รวมระยะทาง 60 กิโลเมตร มีเรือเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 27 ลำ เริ่มปล่อยเรือในเวลา 07.30 น. Cut Off ที่เวลา 19.30 น. มีนักพายเรือ เข้าจุด finish ลำแรกในเวลา 17.30 น ใช้เวลาในการพาย 10 ชั่วโมง และลำสุดท้ายเข้าจุด finish ในเวลา 18.30 น.

กิจกรรมภายเรือคายัคครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทางทะเลเชิงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมกีฬาทางทะเลที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เป็นการจัดขึ้นครั้งแรกและจะจัดเป็นประจำทุกปีต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ตลาดบกถนนสู้ศึก บรรยากาศวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ตลาดบกถนนสู้ศึก บรรยากาศวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ช่วงเย็นวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ที่บริเวณถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน เขตเทศบาลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเปิดเป็นตลาดยามเย็น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนอกและในพื้นที่ เข้ามาเที่ยวชมสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชนบ้านไม้เก่าโบราณ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งชาวบ้านในชุมชนพร้อมใจคงสภาพอัตลักษณ์ความเก่าแก่เอาไว้ เพื่อสื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นได้เรียนรู้ศึกษา ร่วมภาคภูมิใจและซึมซับบรรยากาศย่านเก่าแก่ในบรรยากาศวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนอาคารไม้เก่าแก่ รวมไปถึงของเก่าโบราณล้ำค่า และภาพถ่ายทหารไทย – ทหารญี่ปุ่น ในสมัยยุคสงครามโลก รวมไปถึงเครื่องดนตรี เครื่องเล่นแผ่นเสียง และอื่นๆ อีกมากมาย ที่จัดแสดงและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชม ณ บ้านอาจารย์ไก่ ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนถนนสู้ศึก นอกจากนี้ภายในชุมชนยังเปิดให้เกษตรกรนำผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ พืชผักผลไม้ และผักสวนครัวรั้วกินได้ มาจำหน่ายภายในตลาด รวมไปถึงขนมไทย ขนมสด อาทิเช่น ถั่วแปบ ผัดไทย หอยทอด ข้าวหมากโบราณ เป็นต้น

ตลาดบกสู้ศึกแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ ระดับประเทศ อีกทั้งชุมชนหัวบ้านแห่งนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชนคุณธรรมต้นแบบ และเป็นชุมชนนำวิถี 1 ใน 20 ของประเทศอีกด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ และชื่นชอบบรรยากาศวิถีชุมชนย่านบ้านเก่าโบราณ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างทหารไทย – ญี่ปุ่น ในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สามารถมาร่วมกิจกรรมและชมตลาดได้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 06.30 น.จะมีการแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมกันสืบสานประเพณีทำบุญใส่บาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นในช่วงเย็นประมาณ 16.00 น.เป็นต้นไปจะเป็นบรรยากาศของตลาดบกสู้ศึก ถนนสายวัฒนธรรม.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
สังคม

บริการตรวจวัดสายตา

ข่าวสังคม

บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “พีพีพี คืนสุขภาพสายตาให้พี่น้องชาวชุมชน” หมู่ 3 บ้านช้างแรก และหมู่ 5 บ้านหินปิด โดยมี ธิรวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก พร้อมด้วยธนวัฒน์ ชื่นชอบทรัพย์ กำนันตำบลช้างแรก และคณะผู้นำชุมชน ร่วมเป็นจัดโครงการนี้ เพื่อให้ชาวบ้านที่ประสบปัญหาด้านสายตา เข้ารับบริการตรวจวัดสายตา ที่ศาลาหมู่บ้าน หมู่ 3 บ้านช้างแรก เพื่อการใช้ในชีวิตประจำวันที่ดีกว่าเดิม

ทั้งนี้บริษัท พีพีพีฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibilities : CSR) ที่มุ่งเน้นอยู่ร่วมกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนต่อไป.

มานพ ฟูเฟื่อง….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต จัดเดินแบบผ้าไทยสุดอลังการ ต้อนรับเทศกาลวันแม่

บลูพอร์ต จัดเดินแบบผ้าไทยสุดอลังการ ต้อนรับเทศกาลวันแม่

วันที่ 13 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ต้อนรับเทศกาลวันแม่และเดือนของผู้หญิง กับแคมเปญ “Elegance of Thai Woman” มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นายสมชาย กระแจะเจิม คณะที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 1 น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมชมแฟชั่นโชว์เดินแบบผ้าไหมจากพราวไทย การเสวนาเรื่องผ้าไทยกับแฟชั่น โดยอาจารย์โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายและแฟชั่นประยุกต์ ท่ามกลางความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมชมงาน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมผ้าพิมพ์จากโขมพัสตร์ หัวหิน, นิทรรศการผ้าไทย, การประกวดชุดผ้าไทย โดยได้รับความสนใจจากน้องๆ จากสถานศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก และผลการตัดสิน รางวัลชนะเลิศได้แก่ น.ส.วรรณดี พรชัยมีสุข ได้รับคูปองเงินสด 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 น.ส.วิระยา กล่อมจิตร ได้รับคูปองเงินสด 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 น.ส ดุสดีพร มะลิซ้อน ได้รับคูปองเงินสด 2,000 บาท รางวัลชมเชย ได้แก่ น.ส.เยาวเรศ เดวี่ส์ และ น.ส.ธิตารีย์ ทองเหียง

ทั้งนี้ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมเป็นจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองความสุขของผู้คนในทุกเทศกาล โดยมอบประสบการณ์ความสุขและความประทับใจในทุกช่วงเวลา ผ่านพื้นที่ภายในบลูพอร์ต สำหรับวันแม่ปีนี้ บลูพอร์ตจัดแคมเปญขึ้นภายใต้ชื่อ “Elegance of Thai Woman” เพื่อดึงความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของหญิงไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งเดือนสิงหาคม สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ พลาดไม่ได้กับกิจกรรมเวิร์คช้อป สอนแต่งหน้าจาก BSC โดยครูสอนแต่งหน้าชื่อดังระดับประเทศ ที่จะมาสอนเก็บเทคนิคการแต่งหน้าในแบบฉบับคนดัง ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมทำกิจกรรมได้ทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมรับโปรโมชั่นสุดคุ้มและสิทธิพิเศษเอาใจคุณแม่และครอบครัว จนถึงวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มทำงานดูแลพ่อและญาติป่วย 4 รายและสมาชิกอีกหลายชีวิต

หนุ่มทำงานดูแลพ่อและญาติป่วย 4 รายและสมาชิกอีกหลายชีวิต

วันที่ 13 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 95/5 ซอยข้างสหกรณ์โคนมบางสะพาน หมู่ 1 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังคาสังกะสี สภาพชำรุดทรุดโทรม ซึ่งเป็นของนายสมโภชน์ พุ่มทอง อายุ 37 ปี หนุ่มสู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงย่าและพ่อที่ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ยังต้องดูแลญาติพี่น้องที่เป็นผู้ป่วยอีก 3 ราย รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 9 ชีวิต เด็กบางรายต้องหยุดเรียนอยู่บ้าน เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินให้เด็กไปโรงเรียนและไม่มียานพาหนะสำหรับพาเด็กๆ บางรายไปส่งโรงเรียน ภายในบ้านมีผู้สูงอายุนอนติดเตียง นอกจากนี้ยังมีผู้พิการทางสายตาและชายสติไม่สมประกอบ อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย

นายสมโภชน์ เล่าว่า ตนรับจ้างสอยมะพร้าวและรับจ้างตัดไม้ยาง เพื่อมาดูแลย่าวัย 84 ปี ที่ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นอกจากนี้ยังต้องดูแลหลานชายวัย 15 ปี ที่ตาบอดสนิททั้งสองข้างตั้งแต่เกิดและมีอาที่สติไม่สมประกอบ โดยทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันที่บ้านนี้ ซึ่งภรรยาตนเป็นผู้ดูแลและยังมีลูกและหลานอายุ 4 – 6 ปี อีก 3 ชีวิตที่อยู่รวมกัน โดยตนออกไปทำงานหารายได้เพียงคนเดียว

นอกจากนี้ ล่าสุดพ่อที่เคยช่วยกันทำงานหาเงิน กลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมีเเม่เลี้ยงที่รับมะพร้าวมาปลอก มีรายได้วันละ 100 กว่าบาท ดูแลอยู่ โดยปลูกบ้านอยู่ห่างออกไปจากบ้านของตนประมาณ 200 เมตร ในที่ของเจ้าของสวนมะพร้าว ทำให้ภาระในการหาเงินมาเลี้ยงดูกว่าสิบชีวิต ตกอยู่ที่ตนเพียงคนเดียว ที่ผ่านมามีเพียงเงินผู้พิการของหลาน ที่ได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท มาช่วยซื้อข้าวสารอาหารแห้ง โดยที่รายได้ของตนก็ไม่แน่นอน วันไหนไม่มีงาน วันนั้นก็ไม่มีรายได้ นอกจากนี้ยังมีน้องสาวตนและลูกอีกสองคน อายุ 4 ปี และ 6 ปี ที่ปลูกบ้านอยู่ข้างๆ มาอาศัยกินข้าวที่บ้าน โดยหลานทั้งสองคนอยู่ชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 3 น้องสาวตนไม่ได้ส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนเนื่องจากไม่มีรถที่จะใช้เดินทาง

ผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือหรือนำสิ่งของมอบให้ครอบครัวนายสมโภชน์ พุ่มทอง สามารถ ติดต่อได้โดยตรง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 094 – 9757141.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวห่มผ้าหลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล คึกคัก

นักท่องเที่ยวห่มผ้าหลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล คึกคัก

วันที่ 13 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดวันแม่แห่งชาติที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล พร้อมด้วยนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นำแขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวนับพันคน ถือผ้าเหลืองความกว้าง 3 เมตร ความยาว 399 เมตร

เดินเวียนทักษิณาขึ้นห่มหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก ในกิจกรรม “เพิ่มพลังใจด้วยศรัทธาห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 10” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566 พร้อมกราบสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่ “ท้าวเวสสุวรรณ” และ “ไอ้ไข่” ขนาดใหญ่สูง 3 เมตรจากไม้ตะเคียนพันปี ที่ตั้งไว้ในศาลาด้านข้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ ก็มีประชาชนนักท่องเที่ยวแห่กราบไหว้ขอโชคลาภเลขเด็ดงวดที่จะถึงนี้อย่างไม่ขาดสาย.