Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบซากช้างป่าละอูขึ้นอืดคาลำห้วย ผ่าพบหัวกระสุนหลายชิ้น

พบซากช้างป่าละอูขึ้นอืดคาลำห้วย ผ่าพบหัวกระสุนหลายชิ้น

วันที่ 4 มิถุนายน 2566 นายประธาน สังวรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจาก นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์เฝ้าระวังช้างป่า และชุดลาดตระเวนผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองพลับ, ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก, ตำรวจพลร่ม (ด่านตรวจพุไทร), ตำรวจตระเวนชายแดน ชุด 1454 และ เจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (wcs) ประเทศไทย เข้าพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากนายโรม ยิ้มรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านหนองสะแก ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าพบซากช้างป่าเสียชีวิตอยู่บริเวณค่าพิกัดดาวเทียม ระบบ (WGS84) UTM 47 P 0564612 E 1379094 N ในบริเวณท้องที่หมู่ 10 บ้านหนองสะแก ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นช้างป่าตัวโตเต็มวัย ไม่ทราบเพศ (ไม่มีงา) นอนตายอยู่ในบริเวณลำห้วย ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ สภาพขึ้นอืด คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน คณะเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับคณะสัตวแพทย์ เพื่อมาผ่าพิสูจน์ซากหาสาเหตุการตายของช้างป่าตัวนี้ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบโดยใช้เครื่องสแกนโลหะ สแกนบริเวณลำตัวซากช้างป่าเพื่อตรวจหาวัตถุโลหะ ก่อนให้นายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ สัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย และชุดกู้ภัยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผ่าชันสูตรซากช้างป่า พบวัตถุคล้ายกระสุนปืนบริเวณสะโพกซ้าย จำนวน 2 ชิ้น, บริเวณกลางลำตัวด้านซ้าย จำนวน 3 ชิ้น และบริเวณหน้าอกด้านล่างซ้าย จำนวน 2 ชิ้น ซึ่งนายสัตวแพทย์ได้ทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้ออวัยวะภายใน นำส่งไปยังห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาสารพิษและโรค หรือสาเหตุการตายของช้างป่าตัวดังกล่าวนี้ และต้องรอผลยืนยันการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบผล ก่อนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทำลายซากใช้รถแบคโฮทำการขุดฝังกลบซากช้าง พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และโรยปูนขาวรอบๆ ตามหลักวิชาการเป็นที่เรียบร้อย ก่อนนำหลักฐานเข้าแจ้งความ สภ.บ้านหนองพลับ เพื่อหาตัวคนยิงช้างมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชวนเที่ยวผาฝั่งแดง หรือหาดฝั่งแดง ชมหัตถกรรมอัตลักษณ์บางสะพานน้อย

ชวนเที่ยวผาฝั่งแดง หรือหาดฝั่งแดง ชมหัตถกรรมอัตลักษณ์บางสะพานน้อย

วันที่ 4 มิถุนายน 2566 สำนักงานพัฒนาชุมชนบางสะพานน้อย ร่วมกับกลุ่มแม่บ้านสตรีตำบลทรายทอง ระดมความคิดเกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ร่วมกับทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน นำดินฝั่งแดงมาเพิ่มมูลค่า และได้ของบประมาณสนับสนุนจาก อบต.ทรายทอง และสำนักงานแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดฝึกอบรมหลักสูตรทำผ้ามัดย้อมระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ อบต.ทรายทอง มีวิทยากรจากอำเภอบางสะพาน ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ขณะนี้ทางกลุ่มได้พัฒนาลวดลายและพร้อมจำหน่ายแล้ว โดยมีนายนันทปรีชา คำทอง สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้แก่กลุ่มด้วย

ผาฝั่งแดง อำเภอบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ตั้งตระหง่านริมทะเล ท้าคลื่นลม มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร ลักษณะพิเศษ คือแนวหน้าผาสีแดง ลักษณะเป็นดินลูกรังแดง ลวดลายสวยงาม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้วยความสูงประมาณ 20 – 30 เมตร ผาฝั่งแดงมีชายหาดซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของคลื่นและลมทะเลเป็นเวลานับแสนปี จนเกิดลวดลายสวยงามตระการตาดังเช่นปัจจุบัน หากท่านสนใจสินค้าของชุมชน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.098 – 8848791 (พี่ตา) ประธานกลุ่ม “ผ้ามัดย้อมดินฝั่งแดง”.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมทรัพยากรน้ำใช้งบ 102 ล้าน ซ่อมอ่างเก็บน้ำมรสวบ หลังมีปัญหาซ้ำซากกว่า 10 ปี

กรมทรัพยากรน้ำใช้งบ 102 ล้าน ซ่อมอ่างเก็บน้ำมรสวบ หลังมีปัญหาซ้ำซากกว่า 10 ปี

วันที่ 4 มิถุนายน 2566 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ว่าที่ ส.ส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงการซ่อมสร้างอ่างเก็บน้ำมรสวบ ที่หมู่ 4 ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ หลังจากสันอ่างทรุดตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ต่อมาถูกปล่อยร้างไม่สามารถใช้งานได้ โดยก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2557 สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้งบ 37.9 ล้านบาท ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำความจุ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่กลับมีปัญหาสันอ่างเกิดรอยรั่วซ้ำซากใกล้สปิลเวย์ ทำให้สันอ่างทรุดยาวกว่า 20 เมตร ลึก 5 เมตร ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำดังกล่าวยังไม่สามารถใช้กักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือน้ำเพื่อการเกษตรได้ตามศักยภาพ หลังจากมีการประเมินแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ กรมทรัพยากรน้ำ ได้เสนอใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2564 จำนวน 102 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงฐานรากให้มีความมั่นคงแข็งแรง เมื่ออ่างเก็บน้ำได้รับการแก้ไขปรับปรุงซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ให้สามารถเก็บกักน้ำได้ตามปกติ จะเกิดประโยชน์กับประชาชน ต.ชัยเกษม ต.ธงชัย และเขตเทศบาลตำบลบ้านกรูด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินงานการปรับปรุงซ่อมแซมให้สามารถใช้ประโยชน์ สันอ่างเก็บน้ำมีความยาวตั้งแต่ริมถนนสาธารณะ เข้าไปสุดสันอ่างเก็บน้ำ มีความยาว 580 เมตร การซ่อมแซมแบ่งเป็น 2 ช่วง ในช่วงที่ได้รับความเสียหายที่สันอ่างทรุดตัวลงไป 102 เมตร ต้องมีการขุดดินเดิมออกไป จากนั้นมีการบดอัดสันอ่างขึ้นมาใหม่ ในส่วนที่สันเดิมมีสภาพดี ได้ใช้วิธีการฉีดอัดน้ำปูนลงเป็นแกนกลาง ตามหลักวิศวกรรมการก่อสร้าง

ด้านนายณัฐพล จอมแก้ว อายุ 35 ปี ผู้ควบคุมงานบริษัทรับเหมา กล่าวว่าภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หากบริษัทดำเนินการไม่เสร็จตามสัญญาจ้างที่ได้รับการขยายเวลาจากเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ก็จะถูกปรับรายวันๆ ละกว่า 1 แสนบาท จึงต้องเร่งรัดซ่อมสร้างให้เสร็จตามเป้าหมาย โดยเพิ่มการทำงานล่วงเวลาถึง 22.00 น.ทุกวัน ส่วนตัวคาดว่างานน่าจะเสร็จทันเวลาที่กำหนด สำหรับการซ่อมสันอ่างโครงสร้างเดิม ยอมรับว่ามีปัญหาพอสมควร เนื่องจากแกนในเป็นดินปนทรายและมีโพรงจำนวนมาก จึงต้องใช้ดินเหนียวที่ซื้อจากอำเภอบางสะพาน เข้ามาทำการบดอัด และหลังการซ่อมครั้งนี้ก็ยังไม่กล้ารับประกัน 100% ว่าจะใช้งานได้จริง เนื่องจากของเดิมที่ทำไว้สภาพสันอ่างชำรุดมากพอสมควร โดยวัสดุในสันเขื่อนที่บริษัทเก่าทำไว้ ไม่ได้ฉีดปูนซีเมนต์ลงไป เนื่องจากการก่อสร้างมีแค่การบดอัดดินเท่านั้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดสะพานขี้เหล็ก เททองหล่อพระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตรประจำพระธาตุเจดีย์พุทธมหาปัญจภัทร

วัดสะพานขี้เหล็ก เททองหล่อพระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตรประจำพระธาตุเจดีย์พุทธมหาปัญจภัทร

วันที่ 3 มิถุนายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเททองหล่อพระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตร ประจำพระธาตุเจดีย์พุทธมหาปัญจภัทร (หลวงพ่อโต) ที่วัดสะพานขี้เหล็ก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหิน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ตลอดจนพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี พร้อมกันนี้คณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมกันทำพิธีเททองนำฤกษ์หล่อพระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตร เพื่ออัญเชิญประดิษฐานประจำพระธาตุเจดีย์พุทธมหาปัญจภัทร (หลวงพ่อโต) วัดสะพานขี้เหล็ก ต่อไป

วัดสะพานขี้เหล็ก สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เมื่อปี พ.ศ.2543 จ.ส.ต.จรูญ ฤกษ์อุโฆษณ์ บริจาคที่ดินจำนวน 6 ไร่ เพื่อสร้างศาสนสถานในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่รกร้าง กันดาร ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ทายกทายิกาจึงได้นิมนต์พระอาจารย์วิชิต จารุกุโล และพระอุทัย จารุธมฺโม มาจำพรรษาเพื่อบริหารงานและดูแลการก่อสร้างเป็นที่พักสงฆ์ ชื่อว่า “ต้นจรูญ” จึงได้พัฒนาก่อสร้างเสนาสนะให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เพื่อปฏิบัติธรรม ต่อมาได้ขออนุญาตสร้างวัดและตั้งวัด อนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2545 ด้วยความเห็นชอบของพระมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงมีประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2546 ชื่อว่าวัดสะพานขี้เหล็ก สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 104 ง ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 และได้ทำพิธีปักหมายกำหนดเขตพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2553 และคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระอุทัย จารุธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2547 ปัจจุบันท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท นามว่าพระครูโอภาสกาญจนธรรม เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่นั้นมา.