Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ประจวบฯ เปิดงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

เวลา 18.00 น วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 2 มีนางกันยมาส ชูจีน ผู้บังคับการค่ายชุมนุม กองลูกเสือจิตอาสา ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานชุมนุมที่อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำหรับงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นตามที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติกำหนดไว้ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้คำขวัญ “ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน มุ่งประสานทำความดีด้วยหัวใจ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ และให้ลูกเสือจิตอาสาพระราชทานทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้และนำความรู้ที่ได้รับไปขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวในสถานศึกษาให้เกิดประโยชน์ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาวัฒนธรรมหัวหิน มอบทุนการศึกษากว่า 3 แสนบาทให้กับนักเรียน

สภาวัฒนธรรมหัวหิน มอบทุนการศึกษากว่า 3 แสนบาทให้กับนักเรียน

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 311 คน มีนายวชิระ หัสดีพงษ์ อัยการจังหวัดหัวหิน พระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหิน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน คณะครูนักเรียน และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นางลิษา อึ้งเห่ง กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ดำเนินการโดยสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ร่วมกับพระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหิน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคมอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาทุกสังกัดในเขตอำเภอหัวหิน จำนวน 43 สถาบัน รวม 311 ทุนๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 311,000 บาท ให้กับนักเรียน นักศึกษาที่มีความประพฤติดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีมารยาทงาม มีความกตัญญูรู้คุณ มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ให้กระทำความดี รู้รักสามัคคีและปลูกจิตสำนึกให้สืบสาน รักษา ต่อยอด อนุรักษ์และรักษาศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีให้อยู่คู่ประเทศไทยสืบไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชาวบ้านนำหนามพุงดอ มาปรุงอาหาร ลองแล้วจะติดใจ

ชาวบ้านนำหนามพุงดอ มาปรุงอาหาร ลองแล้วจะติดใจ

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายมนตรี บูรณนัช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านเขาราง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ปั่น ปลูก ชิม ครั้งที่ 1” เพื่อเป็นทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนบ้านเขาราง โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และชาวบ้านชุมชนบ้านเขาราง ตลอดจนเด็กๆ นำจักรยานร่วมกันปั่นเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน 40 คัน ที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว บ้านเขาราง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

กิจกรรมเริ่มต้นจากการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน ด้วยบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มีทุ่งนาสีเขียว อากาศสดชื่น ระยะทางไปกลับ 10 กิโลเมตร จากนั้นปั่นกลับไปที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีกด้วย

ไฮไลท์ของกิจกรรมในวันนี้ ชาวบ้านได้ทำอาหารพื้นบ้านปรุงกันสดๆ โดยใช้หนามพุงดอเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งชาวบ้านช่วยกันเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนหนามพุงดอ ที่ขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ มีหลากหลายเมนู อาทิ หนามพุงดอต้มกะทิ แกงส้มหนามพุงดอกุ้งสด หนามพุงดอไข่ทอด หัวปลีทอดหนามพุงดอ ยอดอ่อนจมน้ำพริกกะปิ ตบท้ายด้วยขนมครกหน้าหนามพุงดอ เป็นต้น ส่วนภาชนะที่ใส่อาหาร ใช้ใบตองมาทำเป็นกระทง ทำให้ทุกคนได้รับประทานกันอย่างมีความสุข

สำหรับหนามพุงดอ เป็นไม้พุ่ม ตั้งตรงหรือแตกกิ่งจำนวนมาก มีหนามแหลมคมตามซอกใบ หนามมีพิษมาก หากถูกหนามตำ ต้องรีบบ่งออก ไม่เช่นนั้นจะถูกดูดลึกลงไปเรื่อยๆ ทำให้อักเสบมาก ลำต้นมีความสูงประมาณ 3 – 8 เมตร กิ่งอ่อนจะเป็นสีเทา หรือสีน้ำตาล และมีขนเป็นรูปดาว มีหนามเรียวบาง ยาวประมาณ 1 – 3 มิลลิเมตร ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ตรงปลายใบแหลมจะเป็นติ่ง เส้นใบจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลือง ใบกว้างประมาณ 3 – 4.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 – 9 เซนติเมตร ส่วนก้านใบมีความยาวประมาณ 0.5 – 1.3 เซนติเมตร ดอกจะออกเป็นช่อตรงง่ามใบ ก้านดอกย่อยมีขนนุ่ม กลีบรองกลีบดอก จะมีขนเป็นรูปดาวกระจายทั่วไปทางด้านนอก ส่วนด้านในจะมีขนหนาแน่น กลีบดอกจะเป็นรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่กลับ เป็นสีเขียว หรือสีขาว และด้านนอกจะเป็นขนสีน้ำตาลเกลี้ยง เกสรตัวผู้จะมีอยู่ประมาณ 36 – 46 อัน ส่วนก้านชูรังไข่จะโค้งเล็กน้อย มีขนเป็นสีเทาหนาแน่น และยอดเกสรตัวเมีย จะเป็นตุ่ม ผลลักษณะฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่ถึงสุก สีขาวขุ่นเกือบใส เป็นพวงเรียงลงมา หนึ่งช่อจะมี 7 – 8 ผล

สรรพคุณทางสมุนไพร รากมีรสเปรี้ยวจืดเย็นเล็กน้อย ดับพิษทั้งปวง แก้พิษฝีตานซาง กระทุ้งพิษไข้ แก้ร้อนใน ฝนกับสุราหรือน้ำปูนใส ทาแก้องค์กำเนิดบวม รักษาคางทูม แก้ผดผื่นคัน แก้การอักเสบของฝี ทำให้นอนหลับ

นักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาท่องเที่ยวที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวบ้านเขาราง หากต้องการปั่นจักรยาน จะมีบริการให้นักท่องเที่ยวเช่าปั่นในราคาที่ไม่แพง และชุมชนยังมีอาหารเมนูท้องถิ่น ซึ่งหาทานได้ที่นี่เพียงแห่งเดียว คือ แกงส้มหนามพุงดอต้มกะทิหนามพุงดอ ไข่ทอดหนามพุงดอ ใบสดทานกับน้ำพริก หรือทำอาหารหวานก็อร่อยไม่แพ้กัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านเขาราง โทร. 081 – 9814529.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรให้เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด และระดับประเทศ

ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรให้เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด และระดับประเทศ

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแทนผู้ว่าราชการจังหวัด มอบประกาศนียบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้และแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 12 ประเภท ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้น ในโอกาสประชุมร่วมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนมิถุนายน มีนายชาติชาย ศรีษะนอก เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ความเป็นมา มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

เกษตรกรดีเด่นที่ได้รับรางวัลและได้รับประกาศนียบัตร จำนวน 12 ประเภท ประจำปี พ.ศ.2566 ในระดับจังหวัด ได้แก่ เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่ เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพไร่นาสวนผสม กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น กลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น วิสาหกิจชุมชนดีเด่น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และแปลงใหญ่ดีเด่น นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2566 นี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังมีเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ สาขาอาชีพทำไร่ ที่ได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนั่งคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อีกด้วย คือนายชาญชัย ธนะกมลประดิษฐ์ เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่ามีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติให้กับเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้และแปลงใหญ่ ที่ชนะการประกวด ประจำปี 2566 ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบฯ ได้ดำเนินการประกวดคัดเลือก จำนวน 12 ประเภท แสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของเกษตรกรและกลุ่มต่างๆ รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งในระดับตนเองและในระดับกลุ่ม มีการปรับตัวรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการฟื้นตัวจากวิกฤติต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าภาคการเกษตรของจังหวัดมีความเข้มแข็ง มั่นคง และขยายผลต่อไปได้ จึงขอชื่นชมผู้ที่ชนะการประกวดทุกท่าน โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำไร่ระดับประเทศติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ.2565 และปี พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภาคการเกษตร และเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เรือนจำประจวบฯ เปิดสถานพยาบาลภายใน ตรวจรักษาโรคทางกายและทางจิตเวชผู้ต้องขัง

เรือนจำประจวบฯ เปิดสถานพยาบาลภายใน ตรวจรักษาโรคทางกายและทางจิตเวชผู้ต้องขัง

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานเปิดอาคารสถานพยาบาล ที่บริเวณแดน 4 ภายในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีนายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดอาคารสถานพยาบาล มีผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 7 พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดสร้างอาคารสถานพยาบาลภายในเรือนจำนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมราชทัณฑ์ เพื่อใช้สำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ที่มีอาการเจ็บป่วย ทั้งด้านร่างกายและด้านจิตเวช โดยโครงสร้างอาคารออกแบบจากโยธาธิการและสิ่งแวดล้อม เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2565

ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 128 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องตรวจรักษา คลินิกคลายเครียด มุมราชทัณฑ์ปันสุข ห้องเวชระเบียนและห้องจ่ายยา ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ ห้องเก็บยาและเวชภัณฑ์ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นห้องนอนผู้ต้องขัง แบ่งออกเป็น 3 ห้อง ได้แก่ผู้ต้องขังช่วยงาน ห้องผู้ต้องขังป่วย และห้องผู้ต้องขังจิตเวช ซึ่งหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ใช้ประโยชน์จากสถานพยาบาล คือบริการตรวจรักษาโดยหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย และทีมพยาบาลวิชาชีพภายใน มีบริการพบแพทย์ทางไกล ให้บริการตรวจประเมินสุขภาพจิต รวมถึงจ่ายยาให้แก่ผู้ต้องขังที่มีภาวะเจ็บป่วยด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การประปาบางสะพานเร่งติดตั้งสถานีสูบกรองน้ำเคลื่อนที่ บรรเทาภัยแล้ง

การประปาบางสะพานเร่งติดตั้งสถานีสูบกรองน้ำเคลื่อนที่ บรรเทาภัยแล้ง

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายประมวล พงศถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีชันธ์ เขต 3 จากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าขณะนี้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบางสะพาน โดยนายสุชาติ สุดเสนาะ ผู้จัดการ ได้ติดตั้ง Mobile Pant กรองน้ำ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่บริเวณสะพานวังยาว และประมาณวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ จะติดตั้ง Mobile Pant กรองน้ำ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตรงข้ามสำนักสงฆ์ดอนต้นตาล ประมาณวันที่ 15 กรกฎาคม จะติดตั้ง Mobile Pant กรองน้ำ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง บริเวณสระน้ำของบริษัทสหวิริยา ด้านหลังโรงเรียนบางสะพานวิทยา เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ซึ่งต้องขอขอบคุณบริษัท สหวิริยา สตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความช่วยเหลือในการนำน้ำดิบไปผลิตน้ำประปา 40,000 ลูกบาศก์เมตรเป็นเวลา 3เดือน ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหา เนื่องจากปีนี้ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชน ได้ประสานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภัยแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่ และขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ใช้น้ำด้วยความประหยัด เพื่อฝ่าวิกฤติจากภัยแล้งไปด้วยกัน

ด้านนายสันทัด เดชเกิด ตัวแทนภาคประชาสังคม อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า ขณะนี้การประปาส่วนภูมิภาค สถานีช้างแรก ได้ลดกำลังการผลิตน้ำลง จากปกติวันละ 7,000 ลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงวันละ 4,000 – 5,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อลดการขาดแคลนน้ำดิบถาวรจากอ่างเก็บน้ำช้างแรก นอกจากนั้นจะพิจารณาใช้น้ำบาดาลจากพื้นที่ใกล้เคียงของบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ ต.ช้างแรก ที่เจาะบาดาล 18 บ่อ ลึก 250 เมตร แต่ละบ่อได้น้ำถึง 250 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งการทำฝนเทียม ซึ่งยังขึ้นบินอยู่ หากมีฝนธรรมชาติเข้ามา ก็จะเสริมฝนเทียมให้เกิดฝนธรรมชาติได้มากขึ้น.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดงานใหญ่โอกาสครบรอบ 26 ปี ไฮไลท์ 3 ก.ค. พบกับปาฐกถาพิเศษ “อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง”

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดงานใหญ่โอกาสครบรอบ 26 ปี

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ องค์กรวิชาชีพสื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และดิจิทัล โดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จะจัดงานครบรอบ 26 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวทีปาฐกถาพิเศษ “อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง” และวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 เป็นงานในโอกาสครบรอบ 26 ปีสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

 

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00 – 12.30 น. ที่ห้องกรุงธนบอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เวที “อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง” เริ่มจากปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการเมืองไทยในบริบทการเมืองโลก” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข  “ทิศทางเศรษฐกิจไทย” โดย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ“ทิศทางสังคมไทย” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งเพื่อสมทบทุนมูลนิธิสภาการสื่อมวลชน เพื่อใช้ในกิจการของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในการกำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรมสื่อมวลชน โดยผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมงานที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ ราคาที่นั่งละ 5,000 บาทและ 3,000 บาท บัตรราคา 1,000 บาท (เฉพาะอาจารย์ นิสิต นักศึกษา) บัตรเข้าฟังทางระบบออนไลน์ แอคเคาท์ละ 500 บาท เข้าดูได้ 5 คน (เฉพาะอาจารย์ นิสิต นักศึกษา) ติดต่อซื้อบัตร โทร. 0 2668 9900

วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 26 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่ห้องบงกชรัตน์ เอ  ชั้น 2 โรงแรมรอยัลริเวอร์ เวลา 12.00-16.00 น. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กฎหมายจริยธรรมสื่อจำเป็นหรือไม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน” โดย คุณมานิจ สุขสมจิตร อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 

เสวนา หัวข้อ “กฎหมายจริยธรรมสื่อจำเป็นหรือไม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน” วิทยากรร่วมเสวนา ประกอบด้วย 

1. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

2. นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา

3. รศ.สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เนินการเสวนาโดย นางสาวกุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ประกาศข่าวเนชั่นทีวี

 

สำหรับผู้สนใจที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ได้ ชมการถ่ายทอดสดผ่าน เพจเฟซบุ๊ก สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ (www.facebook.com/PressCouncilThailand/) เพจเฟซบุ๊ก ไทยพีบีเอส (www.facebook.com/ThaiPBS/) และยูทูป ไทยพีบีเอส (www.YouTube.com/Thai PBS/)

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ น้อมพระราชดำริของพระเทพฯ ปลูกพืชผักสวนครัว

ประจวบฯ น้อมพระราชดำริของพระเทพฯ ปลูกพืชผักสวนครัว

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร กิจกรรม “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยมีนายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อสร้างคลังอาหารชุมชนที่บริเวณลานจอดรถ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังเก่า)

กิจกรรมนี้เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยใช้บริเวณพื้นที่ว่างของศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกิดการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ในระดับครัวเรือน สร้างคลังอาหารชุมชน/ท้องถิ่น มีผักและสมุนไพรที่ปลอดสารเคมี เกิดการแบ่งปันระหว่างหน่วยงานราชการและชุมชน ด้วยการปลูกผัก ไม้ผลสองข้างทาง อาทิเช่น พริก คะน้า กระเพรา มะกรูด มะนาว ขิง ข่า ตะไคร้ เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดโครงการศูนย์ฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังเรือนจำประจวบฯ ก่อนปล่อยคนดีคืนสู่สังคม

อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดโครงการศูนย์ฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังเรือนจำประจวบฯ ก่อนปล่อยคนดีคืนสู่สังคม

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานเปิดโครงการศูนย์ฝึกวิชาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขัง และเปิดอาคารสถานพยาบาลเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบฯ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมเปิดกิจกรรมที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์มีนโยบายส่งเสริมให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ดำเนินการแก้ไข พัฒนาพฤตินิสัยให้กับผู้ต้องขังทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงส่งเสริมการฝึกทักษะวิชาชีพและสร้างโอกาสการมีงานทำภายหลังพ้นโทษ ซึ่งเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เล็งเห็นการประกอบอาชีพด้านบริการ ด้านชงกาแฟสด ร้านหับเผยคาเฟ่ by เมืองสามอ่าว การให้บริการล้างอัดฉีด และการเปิดบริการซักอบรีด และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถทำให้ผู้ต้องขังนำไปใช้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวภายหลังพ้นโทษได้

สำหรับโครงการศูนย์ฝึกวิชาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขัง และเปิดอาคารสถานพยาบาลเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือนจำจังหวัดประจวบฯ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดประจวบฯบริเวณด้านหน้าเรือนจำ เปิดให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป มาใช้บริการในราคาถูก แบ่งเบาภาระค่าครอบชีพให้แก่ประชาชน สร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขังเพื่อเป็นทุนสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพ สามารถอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุข เป็นการคืนคนดีสู่สังคมต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อีจันท้าผู้กล้า “พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์” สมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน

อีจันท้าผู้กล้า “พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์” สมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ โอภาส รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน น.ส.สมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน และนายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษม หัวหิน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมพิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์@หัวหิน เดิน ว่าย พายคายัค เพื่อนำรายได้ค่าสมัครทั้งหมดร่วมสมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน เฟสสุดท้าย (ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยบริการหัวหิน) ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณชายหาดเขาเต่า อ.หัวหิน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน คณะครู และนักเรียนจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยบริการหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมรับฟังที่ห้องประชุม สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

น.ส.สมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน กล่าวว่า กว่า 15 เดือน ที่เพจอีจันเริ่มก่อสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2565 ได้เงินสมทบทุนในการสร้างโรงเรียนจากพี่ ป้า น้า อา สังคมอีจัน จากผู้ใหญ่ใจดีและจากเพื่อนๆ พันธมิตรทั่วสารทิศ ซึ่งในครั้งนี้ อีจันร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงานพิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์ เดิน ว่าย พายคายัค เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหินเฟสสุดท้ายให้สำเร็จ โดยภายในงานมีกิจกรรม 3 รายการ ดังนี้ 1.ว่ายน้ำพิชิตเกาะสิงโต ค่าสมัคร 2,499 บาท จุดเริ่มต้นจากหาดเขาเต่า สู่เกาะสิงโต และกลับสู่หาดเขาเต่า รวมระยะทาง ไป – กลับ 5 กิโลเมตร 2.พายเรือคายัคพิชิตเกาะสิงโต ค่าสมัคร 1,499 บาท จุดเริ่มจากชายหาดโรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัสคาราเพซ – เขาตะเกียบ – เกาะสิงโต – เกาะสะเดา – หาดทรายน้อย และกลับสู่หาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช ระยะทาง 13 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องนำเรือมาเอง โดยเรือที่อนุญาตเข้าร่วมกิจกรรม คือเรือคายัค, SUP Board (กระดานยืนพาย) หรือเรืออื่นๆ ที่ไม่มีเครื่องยนต์ 3.แต่งชุดไทย เดินขบวนแห่เทียนพรรษาริมหาด ค่าสมัคร 600 บาท โดยขบวนแห่พรรษาริมชายหาดรับบุญเข้าพรรษา เคล้าบรรยากาศแสนผ่อนคลาย เท้าย่ำหาดทรายขาวละเอียด

โดยเส้นทางแห่เทียนพรรษา เริ่มจากชายหาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าไปยังวัดเขาเต่า ระยะทาง 1 กิโลเมตร มีต้นขบวนแห่เทียนพรรษา นำโดยทีมอีเต้ยอีจัน และน้องๆ เด็กพิเศษ ผู้สมัครจะได้รับเสื้อสิงโตชาเลนจ์, ส่วนลดที่พัก 1 คืน ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน, อาหาร มื้อเช้า, กลางวัน สำหรับผู้สมัครที่ร่วมกิจกรรม ว่ายหรือพายเรือข้ามเกาะสิงโต จะได้เหรียญรางวัลสุดพิเศษ เป็นเหรียญที่ทำมาจากฝาขวดน้ำดื่มรีไซเคิล เพื่อให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกำจัดขยะที่ย่อยสลายยากให้มีคุณค่า ซึ่งรายได้ค่าสมัครทั้งหมด ร่วมสมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษเฟสสุดท้ายให้สำเร็จ ปัจจุบันโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 90% โดยปลายทางของโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน หลังสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะส่งมอบให้กับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครได้ที่ https:/race.thai.run/ejansatu หรือชาวหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจจะร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถมาเจอกันวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 เวลา 07.30 น ที่หน้าหาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน จ.ประจวบฯ.