Categories
ข่าว ทั้งหมด

ขนส่งประจวบฯ เปิดประมูลเลขสวยปี 68 รวม 301 หมายเลข ได้เงินเกือบ 20 ล้านบาท

ขนส่งประจวบฯ เปิดประมูลเลขสวยปี 68 รวม 301 หมายเลข ได้เงินเกือบ 20 ล้านบาท

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กบ” (ก้าวหน้าร่ำรวย มากด้วยบารมี) ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 9 ที่ห้องประชุมสามอ่าว แกรนด์บอลรูม โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีนางสุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

การเปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ เปิดประมูลพร้อมกันสองช่องทาง คือ ทางระบบออนไลน์ และทางวาจาด้วยวิธีเคาะไม้ในห้องประมูล รวมทั้งสิ้นจำนวน 301 หมายเลข โดยป้ายทะเบียนหมายเลขแรกที่เปิดประมูลคือ กบ 8899 ประจวบคีรีขันธ์ ปิดราคาประมูลที่ 117,000 บาท ส่วนหมายเลขป้ายทะเบียนที่ประมูลได้ราคาสูงสุดในครั้งนี้ คือหมายเลข กบ 9999 ประจวบคีรีขันธ์ ปิดราคาประมูลหมายเลขนี้จากผู้เสนอราคาในห้องประมูล ที่ 700,000 บาท รวมจำนวนเงินที่ประมูลทั้งสิ้น 18,885,000 บาท

นางสุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การเปิดประมูลในปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้ว โดยเปิดประมูล 2 ช่องทาง คือ ทางอินเตอร์เน็ต และทางวาจาด้วยวิธีเคาะไม้ในห้องประมูล ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดการประมูลทั้งสิ้นกว่า 14 ล้าน โดยในปีนี้คาดว่าจะมียอดสูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งรายได้จากการประมูลทั้งหมดจะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนด้านต่างๆทุกจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังนำรายได้ส่วนหนึ่งไปจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย โดยการประมูลเลขหมายในปีนี้เลข 9 เลข 999 และ เลข9999 ได้รับความสนใจมากสุดอันดับต้นๆ โดยส่วนมากจะเป็นลูกค้าเก่า เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ข้าราชการ และนักธุรกิจ โดยกลุ่มรถที่จะใช้ป้ายหมายเลขทะเบียนเหล่านี้จะเป็นรถประเภทรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน เช่น รถกระบะ 4 ประตู รถเก๋ง หรือรถแวน เป็นต้น.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ จัดประกวดสื่อสร้างสรรค์“เที่ยวประจวบ Next vibe ให้ใจฟู”ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท

อบจ.ประจวบฯ จัดประกวดสื่อสร้างสรรค์“เที่ยวประจวบ Next vibe ให้ใจฟู”ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท

วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการประกวดสื่อสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ ภายใต้ชื่อ“เที่ยวประจวบ Next vibe ให้ใจฟู”ร่วมกับ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายชวรัตน์ มานะกิจสมบูรณ์ รักษาการนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมแถลงข่าว มีผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าโครงการ MBA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมรับฟัง

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและแพลตฟอร์มโซเชียลยอดนิยม TikTok จัดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์เป็นปีที่ 2 ครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด“เที่ยวประจวบ Next vibe ให้ใจฟู”เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัด จุดประกายการท่องเที่ยวผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ เพื่อเฟ้นหาไอเดียและพลังสร้างสรรค์ที่จะมาบอกเล่าเสน่ห์ของประจวบฯ ในมุมมองสดใหม่ สนุก ซึ้งและทรงพลัง เปิดโอกาสให้อินฟูเอนเซอร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ นักเรียน นักศึกษาและประชาชน ได้ร่วมแสดงความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ท่องเที่ยวในรูปแบบวิดีโอสั้นที่มีเอกลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ และสื่อถึงอารมณ์ในแบบ“Next vibe”ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมท้องถิ่น คาเฟ่สุดชิค ที่พัก การเดินทาง หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ในแง่มุมมองที่ทำให้“ใจฟู”ได้อย่างแท้จริง

หลักเกณฑ์การส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers โดยมีช่องในสื่อออนไลน์ Tiktok facebook หรือ Youtube หรือ Instagram ที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 คนขึ้นไป 2) บุคคลทั่วไป บุคคลหรือทีม นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ส่งคลิปเข้าประกวดได้ไม่เกิน 2 คลิป เปิดรับสมัครวันที่ 6 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม ประกาศผลการตัดสิน วันที่ 15 สิงหาคม 2568 โดยคลิปส่งเข้าประกวดเป็นคลิปถ่ายทำใหม่ด้วยตนเองตั้งแต่วันเปิดรับสมัคร โดยอัพโหลดคลิปลงช่อง TikTok ของตนเองและเปิดสาธารณะ ความยาวคลิปไม่น้อยกว่า 60 วินาที และไม่เกิน 90 วินาที สมัครทาง Google form ผ่านคิวอาร์โค๊ด หรือลิงค์รับสมัคร ติดแฮชแท็ก ดังนี้ (บังคับ) #เที่ยวประจวบNextVibeให้ใจฟู #อบจประจวบคีรีขันธ์

รางวัลการประกวด ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers (ผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 คน ขึ้นไป) ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 30,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 20,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 15,000 บาท ประเภทบุคคลทั่วไปหรือทีม ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 10,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 7,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศเกียรติคุณทุกรางวัล และรางวัลสมนาคุณบัตรกำนัล ห้องพักโรงแรม รีสอร์ท สุดหรูจากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดประจวบฯ และกิ๊ฟวอยเชอร์จากเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สามารดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดเพิ่มเติมได้ที่ www.prachuap.go.th / เฟซบุ๊ก : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ / Tiktok : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานเขาสามร้อยยอด จับผู้ลักลอบเก็บหินบนเขาและซุกยาบ้า

อุทยานเขาสามร้อยยอด จับผู้ลักลอบเก็บหินบนเขาและซุกยาบ้า

วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีข้อสั่งการให้เข้มงวดการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบเข้าพื้นที่เพื่อกระทำผิดกฎหมาย พร้อมเร่งรัดการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด สืบเนื่องเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ทั้งชุดที่ 1, 2 และ 3 รวมถึงศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามฯ ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด บริเวณสำนักสงฆ์วัดพุทธอุทยานถ้ำเกาะไผ่ ท้องที่บ้านเกาะไผ่ หมู่ 5 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีบุคคลลักลอบขึ้นไปบนภูเขาในเขตอุทยานแห่งชาติ

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและพบชายสองคน กำลังเก็บเศษหินและสกัดหินบริเวณบ่อหินยอดภูเขามังกร จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อคือนายพีรพัฒน์ (สงวนนามสกุล) และนายบุญเลิศ (สงวนนามสกุล) จากการตรวจค้นนายพีรพัฒน์ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 7 เม็ด พร้อมอุปกรณ์สำหรับการกระทำผิด อาทิ ค้อนปอนด์ขนาดเล็ก, เหล็กสกัด และไฟฉายคาดศีรษะ ขณะที่นายบุญเลิศ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 34 เม็ด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิด เช่น ค้อนปอนด์ขนาดใหญ่, เหล็กสกัดชนิดกลมและแบน และไฟฉายแบบมือถือ รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด 41 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด จึงบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (6), มาตรา 20 และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ต่อไป

การดำเนินการครั้งนี้ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการป้องปรามการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและส่งเสริมความปลอดภัยของสังคมโดยรวม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปู+ใบชะพลูกรอบ เมนูเด็ดคุมประพฤติประจวบฯ เข้าชิงระดับประเทศ

แกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปู+ใบชะพลูกรอบ เมนูเด็ดคุมประพฤติประจวบฯ เข้าชิงระดับประเทศ

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ พร้อมคณะอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) และผู้ถูกคุมประพฤติที่ผ่านการคัดเลือกจากการแข่ง Street Food สร้างอาชีพ ระดับจังหวัด ทั้งประเภทอาหารคาวและอาหารหวานและเป็นตัวแทนสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ เข้าแข่งประกวดการทำอาหารในระดับภาค 7 ซึ่งจัดขึ้นที่วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) ต.ท่าฉลอม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ทั้งนี้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มอบหมายให้สำนักงานคุมประพฤติในเขต 7 จัดโครงการประกวดทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ กรมคุมประพฤติ ระดับภาค (เขต 7) ประจำปี 2568 มีผู้เข้าร่วมการประกวดทำอาหารที่มาจากทั้ง 8 จังหวัด 9 สำนักงาน ประกอบด้วย สำนักงานสมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสำนักงานจังหวัดประจวบฯ สาขาหัวหิน

นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ กล่าวต่อว่า สำนักงานฯประจวบฯ ส่งเข้าประกวดทั้งสองเมนู ทั้งประเภทอาหารคาวและอาหารหวาน โดยอาหารคาวส่งเมนูแกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปูกับใบชะพลูกรอบ และอาหารหวานเป็นกล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน ซึ่งทั้งสองเมนูใช้วัตถุดิบในพื้นถิ่นเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ดังคำขวัญจังหวัดที่ว่า“เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสด หาด เขา ถ้ำ”วัตถุดิบทั้งสองเมนู ไม่ว่าจะเป็นสับปะรด หรือมะพร้าว ล้วนแต่เป็นผลไม้ที่ปลูกกันมากที่สุด เป็นที่รู้จักและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดมาอย่างยาวนาน ตามแนวคิดการจัดแข่งขันที่ให้นำวัตถุดิบที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาทำอาหาร

ผลการแข่งขัน แกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปู+ใบชะพลูกรอบ ของจังหวัดประจวบฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทอาหารคาว รับเงินรางวัล 3,000 บาท จากการตัดสินของคณะกรรมการฯผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 3 คน มีนายอำนาจ คำนำ อุปนายกคนที่ 2 สมาคมเดอะเชฟแห่งประเทศไทย นายหมวดตรี เพิ่มสิน เอียดเอื้อ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร และ นายณัฐวุฒิ เอกจีโรภาส นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร และได้เป็นตัวแทนของภาค 7 เข้าไปแข่งรอบสุดท้าย Street Food สร้างอาชีพ ในระดับประเทศที่ส่วนกลางต่อไป ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอาหารคาว ได้แก่ รองอันดับ 1 เมนูบาบีคิว บาบีใจ ของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสมุทรสาคร รับเงินรางวัล 2,000 บาท รองอันดับ 2 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ (สาขาหัวหิน) เมนูแกงหลอก รับเงิน 1,000 บาท

ส่วนประเภทอาหารหวาน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เมนูบัวลอย 5 สี ของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสมุทรสาคร รับเงินรางวัล 3,000 บาท รองอันดับ 1 เมนูสายทองล่องลอย ของสำนักงานจังหวัดนครปฐม รับเงินรางวัล 2,000 บาท รองอันดับ 2 เมนูบัวลอยมณีแก้วพาเพลิน ของสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี รับรางวัล 1,000 บาท ส่วนเมนูกล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อนของสำนักงานจังหวัดประจวบฯ รับรางวัลชมเชย ซึ่งเมนูชนะเลิศทั้งสองประเภท ทั้งประเภทอาหารคาวเมนูแกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปูกับใบชะพลูกรอบ ของจังหวัดประจวบฯ และอาหารหวานเมนูบัวลอย 5 สี ของจังหวัดสมุทรสาคร จะเป็นตัวแทนระดับเขต 7 เข้าร่วมต่อในเวทีแข่งรอบสุดท้าย Street Food สร้างอาชีพในระดับประเทศต่อไป

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตามนโยบายนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ที่มีนโยบายให้ขับเคลื่อน Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ โดยให้แนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็นยุทธศาสตร์ และนับได้ว่าเมนูอาหารของสำนักงานคุมประพฤติประจวบฯ ที่ชนะเลิศ Street Food สร้างอาชีพของกรมคุมประพฤติระดับภาค เมนูแกงคั่วสับปะรดกรรเชียงปูกับใบชะพลูกรอบ ก็อยู่ในแผนการสร้างกลยุทธ์ Wellness Economy ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ที่จะต่อยอดสร้างมูลค่าได้ในด้านอาหารและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังด้านส่งเสริมสินค้าเกษตรในท้องถิ่นนำมาแปรรูป รังสรรค์เมนูอาหารขึ้นสำรับโต๊ะอาหารในร้านอาหารต่อไป

สำหรับการประกวด Street Food สร้างอาชีพ กรมคุมประพฤติ จะดำเนินการใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสำนักงานคุมประพฤติ ระดับเขต และระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น พร้อมต่อยอดสู่การเป็นมืออาชีพและเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จของการคืนคนดีสู่สังคมต่อไป

ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดหลังพ้นโทษ ด้วยการช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างยั่งยืนโดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะที่จำเป็น การจัดฝึกอบรมอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานสร้างรายได้ รวมถึงให้ทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพ.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวนำเครื่องเซ่นไหว้บูชาองค์จตุโชคศาลหลักเมืองประจวบฯ ในวันเสาร์ 5 เสริมดวง

นักท่องเที่ยวนำเครื่องเซ่นไหว้บูชาองค์จตุโชคศาลหลักเมืองประจวบฯ ในวันเสาร์ 5 เสริมดวง

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนสละชีพ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีชาวประจวบฯ และนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ นำเครื่องเซ่นไหว้ประเภทต่างๆ อาทิเช่น ดอกไม้ธูปเทียน พวงมาลัยดอกดาวเรืองมะพร้าว กล้วย น้ำแดง และขนมต่างๆ มาสักการะบูชากราบไหว้องค์จตุโชคประจำศาลหลักเมืองประจวบฯ กันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากเป็นวันเสาร์ซึ่งตรงกับวันที่ 5 โดยมีความเชื่อว่าเสาร์ 5 เป็นวันแข็ง มีความเป็นสิริมงคล หากใครที่ได้มากราบไหว้ศาลหลักเมือง และทำบุญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามสถานที่ต่างๆ จะสามารถช่วยเสริมดวงบารมี และหนุนนำความเป็นสิริมงคลเข้าสู่ตัวเองและครอบครัวได้ผลดีที่สุด โดยเฉพาะเวลา 11.00 น. จะเป็นฤกษ์มงคลที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่มากราบไหว้สักการะศาลหลักเมืองยังได้ร่วมงานบุญในการสืบสานประเพณีหล่อเทียนพรรษา ที่เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ได้ตั้งเต็นท์ บริเวณริมถนนสละชีพ หน้าศาลหลักเมืองประจวบฯ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมบุญหล่อเทียนพรรษา ก่อนจะนำไปถวายให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง ต่อไป

ทั้งนี้ เสาหลักเมืองมีมาตั้งแต่ต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าเมื่อไปไหว้ศาลหลักเมืองขอพร จะส่งผลในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง สุขภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงในชีวิต หรือใครที่เจออุปสรรค ติดขัดปัญหาต่างๆ ก็จะราบรื่นไปตลอดทั้งปี มีความมงคลรอบด้าน เพราะเป็นสถานที่ ที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ศาลหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ใครมาไหว้ก็ปังทุกราย ยิ่งใครที่ดวงตก หรือปีชง ให้มาไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองจะเป็นการเสริมดวง และหนุนนำความเป็นสิริมงคลเข้าสู่ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเสาร์ที่ 5 ที่ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินไทย โดยคนไทยสมัยโบราณเชื่อว่า “วันเสาร์ 5” หรือ “เสาร์ 5” เป็นวันฤกษ์แรงที่เหมาะสำหรับการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เพราะมีความเชื่อด้านโหราศาสตร์ที่ผสมผสานกับไสยเวท ว่าดาวเสาร์เป็นดาวแห่งพลังที่มีความเข้มแข็งมาก บรรดาเกจิอาจารย์มักจะนิยมทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลในวันเสาร์ห้า หรือเสาร์ที่ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 โดยเชื่อว่าจะให้พุทธคุณด้านความขลัง ความคงกระพัน และแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง

นายสมภพ บุญเกิด อายุ 40 ปี ชาวกุยบุรี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของตน ประกอบกับวันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ตามความเชื่อว่าเป็นวันดี วันแข็งตามความเชื่อของคนโบราณที่นิยมใช้ในการปลุกเสกพระศักดิ์สิทธิ์ ไม่คิดว่าวันนี้ที่ศาลหลักเมืองประจวบฯ จะมีคนเยอะมากทั้งคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายสดุดีพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพิธีเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ที่วัดอ่างทอง หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ โดยมี นพ.ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการผู้อำนวยการ รพ.ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัด บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุข อาสาสมัคร พอ.สว.ประจำจังหวัด ประชาชนและนักเรียนเข้าร่วมพิธี

การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกอบพิธีถวายสดุดีแด่พระองค์ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มอบถุงสิ่งของอุปโภคบริโภคจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ประชาชน และทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนจำนวน 39 ราย จากนั้นจึงเดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มาออกให้บริการแก่ประชาชน

กิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับโรงพยาบาลทับสะแก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ โดยเสด็จพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระปณิธานของพระองค์ท่าน ด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการตรวจหาเชื้อมาลาเรีย บริการแพทย์แผนไทย และตรวจสุขภาพนักเรียน มีหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 56 ปีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองพระปณิธานในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของปวงชนชาวไทยในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สาวเมียนมาดีใจ พบหน้าแม่ครั้งแรก หลังพลัดพรากหลายปี จนเปิดด่านสิงขร ที่คาดว่ามีเงินหมุนเวียน 10 ล้านบาท

สาวเมียนมาดีใจ พบหน้าแม่ครั้งแรก หลังพลัดพรากหลายปี จนเปิดด่านสิงขร ที่คาดว่ามีเงินหมุนเวียน 10 ล้านบาท

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษทางการค้าช่องสิงขร ชายแดนไทย – เมียนมา หมู่ 6 บ้านด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีแรงงานชาวเมียนมา ที่มารับจ้างทำงานอยู่ในประเทศไทยได้พาครอบครัวมาที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนสิงขร เพื่อมารอพบหน้าบิดา – มารดา ที่ยังอาศัยอยู่ประเทศเมียนมา บริเวณหมู่บ้านมูด่อง หลังจากที่ประเทศเมียนมา ได้ปิดด่านห้ามบุคคลเข้าออกข้ามประเทศ เนื่องจากปัญหาสถานการณ์โควิด – 19 และปัญหาการสู้รบในฝั่งเมียนมา เป็นเวลาหลายปี หลังจากที่หลายหน่วยงานของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน หารือกับฝั่งเมียนมา เพื่อกลับมาเปิดตลาดนัดชายแดนเหมือนเช่นในอดีต สามารถนำสินค้าเครื่องอุปโภค – บริโภค และสินค้าเกษตรและสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาจำหน่ายร่วมกับสินค้าเกษตรและสินค้าพื้นเมืองของฝั่งเมียนมา แล้วมาจำหน่ายร่วมกัน ที่บริเวณอาคารโดมและบริเวณตลาดด่านสิงขร

น.ส.เซ็นต์ อายุ 25 ปี หญิงสาวชาวเมียนมา กล่าวว่า ตนกับสามี รวมถึงญาติพี่น้องมารับจ้างกรีดยาง อยู่ในอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้พาครอบครัวมารอพบหน้าพ่อและแม่ หลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นเวลา 2 – 3 ปี เพราะมีการปิดด่านห้ามบุคคลเข้า-ออก แต่เมื่อทราบว่ามีการจัดตลาดการค้าร่วมกัน จำนวน 10 วัน จึงได้นัดพ่อแม่และยาย มาพบเจอหน้ากันที่ฝั่งไทย โดยแม่บอกว่าทางเมียนมา ผ่อนปรนยังไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการข้ามมาฝั่งประเทศไทยช่วงระยะนี้

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าบริเวณตลาดชายแดนด่านสิงขรแห่งนี้ ได้เตรียมความพร้อมร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชน วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเปิดรับลงทะเบียนในการแบ่งล็อคจัดสถานที่ มีผู้มาลงทะเบียนแล้วประมาณ 200 ร้านค้า บรรยากาศวันแรกเริ่มคึกคัก มีรถพ่อค้าแม่ค้าทยอยมาจัดตั้งร้านค้า ส่วนพ่อค้าแม่ค้าฝั่งเมียนมา สามารถมาขายสินค้าบริเวณตลาดฝั่งไทยจุดนี้ได้ ส่วนนักท่องเที่ยวฝั่งไทยสามารถข้ามไปท่องเที่ยวฝั่งประเทศเมียนมาได้ แต่ไม่เกินบริเวณหมู่บ้านมูด่อง ระยะทางไม่เกิน 4 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวทั้งสองฝั่ง จะมีจัดรถไว้คอยบริการ โดยการเดินทางเข้าออกผ่านแดน จะใช้หนังสือผ่านแดน (Border Pass) หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary border pass) ซึ่งจะเสียค่าธรรมเนียมตามปกติ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ฟรีทั้งหมด ส่วนพ่อค้าแม่ค้าชาวเมียนมา ที่แจ้งความประสงค์จะนำสินค้าพื้นเมืองมาขายร่วมกับฝั่งไทย มีประมาณ 50 – 60 ร้านค้า แต่อาหารทะเลน่าจะยังไม่มี เนื่องจากพื้นที่ตอนในของฝั่งเมียนมา ยังมีการสู้รบอยู่ หลังจากจัดงานครบ 10 วันแล้ว จะนำไปสรุปถอดบทเรียนในการแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ และถ้าเศรษฐกิจการค้าขายดีขึ้น ต่อไปอาจจะมีการจัดตลาดทุกสุดสัปดาห์ โดยยึดประโยชน์ของพ่อค้าประชาชนของทั้งสองประเทศ คาดว่างานที่จัดครั้งนี้ จะมีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท

ด้าน น.ส.อรทัย ประกอบปราน อายุ 20 ปี แม่ค้าชาวบ้านด่านสิงขร เปิดใจว่าอยากให้มีการเปิดด่านการค้าชายแดนไทย – เมียนมา เหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันตลาดด่านสิงขรเงียบเหงามาก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบ้าง แต่ไม่มาก การเปิดตลาดรอบนี้หวังว่าจะขายดีทุกวัน

นอกจากนี้ตลอดงานทั้ง 10 วัน ในช่วงกลางคืนยังมีมินิคอนเสิร์ตแนวคันทรี เพื่อสร้างความคึกครื้น และในวันที่ 12 กรกฎาคม จะมีกิจกรรมปั่นจักรยานข้ามแดนไทย – เมียนมา ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 200 คัน และสรุปจำนวนคนไทยและเมียนมา เดินทางข้ามแดนวันแรก มีชาวไทยผ่านออก 26 คน ผ่านเข้า 26 คน ชาวเมียนมา ผ่านเข้า 152 คน ผ่านออก 152 คน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 บรรยากาศการเปิดตลาดการค้าด่านสิงขรวันแรก ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เริ่มคึกคัก มีบรรดาผู้ค้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา พากันนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าพื้นถิ่นมาวางจำหน่าย โดยครั้งนี้เป็นการนำร่องเปิดตลาด 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 – 13 กรกฎาคม 2568 จากนั้นจะมีการเปิดตลาดทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย – เมียนมา ผ่านช่องทางด่านสิงขรอีกครั้ง หลังจากทางการเมียนมา ได้ปิดด่านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องทางสิงขรไปนาน ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ต่อเนื่องมาถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา โดยผ่อนปรนให้เฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ฝั่ง จ.มะริด เป็นปกติ จึงกลับมาเปิดด่านให้สามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันได้

นายวิษณุลักษณ์ คุ้มเดช และ น.ส.อุไร อีคฮูท ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ด่านสิงขร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านสิงขรกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาไปนาน ตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตลาด ผู้ค้าอาจจะยังไม่มาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้มากนัก เชื่อว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ บรรยากาศน่าจะคึกคักมากกว่านี้ โดยจังหวัดประจวบฯ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งมาที่นี่แล้วสามารถที่จะเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นได้อีก ส่วนตัวชอบที่ชาวเมียนมา มักจะนำต้นไม้แปลกๆ มาวางขาย อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ด่านสิงขรกันมากๆ เพื่อให้มีความคึกคัก มีการจับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศ ด่านตรงนี้มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวที่ฝั่งเมียนมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ 1/2568 เรื่องการกำหนดมาตรการในการใช้ช่องทางผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงวันที่ 4 – 13 กรกฎาคม 2568 โดยอนุญาตให้บุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถเดินทางเข้ามาในฝั่งไทยได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. โดยใช้หนังสือรับรองบุคคล บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะบริเวณพื้นที่บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น โดยให้ที่ทำการปกครอง อ.เมืองประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่และตรวจสอบสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า จัดรถรับส่งบุคคลและสินค้า เพื่อบริการประชาชนทั้งสองประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.ด้วยการใช้บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. เช่นกัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุดยอด 2 เยาวชนไทย สร้างชื่อคว้ารางวัลบนเวที Malaysia’s Junior Models 2025

สุดยอด 2 เยาวชนไทย สร้างชื่อคว้ารางวัลบนเวที Malaysia’s Junior Models 2025

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 น.ส.สุธาสินี พรมเลี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัทวาร์ดาบายสินี จำกัด อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ได้นำ“น้องอาร์มี่”ด.ช.มาตุภูมิ สังข์สว่าง อายุ 7 ปี และ“น้องมะนาว”ด.ญ.พีรดา กลิ่นอำภา อายุ 8 ปี ภายใต้การดูแลโดยวาร์ด้าบายสินี เดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน เวที Malaysia’s Junior Models 2025 ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างโอกาสให้นางแบบ – นายแบบรุ่นเยาว์ ได้แสดงความสามารถและก้าวสู่ระดับสากล โดยในปีนี้มีเยาวชนจากประเทศต่างๆ รวมถึง มาเลเซีย ไทย บอร์เนียว และฮ่องกง เข้าร่วมทั้งหมด 34 คน ผลปรากฏว่า“น้องอาร์มี่”ได้รับตำแหน่ง 1st Runner-Up และ“น้องมะนาว”ได้รับตำแหน่ง 3rd Runner-Up ในการแข่งขัน Runway Modelling นอกจากนี้น้องมะนาวยังได้รับเลือกให้เป็น National Ambassador และคว้าตำแหน่ง Tourism Ambassador เป็นตัวแทนประเทศไทยอย่างสง่างาม ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเด็กไทยทั้งสองคน ไม่เพียงคว้ารางวัลใหญ่กลับบ้าน แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้ต่างชาติได้ประจักษ์ นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการเยาวชนไทยบนเวทีโลก ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยความสามารถและความตั้งใจของพวกเขา

สำหรับเวที Malaysia’s Junior Models คือหนึ่งในกิจกรรมต่อยอดจาก Kids Got Talent Malaysia ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นการสร้างเส้นทางอาชีพให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะก้าวสู่แวดวงนางแบบ ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ในงานล่าสุด Malaysia’s Junior Models (รุ่นที่ 3) ประจำปี 2025 ซึ่งเป็นการแข่งขัน Runway Modelling และ National Ambassador เราได้เฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถและความมุ่งมั่นของเหล่านางแบบและนายแบบรุ่นเยาว์จากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย บอร์เนียว และฮ่องกง โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้แสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมบุคลิกภาพอันน่าประทับใจ ในรอบที่ 1 เป็นการเดินแบบในชุดลำลอง (Casual Wear) และรอบที่ 2 เป็นการแสดงในชุดประยุกต์วัฒนธรรม (Fusion Cultural Wear) ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของงาน โดยผู้เข้าประกวดได้นำเสนอชุดที่ผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ช่วงท้ายของงาน คือการขึ้นเวทีของผู้เข้ารอบ National Ambassador ซึ่งแต่ละคนได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างเต็มไปด้วยความหวังและแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของตนต่อบทบาทการเป็นผู้นำเยาวชน โดยคณะกรรมการให้ความสำคัญกับความจริงใจ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการสื่อสารที่ชัดเจน ช่วงสุดท้าย อีเวนต์ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมการประกาศผลผู้ชนะ ผู้ชนะอันดับต้น ๆ ได้รับโอกาสสุดพิเศษในการร่วมเดินแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติในงาน Hong Kong Fashion Week เดือนกันยายน 2025 ซึ่งนับเป็นฝันที่เป็นจริงของนางแบบและนายแบบรุ่นเยาว์ทุกคน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระบะเฉี่ยวรถรั้วจนหมุน ทำให้คนงานด้านหลังตกลงมาดับคาที่ 2 สาหัส 1 ราย

กระบะเฉี่ยวรถรั้วจนหมุน ทำให้คนงานด้านหลังตกลงมาดับคาที่ 2 สาหัส 1 ราย

ช่วงเย็นวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ร.ต.อ.โกวิทย์ สุขบุญทอง พนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด รับแจ้งอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน บนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณจุดกลับรถศิลาลอย หมู่ 1 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างชายคนหนึ่งอยู่ในชุดทำไร่สีน้ำเงิน นอนอยู่บนถนน มีเลือดไหลนองพื้น ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่านายณัฐภูมิ จันทร์หอม อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151/9 หมู่ 4 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ นอกจากนี้ที่ใต้ท้องรถลากพ่วง ที่รอกลับรถอยู่ พบร่างหญิงสาวอีกสองคนนอนอยู่ เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อว่านางสรอย หอมกลิ่น อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151/4 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ส่วนอีกรายอาการสาหัสไม่ได้สติ ทราบชื่อว่านางประทุม ทับแพ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120/1 หมู่ 4 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

ใกล้กัน บนถนนเลนขวา พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน ทะเบียน บย 6719 ประจวบคีรีขันธ์ เป็นกระบะรั้ว ด้านหลังบรรทุกแท๊งค์น้ำและเครื่องฉีดยากำจัดวัชพืช จอดอยู่ในลักษณะหันหน้าสวนทาง ซึ่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด นั่งมาในกระบะหลัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่งโรงพยาบาลสามร้อยยอด มีนายประนม จันทร์หอม อายุ 43 ปี เป็นผู้ขับรถ และมีนางวาสนา จันทร์หอม อายุ 47 ปี ภรรยา นั่งมาด้วย ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนกันชนหน้าของรถกระบะคู่กรณี มีแผ่นป้ายทะเบียน กธ 6732 ประจวบคีรีขันธ์ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว

จากการสอบถามคุณเอ้ (สงวนนามสกุล) เล่าว่าตนขายอาหารตามสั่ง เพิ่งจะเปิดร้าน ได้ยินเสียงรถชนกันแล้วเห็นคนกระเด็นตกจากรถจำนวน 3 คน และรถกระบะสีดำที่เฉี่ยวชนได้ขับหนีไป จากการสอบถามทราบว่านายประนม จันทร์หอม ขับออกมาจากไร่ที่ปราณบุรี กำลังกลับบ้านที่บ้านสำโหรง อ.กุยบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำ พุ่งเข้ามาชนจากด้านข้างจนรถของทั้งคู่หมุน คนงานที่นั่งท้ายรถ กระเด็นออกมาจากรถบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนรถกระบะสีดำเร่งเครื่องหลบหนีไป

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชาวบ้านบริเวณนั้น พบว่ารถกระบะนิสสันที่ประสบอุบัติเหตุ ขับมาทางเลนขวา แต่มีกระบะ 4 ประตูสีดำขับแซงขึ้นมาจากเลนซ้าย และเบียดกับรถกระบะนิสสัน จนรถทั้งคู่หมุนจนหันกลับ คนที่นั่งท้ายมาทั้งสามคนกระเด็นตกลงมาจนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ล่าสุดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตแล้ว.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน