Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มสตรีฝึกทำขนมจีบสูตรต้ม ต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ

กลุ่มสตรีฝึกทำขนมจีบสูตรต้ม ต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ

วันที่ 5 มีนาคม 2567 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปราณบุรี จัดกิจกรรมฝึกอาชีพให้กลุ่มสตรีบ้านนาห้วย โดยการทำขนมจีบสูตรต้ม ที่บริเวณศาลาหมู่บ้านบ้านนาห้วย หมู่ 3 ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ได้รับการพัฒนาสมรรถนะและทักษะในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นหลักสูตรการพัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้น เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกอาชีพได้รับความรู้ สามารถนำไปประกอบอาชีพ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมี น.ส.วันเพ็ญ ศิริจันทร์ ที่มีประสบการณ์การทำขนมไทย มาเป็นวิทยากรและนำวิธีการทำขนมจีบสูตรต้ม พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด มาสอนให้กลุ่มสตรี

น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า การทำขนมจีบที่สอนวันนี้ เป็นสูตรต้ม ไว้ทำขายหรือใช้ในงานต่างๆ ได้ เพราะต้นทุนไม่แพง รสชาติอร่อย ไส้ที่ทำจะผสมระหว่างเนื้อหมูกับไก่ เพื่อเป็นการลดต้นทุน และความนุ่มอร่อยของเนื้อหมูกับเนื้อไก่ที่นำมาผสมกัน รวมทั้งส่วนผสมต่างๆ ไข่ น้ำตาล แป้งเกี้ยวที่นำมาห่อ สูตรนี้จะไม่นำไปนึ่ง สามารถนำไปต้มได้เลย การต้มเป็นการประหยัดเวลา เนื้อจะนุ่มกว่าสูตรนึ่ง และเมื่อทิ้งไว้จะนิ่มตลอด

ขั้นตอนการทำขนมจีบ นำส่วนผสมต่างๆ มาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน เทคนิคที่จะทำให้เนื้อนุ่ม คือการตบไส้ เหมือนการนวด ทำให้เนื้อหมูกับเครื่องปรุงต่างๆ เข้ากันได้ดี จะทำให้เนื้อหมูเด้ง พักทิ้งไว้ประมาณ 10 – 20 นาที เพื่อให้ไส้ฟูขึ้น จากนั้นนำไปห่อด้วยแป้งเกี้ยว ถ้าเราใช้เกี้ยวไข่จะนุ่มยิ่งขึ้น แต่ถ้าอยากลดต้นทุน สามารถใช้เกี้ยวธรรมดาก็ได้ เสร็จแล้วนำไปต้มจนตัวเกี้ยวลอยขึ้นมา นำไปรับประทานกับน้ำจิ้มที่เราทำเตรียมไว้ได้เลย

นางสมพร นุษพรรณ์ สมาชิกกลุ่มสตรีบ้านนาห้วย กล่าวว่า การอบรมทำขนมที่เป็นอาหารว่าง คนที่เรียนสามารถทำและนำไปเป็นอาชีพได้ วิทยากรบอกเทคนิคให้ทุกอย่าง ซึ่งแม่บ้านที่มาร่วมกิจกรรรมตามโครงการของ กศน. ที่ทางกลุ่มฯ ขอไป เพื่อให้สตรีได้มีอาชีพเสริม หรือนำไปประกอบอาชีพ ทำให้มีรายได้ในครัวเรือนอีกด้วย

น.ส.กำไล สุขอิ่ม สมาชิกกลุ่มฯ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น ตนเรียนจบคหกรรมมา แต่ไม่เคยนำมาใช้ ครั้งนี้มีโอกาสมาทบทวนอีกครั้ง มีคุณครูมาสอนให้ความรู้ให้เราทุกคนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ หลังจากนี้ในกลุ่มมีการตกลงกันว่า จะมาทบทวนกับสิ่งที่ได้เรียนมา ว่ารสชาติเป็นอย่างไร มาช่วยกันชิมก่อน และอาจจะทำร่วมกันในกลุ่มแม่บ้านฯ เพื่อนำไปจำหน่าย และจะทำแจกในงานพระราชทานเพลิงศพอดีตเจ้าอาวาสวัดนาห้วย.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักข่าวประจวบฯ โซนใต้ รวมตัวทำบุญเลี้ยงพระวันนักข่าว

นักข่าวประจวบฯ โซนใต้ รวมตัวทำบุญเลี้ยงพระวันนักข่าว

ช่วงเช้าวันที่ 5 มีนาคม 2567 ชมรมผู้สื่อข่าวทับสะแกบางสะพานบางสะพานน้อย จัดกิจกรรมวันนักข่าว ทำบุญเลี้ยงพระ 5 รูป เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้กับนักข่าวที่เสียชีวิต ที่บ้านแสนดี ที่นี้บางสะพาน ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน ที่ปรึกษาชมรมฯ ร่วมกิจกรรมด้วย

นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมผู้สื่อข่าวทับสะแกบางสะพานบางสะพานน้อย เปิดเผยว่าวันนักข่าวของทุกปี กลุ่มผู้สื่อข่าวในนามชมรมผู้สื่อข่าวทับสะแกบางสะพานบางสะพานน้อย จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมดังเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา นำสิ่งของเครื่องใช้ พัดลม ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงที่ด้อยโอกาส ทั้ง 3 อำเภอ รวมกว่า 30 ราย ในปีนี้หลังจากทำบุญเลี้ยงพระ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนักข่าวที่เสียชีวิตแล้ว ในช่วงเย็นมีการพบปะพูดคุยกับแหล่งข่าว และจัดเลี้ยงขอบคุณแหล่งข่าว ที่ให้ข้อมูลข่าวสารในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน.

มานพ ฟูเฟื่อง….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดราชายตนบรรพต ทำบุญครบรอบ 4 ปี รำลึกหลวงปู่ก้าน

วัดราชายตนบรรพต ทำบุญครบรอบ 4 ปี รำลึกหลวงปู่ก้าน

วันที่ 4 มีนาคม 2567 พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกครบรอบ 4 ปี มรณภาพ พระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธัมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน (ธ) พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 20 รูป สวดพระพุทธมนต์ และสวดทักษิณานุปทาน ที่วัดราชายตนบรรพต (เขาต้นเกด) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี พระครูธรรมานุจารี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดเขาเต่า พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต พระปลัดไพโรจน์ วิโรจโน เจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล แขกผู้มีเกียรติ และศิษยานุศิษย์ร่วมในพิธี พร้อมทั้งมีผู้ใจบุญมาออกโรงทานแจกอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

“หลวงปู่ก้าน ฐิตธมฺโม”ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 สิริอายุ 100 ปี มีนามเดิมว่า ก้าน ด้วงเด่น เกิดเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2463 ปีวอก ที่บ้านโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ในสกุลของพ่อเจียม – แม่กุล ด้วงเด่น ท่านเป็นคนกลางของพี่น้อง 3 คน ซึ่งชื่อเรียงกันว่า ใบ ก้าน กิ่ง และบุตรชายในครอบครัวนี้ได้อุปสมบททั้งหมด ท่านได้อุปสมบทเมื่อปี 2483 ขณะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาได้อุปสมบทให้ที่วัดถนนสุทธาราม จ.อ่างทอง หลังจากนั้นเพียง 4 ปี คือในปี 2487 ท่านก็สอบได้นักธรรมเอก เมื่อย้ายมาอยู่ที่หัวหิน หลวงปู่ได้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2515 โดยเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า“วัดราชายตนบรรพต”หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดต้นเกด” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันพระอุโบสถและทรงปลูกต้นศรีตรังไว้ที่หน้าอุโบสถ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2517

หลวงปู่ก้าน เป็นพระมหาเถระซึ่งดำรงอยู่ในวิถีแห่งพระสุปฏิปันโน ท่านเป็นรัตตัญญู ผู้ใดได้ไปกราบสักการะและฟังธรรมท่านแล้ว ล้วนซาบซึ้งใจ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีเมตตา เป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ที่เป็นสงฆ์และฆราวาสไม่เคยลืมเลือนด้วยความเมตตาที่มีต่อชาวหัวหิน หลังจากที่สร้างวัดเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ และเป็นของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปแล้ว หลวงปู่ก้านก็ไม่เคยย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นใดอีกเลยจนกระทั่งมรณภาพ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงสรีรสังขาร ณ เมรุชั่วคราว วัดราชายตนบรรพต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งกว่า 500 คน ร่วมแข่ง“อ่างพวงทุ่งขามครั้งที่ 2”ชิงถ้วยองคมนตรี

นักวิ่งกว่า 500 คน ร่วมแข่ง“อ่างพวงทุ่งขามครั้งที่ 2”ชิงถ้วยองคมนตรี

วันที่ 3 มีนาคม 2567 นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ เป็นประธานเปิดโครงการวิ่งอ่างพวงทุ่งขาม Cross Country ครั้งที่ 2 Net Zero Emission ชิงถ้วยองคมนตรี ที่อ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มี พลโท วิรัฏฐ์ วงษ์จันทร์ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ นายสมชาย กระแจะเจิม คณะกรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 1 น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ นายกสโมสรไลอ้อนส์หัวหิน และเป็นประธานชมรมคนรักษ์อ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 500 คน ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย จัดโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหิน ชมรมคนรักษ์อ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งขามฯ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด”

โครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอ่างพวงแห่งแรกของแผ่นดิน จากพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยการจัดวิ่งครั้งนี้จะนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบเป็นกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน 7 แห่งในพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำทุ่งขามฯ และอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย และสมทบกองทุนดูแลบำรุงรักษาพื้นที่การปลูกป่าจำนวน 100 ไร่ ตามโครงการร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2565 เป็นการสร้างคาร์บอนเครดิตให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้อ่างเก็บน้ำทุ่งขามฯ เป็นที่รู้จักดีของนักกีฬาวิ่ง สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายด้วยการวิ่งส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แบ่งการแข่งขันออกเป็น ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน ระยะทาง 11 กิโลเมตร และ ฟันรัน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี, พลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1, นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน และรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 100 รางวัล.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฝนตกไม่ถึง 5 นาที กระบะลื่นตกถนนอัดต้นไม้คนขับถูกอัดคาซากรถ

ฝนตกไม่ถึง 5 นาที กระบะลื่นตกถนนอัดต้นไม้คนขับถูกอัดคาซากรถ

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 2 มีนาคม 2567 ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย มูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี และตำรวจทางหลวงจุดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 276+800 บ้านหนองหมู หมู่ 7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ตอนเดียว ทะเบียน บย 5256 เพชรบุรี ตกอยู่ข้างทาง ตัวรถด้านซ้ายอัดติดกับต้นไม้จนยุบ ด้านหน้ามีร่องรอยชนจนพังยับ ภายในรถพบคนขับ กระเด็นมาอยู่ฝั่งคนนั่ง ขาข้างซ้ายถูกคอนโซลรถอัดทับจนกระดูกขาหักผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างจนนำคนเจ็บออกมาได้ และนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมาว่า นายชยุต สวนสุวรรณ อายุ 55 ปี ชาวศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบถามคนเจ็บ เบื้องต้นทราบว่า นายชยุตกำลังเดินทางไปยังตลาดกุยบุรี ที่ห่างออกไปไม่ไกล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีฝนตกลงมา ทำให้รถเสียหลักลื่นตกข้างทางจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ฝนที่ตกลงมาไม่มากนัก แค่พอถนนเปียกเท่านั้น แต่ทำให้พื้นถนนที่มีคราบต่างๆสะสมอยู่ โดยเฉพาะคราบของน้ำสับปะรด เมื่อมีฝนตกลงมา ทำให้ถนนลื่นมากจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ถวายราชสักการะ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”

ประจวบฯ ถวายราชสักการะ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”

วันที่ 2 มีนาคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2567 ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองฯ ซึ่งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ทางด้านการช่าง มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายศักดิ์ศรี เส้งเตง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ ประธานพิธีได้มอบใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ จากนั้นเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ในการนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ พร้อมที่จะจัดการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่างๆ และเป็นสถานที่ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ประกอบอาชีพ มีงานทำต่อไปในอนาคต

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ณ ลุมพินีสถาน และทรงพระราชทานดำรัสเกี่ยวกับการช่างไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของช่างฝีมือที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้ฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน และคุณภาพของสินค้าและบริการ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งกระทรวงแรงงานได้นำมาปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือพัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ, สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 2 มีนาคมของทุกปี เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยตั้งปณิธานว่าจะขอยึดถือพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานและทรัพยากรบุคคลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน เริ่มเก็บค่าจอดที่ถนนโต้รุ่งแล้ว

เทศบาลหัวหิน เริ่มเก็บค่าจอดที่ถนนโต้รุ่งแล้ว

วันที่ 1 มีนาคม 2567 หลังจากเลื่อนการเก็บเงินมาสองครั้ง วันนี้เป็นวันแรกที่เทศบาลเมืองหัวหินเริ่มเก็บค่าบริการจอดรถบนถนนเดชานุชิต ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น. ในอัตรารถยนต์ 4 ล้อ ชั่วโมงละ 10 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 20 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ ชั่วโมงละ 20 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 30 บาท, รถจักรยานยนต์ ชั่วโมงละ 5 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 10 บาท รถยนต์ที่มาจอดเปิดท้ายขายสินค้าบนถนนดังกล่าวนั้น ก็จะถูกห้ามขายไปด้วย ส่วนที่เหลือโดยรอบตลาดนั้น ยังให้ใช้วิธีการจอดรถเหมือนปกติที่ผ่านมา

นางจีรวรรณ แจกสินธุ์ ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ก็ยังมีปัญหาบ้าง เพราะว่ายังไม่ลงตัวในเรื่องของเจ้าหน้าที่ และเรื่องรถเข้า รถออก ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะนำไปแก้ไข กรณีรถจอดก่อนเวลาที่กำหนด จะจดทะเบียนรถไว้ ช่วงใหม่ๆ นี้ยังพอที่จะอะลุ้มอล่วยกันอยู่ ไม่เข้มงวดมาก พอถึงเวลา 8.30 น. เจ้าหน้าที่จะค่อยๆ ปรับให้เข้าระบบ บางคนไม่เข้าใจ บางคนไม่รู้ว่าเก็บเงินเป็นวันแรก จะพยายามเน้นประชาสัมพันธ์ว่ามีการเรียกเก็บค่าจอด จำกัดเวลาในการจอดได้แค่ 3 ชั่วโมง จะชี้แจงให้เข้าใจกัน ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการหมุนเวียนที่จอดรถให้กับผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาด

ด้านผู้ที่มาใช้บริการจอดรถ กล่าวว่าถ้าถามว่าเก็บเงินดีไหม ก็ไม่ดีนะ เพราะว่าต้องเสียเงิน แต่ถ้าเก็บค่าจอด ก็ดีตรงที่ว่าจะมีที่จอดรถ มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและคอยให้บริการ ราคา 10 บาทคิดว่าเหมาะสมแล้ว ไม่แพงไป ปกติมาตลาดอาทิตย์ละ 2 วัน ไม่ค่อยจะมีที่จอดรถ บางวันต้องวนรถหาที่จอดประมาณ 2 รอบ ถึงจะได้จอด แต่วันนี้เข้ามาก็รู้เลยว่ามีที่จอดหรือไม่ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่คอยบอก ไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนอีกต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไร่เก่าอบรมโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

ไร่เก่าอบรมโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

วันที่ 1 มีนาคม 2567 น.ส.จารุรินทร์ ส่งแจ้ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ไร่เก่า จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี สู่ชุมชน ที่ห้องประชุม อบต.ไร่เก่า เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมจัดทำข้อมูลจำนวนสุนัขและแมวในพื้นที่ให้กับอาสาสมัครปสุสัตว์ โดยมีทีมวิทยากรจากปสุสัตว์อำเภอสามร้อยยอดมาให้ความรู้ด้านวิชาการ

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนองพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย และเพื่อสร้างบุคลากรในการปฏิบัติงานอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ตำบลไร่เก่าอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 กำหนดให้สัตว์ควบคุมทุกตัวต้องได้รับการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์ หรือผู้ที่ได้รับการมอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์เท่านั้น ดังนั้นผู้ได้รับมอบหมายจึงต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนวิธีการฉีดวัคซีนและการจัดเก็บวัคซีนที่ถูกต้อง การอบรมครั้งนี้มีอาสาสมัครปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ อบต.ไร่เก่า และประชาชน เข้ารับการอบรม 50 คน เป็นการกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้ประชาชนนำสุนัขและแมว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้รับการฉีดวัคซีน และจัดทำข้อมูลจำนวนสุนัขและแมวในพื้นที่ พร้อมทั้งควบคุมป้องกัน การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดวิ่งกันดุ๊ เสริมสุขภาพและท่องเที่ยว

ประจวบฯ จัดวิ่งกันดุ๊ เสริมสุขภาพและท่องเที่ยว

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งประประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” โดยมีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดิ์นันท์ นายอำเภอปราณบุรี นายราม สิงหโสภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ หัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนักวิ่งและนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่บริเวณลานมหาราช อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นสนามแรก ก่อนที่จะมีการส่งมอบไปอีกทั้ง 7 อำเภอ และระดับจังหวัด ภายในระยะเวลาเกือบ 4 เดือน คาดว่าจะทำให้กระแสของการสร้างสุขภาพ การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง จังหวัดประจวบฯ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนของอำเภอปราณบุรี ที่ได้ร่วมกันเปิดสนามให้กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงาม ขอบคุณผู้รักสุขภาพ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ที่มาร่วมกิจกรรมและหากมีโอกาส ขอเรียนเชิญไปยังอำเภออื่นๆ และระดับจังหวัดเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกัน

ทั้งนี้ กิจกรรม RUN KHAN DO “วิ่งกันดุ๊” เป็นกิจกรรมที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด และส่วนราชการต่างๆ จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือสร้างสุขภาพด้านการออกกำลังกาย ไม่จำกัดอายุ เพศ อาชีพ เน้นให้มีความหลากหลายของผู้ร่วมกิจกรรม ไม่เน้นชัยชนะ ไม่มีการแข่งขัน ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอในพื้นที่ของจังหวัด ส่งเสริมการสร้างทีมและเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ทั่วภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบล และหมู่บ้าน ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในระดับอำเภอ และเป็นการสร้างกิจกรรมด้านกีฬาและการท่องเที่ยวในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์ เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2567 โดยกำหนดจัดขึ้นในระดับอำเภอ จำนวน 8 ครั้ง และจังหวัด 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567 อำเภอปราณบุรีเป็นครั้งแรกในเส้นทางเลียบชายหาดที่สวยงาม โดยได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนในเขตพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน หลังจากจบการแข่งขันได้มอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” ให้กับนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในสนามต่อไปในวันที่ 6 มีนาคม 2567 พร้อมกันที่วัดทุ่งประดู่ เวลา 16.00 น. มีการวอร์มร่างกายเวลา 16.30 น. เริ่มวิ่งจริง 17.00 น. ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร จากนั้นจะมีการมอบธงให้อำเภอสามร้อยยอด ที่จะจัดกิจกรรมเป็นอำเภอถัดไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์ / ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเยี่ยมเยียนนายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน วัย 72 ปี ซึ่งยังประกอบอาชีพสามล้อถีบอยู่ในปัจจุบัน ด้วยใจรักและเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

นายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม วัย 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 ชุมชนอ่างน้ำ ซอยหัวหิน – ห้วยมงคล 4 กล่าวว่า ตนเริ่มอาชีพปั่นสามล้อตั้งแต่ปี 2512 สมัยวัยรุ่นก็มีไปทำอย่างอื่นบ้าง กลับมาปั่นสามล้อบ้าง หลังๆ มาก็ยึดเป็นอาชีพเลย ตอนทำแรกๆ ไม่ได้รักในอาชีพนี้เลย แต่สมัยนั้นไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ทำมานานเลยเกิดความผูกพัน ตอนนี้เหลือเป็นคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว ตนสามารถรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 2 คน ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของผู้โดยสาร ส่วนเรื่องของรายได้จากการปั่นสามล้อนั้น ราคาค่าบริการจะคิดตามระยะทาง เริ่มที่ 40 – 50 บาท วันหนึ่งมีรายได้ประมาณ 200 บาท ก็พออยู่ได้ แก้เหงา เพราะได้ออกมาเจอเพื่อน เจอพวกเพื่อนเก่าๆ

การดูแลซ่อมแซมจักรยานสามล้อก็มีบ้าง ไม่ค่อยมาก แต่อะไหล่จักรยานถือว่าหายากและมีราคาแพง ซึ่งจักรยานคันนี้มีอายุมากแล้ว ประมาณ 60 ปีได้มั้ง เคยมีคนมาขอซื้อ ตนก็ไม่อยากขาย อย่างน้อยเอาไว้ออกกำลังกาย ส่วนลูกหลานก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้บอกให้เลิกปั่น เพราะเขาอยากให้ได้เราออกกำลังบ้าง อยู่บ้านก็นอนอย่างเดียว ลุงจอดตรงที่วัดหัวหินเป็นที่ประจำ ประมาณ 9 โมงเช้า จนถึง 1 ทุ่ม เส้นทางการปั่น ก็ปั่นไปตามเส้นทางสัญจรปกติ แต่จะเลือกเส้นทางที่รถไม่พลุกพล่านมากนัก

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า วันนี้ได้มากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน เพื่อความเป็นสิริมงคลและมาเยี่ยมให้กำลังใจลุงตี่ แอบสังเกตได้ว่าลุงตี่มีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส สามารถประกอบอาชีพปั่นสามล้อบริการประชาชนได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนสมัยก่อน แต่แกยังสามารถเล่าเรื่องเมืองหัวหินในความทรงจำได้แจ่มชัด เหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาเมื่อวาน นึกถึงสมัยก่อนเมื่อปี 2512 ที่หัวหินมีสามล้อถีบ มากถึง 100 คันเลยทีเดียว

“อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหัวหิน ช่วยกันสนับสนุนการประกอบอาชีพโดยใช้บริการรถสามล้อถีบของลุง อาจจะเป็นระยะทางสั้นๆ ก็ได้ในช่วงเวลาเย็นๆ เนื่องจากช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน หรือจะใช้บริการรถสามล้อถีบของลุงไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวอำเภอหัวหิน เช่น สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเดิม) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปเช็คอินอาคารสถาปัตยกรรมหลังเก่า ซึ่งบ่งบอกความเป็นอัตลักษณ์ของหัวหินร่วมกับรถสามล้อของลุง เพื่อเป็นภาพจำของเมืองหัวหิน จะเป็นการสนับสนุนลุงตี่ไปในตัว และให้กำลังใจลุงตี่ในการประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งต้องถือเป็นตำนานสามล้อถีบคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว” นายอาชวันต์กล่าว.