Categories
ข่าว ทั้งหมด

สพฐ.เขต 2 ประจวบฯ จัดแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน คัดตัวแทนไปแข่งระดับภาคและระดับชาติ

สพฐ.เขต 2 ประจวบฯ จัดแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน คัดตัวแทนไปแข่งระดับภาคและระดับชาติ

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 น.ส.สุนทร แซ่เตียว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสามร้อยยอด (บุณยรักษ์อุทิศ) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกันดูแลและอำนวยความสะดวก การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 71 ของ สพฐ.เขต 2 จังหวัดประจวบฯ โดยโรงเรียนบ้านสามร้อยยอด (บุญยรักษณ์อุทิศ) เป็นเจ้าภาพจัดสถานที่การแข่งขัน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ระหว่างวันที่ 8 – 10 ตุลาคม 2566 ภายในศาลาโรงทานวัดสามร้อยยอด ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการแข่งขันในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ครั้งนี้ มีนักเรียนกว่า 87 โรงเรียน กับอีก 2 สาขา ใน 4 อำเภอ ตั้งแต่อำเภอหัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด และกุยบุรี เข้าร่วมการแข่งขัน โดยแยกการแข่งขันออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน คือ 1.การแข่งขันจิตรกรรมเทคนิคผสม (Mixed Media) 2.การแข่งขันวาดภาพระบายสี 3.การเขียนภาพไทยประเพณี 4.การแข่งขันเขียนภาพจิตรกรรมไทยสีเอกรงค์ 5.การสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด 6.การแข่งขันวาดภาพลายเส้น และ 7.การแข่งขันประติมากรรม แยกตามระดับชั้น ป.1 – ป.3, ป.4 – ป.6 และ ม.1 – ม.3 มีทั้งประเภทเดี่ยวและประเภททีม ซึ่งเกณฑ์การตัดสิน ระดับเหรียญทอง ต้องมีร้อยละ 80 ขึ้นไป และทีมที่เป็นตัวแทนระดับภาคเข้าแข่งขันในระดับชาติ จะต้องได้คะแนนระดับเหรียญทอง ลำดับที่ 1 – 3 (คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป) ในกรณีแข่งขันในระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีทีมชนะลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในภาคมีมากกว่า 3 ทีม จะพิจารณาลำดับที่ตามลำดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมที่ได้คะแนนข้อที่ 1 เท่ากัน ให้ดูข้อที่ 2 ทีมที่ได้คะแนนข้อที่ 2 มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าข้อที่ 2 เท่ากันให้ดูข้อถัดไป แต่คะแนนเท่ากันทุกข้อ ให้ประธานกรรมการตัดสินเป็นผู้ชี้ขาด

บรรยากาศในวันนี้ นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างตั้งอกตั้งใจทำงานเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด และผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เป็นตัวแทนในระดับเขตเข้าแข่งขันในระดับภาคและระดับประเทศต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กำนันธงชัยรวมพล สู้หนอนหัวดำระบาดต้นมะพร้าว

กำนันธงชัยรวมพล สู้หนอนหัวดำระบาดต้นมะพร้าว

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย น.ส.สมหญิง ปานทอง นายก อบต.ธงชัย พร้อมคณะผู้บริหาร อบต.ธงชัย ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ตำบลธงชัย มีนายวิโรจน์ ชูแก้ว ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอ น.ส.จันทร์ติรา ดำแก้ว หัวหน้าเกษตรอำเภอบางสะพาน การไฟฟ้าภูมิภาคบางสะพาน พร้อมพี่น้องประชาชนหมู่ 8 ร่วมประชุมกว่า 100 คน

โดยสำนักงานเกษตรอำเภอบางสะพาน รายงานสถานการณ์และการควบคุมศัตรูมะพร้าว เดือนตุลาคม 2566 สรุปว่าอำเภอบางสะพาน มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวรวม (มะพร้าวแกงและมะพร้าวอ่อน) 96,639 ไร่ มีเกษตรกร 7,267 ราย ปัจจุบันประสบปัญหาการระบาดของแมลงศัครูมะพร้าวที่สำคัญ คือหนอนหัวดำ แมลงดำหนาม มีการระบาดทั้ง 7 ตำบล จำนวน 3,062ไร่ เกษตรกร 518 ราย พื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้น 1,684 ไร่ จากเดือนกรกฎาคม 1,378 ไร่ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการแพร่ระบาด จำแนกตามระดับความรุนแรง ตั้งแต่ระบาดระดับน้อย 342 ไร่ ระบาดระดับปานกลาง 2,573 ไร่ ระบาดระดับรุนแรง 147 ไร่

นายสมหมาย กล่าวว่า จากการที่มีแมลงดำหนามหนอนหัวดำเข้ามาทำร้ายต้นมะพร้าวของพี่น้องชาวตำบลธงชัย และต้องช่วยตัวเอง จึงต้องจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุน วันนี้ได้ทอดผ้าป่าที่หมู่ 8 และมีนายก อบต.สมหญิง ปานทอง และทีมงานกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 11 หมู่บ้าน และพี่น้องประชาชนหมู่ 8 ใกล้เคียง รวมทั้งลุงอ๊อด ได้เงินมา 5,700 บาท ร่วมกันซื้อยาปราบหนอนหัวดำ ในตำบลธงชัยและเราจะช่วยกันทุกหมู่บ้าน เพื่อพี่น้องชาวตำบลธงชัยให้อยู่ดีกินดี และมีมะพร้าวแก่ให้สมบูรณ์ตลอดไป เป็นรายได้หลักของตำบลธงชัย ปลอดจากศัตรูมะพร้าวคือหนอนหัวดำและแมลงตำหนาม

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย กำนันพร้อมด้วยนายก อบต.ธงชัย ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 11 หมู่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลเดินทางไปที่หมู่ 6 ตำบลธงชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีหนอนหัวดำและแมงตำหนามระบาดหนัก ที่สวนของนายไพศาล พูลสวัสดิ์ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 401 หมู่ 6 ต.ธงชัย ได้ช่วยกันเจาะต้นมะพร้าว แล้วใส่ยา เอาดินน้ำมันอุดเพื่อไล่แมลงตำหนามและหนอนหัวดำให้ไปจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการระบาดของหนอนหัวดำและแมงดำหนามในตำบลธงชัยให้หมดสิ้นไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอหัวหินลงนาม MOU หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม

อำเภอหัวหินลงนาม MOU หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานและเป็นสักขีพยานในการลงนาม (MOU) บันทึกข้อตกลงตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งข้อตกลงความร่วมมือ “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม” เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนโดยยึดหลักทางพุทธศาสนา และนำมาปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดองสมานฉันท์ ก่อให้เกิดสันติสุขในหมู่บ้าน ชุมชน พัฒนาไปสู่หมู่บ้านศีลธรรม สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานพระราชปณิธานภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พิธีลงนามความร่วมมือสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม มีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, สาธารณสุขอำเภอหัวหิน, พัฒนาการอำเภอหัวหิน, ท้องถิ่นอำเภอหัวหิน เจ้าคณะตำบลและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอหัวหิน ร่วมลงนาม MOU

หลังจากนั้น นายอำเภอหัวหินเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม ครั้งที่ 1/2566 เป็นการแจ้งคำสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ฯ ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ การพิจารณากรอบ แผนและกิจกรรมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มใหญ่ไม่พอใจคนจะมาเช่าห้องข้างๆ ใช้มีดแทงดับ

หนุ่มใหญ่ไม่พอใจคนจะมาเช่าห้องข้างๆ ใช้มีดแทงดับ

เวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ร.ต.อ.ประมนฑ์ ผอบเพชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหลังบ้านเลขที่ 477/1 หมู่ 2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี และทีมกู้ชีพเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนหงายหน้าอยู่บนพื้น พบบาดแผลใต้ราวนมซ้ายถูกของมีคมแทง นอนจมกองเลือด ทราบชื่อนายสายชล จันทร์ศรี อายุ 55 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายสัญญา ประดิษฐ์พงษ์ อายุ 66 ปี ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปแล้ว ก่อนเกิดเหตุมีคนงานชาวเมียนมา ที่พักอยู่ห้องแถวตรงข้ามที่เกิดเหตุ ต่างส่งเสียงร้องตะโกนห้ามและมาช่วยกันยึดผู้ก่อเหตุไม่ให้ใช้มีดแทงซ้ำตนตาย

น.ส.แก้ว และ น.ส.แพน สองสาวชาวเมียนมา ได้พานายสายชล ผู้เสียชีวิต เพื่อมาดูห้องเช่า ระหว่างนั้นได้พบกับนายสัญญา ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเช่าบ้านอยู่บริเวณดังกล่าว ได้ออกมาโวยวายไม่พอใจที่นายสายชลจะมาเช่าห้องอยู่ข้างๆ ห้อง เนื่องจากมิเตอร์น้ำและไฟเป็นมิเตอร์รวมใช้ร่วมกัน ซึ่งเดิมนายสัญญาเป็นคนชำระค่าน้ำค่าไฟคนเดียว จึงตะโกนด่าทอและเดินกลับเข้าบ้านไปชงกาแฟกิน ทำให้นายสายชลไม่พอใจที่ถูกด่า จึงต้องการเดินไปคุยกับนายสัญญาที่หน้าห้อง แต่กับถูกนายสัญญาสาดกาแฟใส่ จึงปรี่เข้าไปผลักอกนายสัญญา นายสัญญาจึงคว้ามีดปลายแหลมที่วางอยู่ใกล้ๆ ประตู แทงเข้าที่ใต้ราวนมซ้าย 1 ครั้ง ก่อนจะมีการยื้อและหญิงชาวเมียนมาก็เข้ามาช่วย จนนายสัญญาเดินเข้าไปในบ้าน ไปหยิบมีดงอมา เพื่อจะมาฟันซ้ำ แต่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ออกมาช่วยห้ามและแย่งมีดจากนายสัญญาได้ทัน นายสัญญาจึงเดินกลับเข้าบ้าน พร้อมนำมีดที่ใช้แทงไปล้างทำความสะอาด ก่อนจะล็อคห้องและขี่รถมอเตอร์ไซต์ออกจากห้องไป

ต่อมาชุดสืบ สภ.ปากน้ำปราณ ได้ตามจับตัวนายสัญญาไว้ได้ นำตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายสัญญาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุ เนื่องจากบันดาลโทสะที่จะมีคนมาอยู่ห้องข้างๆ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และจะเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาวันที่ 10 ตุลาคม นายกำพล ประดิษฐพงษ์ น้องชายผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่บ้านเช่าของน้องชายขนเครื่องใช้ออกไปเพราะว่าเจ้าของบ้านไม่ให้อยู่แล้ว หลังจากนั้นเดินทางไปเยี่ยมน้องชายและเล่าถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า ทราบข่าวเมื่อวานประมาณ 15.00 น. พี่ชายโทรมาบอกว่าเขาทะเลาะกับคนชื่อตุ่น เขาเข้ามาต่อยในบ้าน พี่ก็หยิบมีดสวนออกไปเลย บ้านหลังกล่าวเป็นของหลาน ให้อยู่ฟรี อีกหลังว่าง คนตายจะมาเช่า พี่ชายของตนก็บอกว่ามาเช่าได้อย่างไร ใช้ไฟน้ำร่วมกัน เดี๋ยวจะมีปัญหาค่าใช้จ่าย.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาตามคำเรียกร้อง “Hua Hin Old Days Festival” เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิคที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

กลับมาตามคำเรียกร้อง “Hua Hin Old Days Festival” เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิคที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับบริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชน พาทุกท่านกลับมาพบกับบรรยากาศที่หลายๆ คนคิดถึงกับเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ในเมืองหัวหิน “Hua Hin Old Days Festival’’ โดยครั้งนี้จะพาทุกท่านไปพบกับความชิลล์ในสไตล์กลิ่นอายริมทะเลและความสนุกในโซนต่างๆ ที่ขนขบวนมาให้ทุกท่านได้มาสนุกกันแบบสุดๆ เช่นเดิม ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ต่างชาติ คนหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง เทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ที่จัดขึ้นในทุกครั้งนั้นประสบความสำเร็จได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานจนเป็นกระแสที่พูดถึงกันอย่างมาก โดยเทศกาลดนตรีนี้ได้ปลุกความเป็นเมืองดนตรีของหัวหินให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำในความเป็น A Must Check In Destination ของเมืองหัวหิน ที่รวบรวมทั้งความคลาสสิค ดนตรี เสียงเพลง งานศิลปะ ธรรมชาติ ผู้คน และชายหาดที่สวยงาม เป็นเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนตากอากาศกัน

สำหรับงานเทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ครั้งนี้ พิเศษกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะมีศิลปินรับเชิญชื่อดังที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศกลิ่นอายความชิลล์ริมทะเล กับวง SERIOUS BACON และศิลปินรับเชิญ บีน นภสร นักร้องสาวเสียงหวานที่มาร่วมสร้างสีสันในงานนี้ให้บลูพอร์ต หัวหิน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักในดนตรีและเสียงเพลง และเป็น Music Entertainment Hub เพื่อให้คนหัวหิน และนักท่องเที่ยวได้มาผ่อนคลายและฟังดนตรี เสพผลงานศิลปะร่วมกัน โดยบลูพอร์ตหัวหิน ยังคงเอกลักษณ์ของงานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ยังคงมีพื้นที่จัดงานหลากหลายโซน อาทิ การจัดแสดงงานศิลปะในโซน ART VILLAGE กับงานศิลปะสุดเก๋จากหมู่บ้านศิลปิน หัวหิน และร่วมกิจกรรม workshop กับเดอะแกลเลอรี หัวหิน, CRAFT ZONE ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดและสินค้าอื่นๆ ที่มาจัดจำหน่ายมากมายภายในงาน NEVER GETS OLD ZONE กับโซนร้านอาหารท้องถิ่นที่รอบนี้ยกขบวนกันมาอย่างมากมาย และร้านเครื่องดื่มสุดพิเศษที่มีมาเพิ่มแบบจัดเต็มทั้ง 3 วันเฉพาะที่งานนี้เท่านั้น ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคมนี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสนุกกันกับเทศกาลดนตรีในครั้งนี้ ที่ลาน เดอะสแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายที่จัดเตรียมไว้ภายในงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.เมืองประจวบฯ กวาดล้างได้ผู้ต้องหาและปืนเพียบ

สภ.เมืองประจวบฯ กวาดล้างได้ผู้ต้องหาและปืนเพียบ

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.ศักดา จำปาทอง รอง ผกก.สส.เมืองประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ร่วมกับ กก.3 กก. สส.ภ.7 (ประจวบคีรีขันธ์) ระดมกวาดล้างอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม โดยนำหมายค้นจากศาลจังหวัดประจวบฯ เข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ถนนเพชรเกษม – คั่นกระได หมู่ 3 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ สามารถจับกุมนายณัฐพล หรือนัท อายุ 27 ปี พร้อมด้วยอาวุธปืนยาว ไม่มีหมายเลขทะเบียนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 มม. จำนวน 41 นัด ลำกล้องเล็งเป้าปืนสีดำ จำนวน 1 ชิ้น จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ สามารถจับกุมนายกฤษดา หรือแมน อายุ 32 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนยาว ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนสั้นแบบประดิษฐ์ ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ชิ้นส่วนปืนแบลงค์กัน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 14 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 71 นัด เครื่องกระสุนปืนแบลงค์กัน จำนวน 10 นัด นำตัวทั้งคู่ ตั้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปธพ.10 สำเร็จการศึกษา ชู10 หัวข้อผลงานวิชาการทางการแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาวงการแพทย์สาธารณสุขไทย

ปธพ.10 สำเร็จการศึกษา ชู10 หัวข้อผลงานวิชาการทางการแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาวงการแพทย์สาธารณสุขไทย สอดคล้องนโยบายรัฐบาล พร้อมนำไปปฏิบัติจริง

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566  ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มีการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2566 แพทยสภา – ปธพ.ครั้งที่ 10 โดยแพทยสภาร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าได้จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) ขึ้น  ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อร่วมพัฒนาวงการแพทย์ และระบบสาธารณสุขของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์   เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเกียรติคุณ แก่นักศึกษาปธพ.รุ่นที่ 10 ที่สำเร็จการศึกษา จำนวน 143 คน โดยมีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ สภานายกพิเศษแพทยสภา นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  อาจารย์วิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา  พลอากาศโท นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์  และผู้อำนวยการหลักสูตรปธพ.  พร้อมด้วยนักศึกษาปธพ.รุ่น 10 เข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษา และเยี่ยมชมบอร์ดนำเสนอผลงานวิจัยของนักศึกษาและมีกิจกรรมการนำเสนองานวิจัยของนักศึกษาปธพ.รุ่นที่ 10 จำนวน 10 หัวข้อวิชาการอีกด้วย

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวบรรยาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตระบบสาธารณสุขไทย” ว่า ผลงานวิชาการของนักศึกษาปธพ.10 นั้นตอบโจทย์วงการสาธารณสุขไทยทั้งหมด สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล พร้อมนำไปปฏิบัติได้จริง    โดยความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย มี 9 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพไทยในอนาคต ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ประชากร ลักษณะเฉพาะของคนไทย โรคอุบัติใหม่ เทคโนโลยี การขนส่ง อาหารเกษตรกรรม และ สิ่งแวดล้อม  ประเด็นสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องรับมือคือ โรควัณโรค และอุบัติเหตุจราจร ที่เป็นเรื่องท้าทาย ส่วนในเชิงสังคมต้องอาศัยความร่วมมือจากคนในสังคมทุกภาคส่วน  โดยกระทรวงสาธรารณสุขกำหนดให้เขตสุขภาพ ทั้ง 12 เขต พัฒนา “เมืองสุขภาพดี” เขตละ 1 แห่ง  เพื่อประชาชนมีอายุยืน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวถึงผลงานวิจัย ทั้ง 10 เรื่องของนักศึกษาว่า ทำให้เห็นศักยภาพของความร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทย  ยกระดับสุขภาวะที่ดีของประชาชน บนพื้นฐานว่าการทำงานใดๆ จะสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาแบบมีธรรมาภิบาล 

ด้านพลอากาศโท นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่าหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่นที่ 10 (ปธพ. 10) เป็นความร่วมมือระหว่างแพทยสภา และสถาบันพระปกเกล้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงจาก 6 เสาหลัก มาเรียนร่วมกันคือ แพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข  ครูแพทย์จากมหาวิทยาลัย แพทย์ทหาร ตำรวจ และภาครัฐ  แพทย์จากภาคเอกชน ผู้บริหารภาครัฐ และ ผู้บริหารภาคเอกชน เพื่อแก้ปัญหาวงการแพทย์ ตามแนวทางพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ให้แพทย์ไทย “อ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร” โดยใช้ “ธรรมาภิบาล”เป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ผลงานวิจัยของนักศึกษาปธพ.รุ่นที่ 10  ประกอบด้วย หัวข้อที่ 1 ประสิทธิภาพ และผลกระทบของมาตรการสาธารณสุขในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข จากการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย  หัวข้อที่ 2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสื่อสารเมื่อเกิดภาวะวิกฤตทางการแพทย์ โดยใช้โมเดลการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ศึกษากรณีวัคซีน COVID-19   หัวข้อที่ 3 การศึกษาต้นแบบโมเดลสุขภาพในการบูรณาการการบริหารจัดการกองทุนสุขภาพของประชาชนไทย: กรณีศึกษาจากโรคมะเร็งปอดชนิดยีนกลายพันธุ์ EGFR หัวข้อที่ 4 ความรุนแรงภายในสถานพยาบาลต่อบุคลากรทางการแพทย์ และข้อเสนอทางมาตรการกฎหมายเพื่อลดความรุนแรง (Violence against medical personal in Thailand: evidence and mitigation strategies) หัวข้อที่ 5  โครงการศึกษาสมรรถนะร่วมเชิงบูรณาการ (Integrative core competencies) ของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อระบบ บริการสุขภาพไทยใน 10 ปีข้างหน้า หัวข้อที่ 6   Dementia Awareness in Thai Population การตระหนักรู้เรื่องภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุของประชากรไทย หัวข้อที่ 7 ปัจจัยสนับสนุนและอุปสรรคในการให้บริการโทรเวชในมุมมองของผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล และถอดบทเรียนของการก้าวข้ามอุปสรรคของโรงพยาบาลที่มีประสบการณ์การให้บริการโทรเวช หัวข้อที่ 8 บทบาทของโรงพยาบาลเอกชน  ในการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตามหลักธรรมาภิบาล  หัวข้อที่ 9  การศึกษาวิเคราะห์การรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชากัญชงตามหลักธรรมาภิบาล และ หัวข้อที่ 10  ผลกระทบของการโฆษณาโดยแพทย์ในสื่อสังคมออนไลน์ในการดูแลรักษาเรื่องของความงาม โดยผลงานวิจัยทั้งหมดได้ถูกนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และได้มีการมอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขใช้เป็นแนวทางการพัฒนาวงการแพทย์และสาธารณสุขไทยต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รด.จิตอาสาประจวบฯ ร่วมทำความดีด้วยหัวใจ ถวายเป็นพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช

รด.จิตอาสาประจวบฯ ร่วมทำความดีด้วยหัวใจ ถวายเป็นพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นำนักศึกษาวิชาทหารจากสถานศึกษาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จำนวน 350 คน ร่วมกิจกรรม รด.จิตอาสา 3 แสนนาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2566 ที่สะพานสราญวิถี อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยนักศึกษาวิชาทหารได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เก็บขยะบริเวณชายหาดอ่าวประจวบฯ และสถานที่สาธารณะบริเวณใกล้เคียงโดยรอบให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดสวยงาม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด

ทั้งนี้จากความตั้งใจของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ที่ต้องการให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย ในปีการศึกษา 2566 จำนวน 316,000 นายทั่วประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม และเพื่อให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งเป็นการแสดงออกถึงความเสียสละ อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จึงได้เกิดเป็นกิจกรรม รด.จิตอาสา 3 แสนนาย เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยมงคล จัดงานบุญ “สลากภัต” สืบทอดประเพณี

วัดห้วยมงคลจัดงานบุญ “สลากภัต” สืบทอดประเพณี

วันที่ 8 ตุลาคม 2566 พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เป็นประธานในพิธีทำบุญประเพณีสลากภัต ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีเก่าแก่โบราณและเป็นการอุทิศบุญส่วนกุศลให้บรรพบุรุษญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมเป็นเจ้าภาพทั้งสิ้น 37 หาบ ถวายสลากภัตแด่พระสงฆ์รวม 5 วัด จำนวน 25 รูป ในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับประเพณี “สลากภัต” หรือทางภาคเหนือเรียว่า ตานก๋วยฉลาก ทางภาคอีสานเรียก บุญข้าวสาก เป็นการถวายทานโดยไม่เจาะจงผู้รับ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกันยายน – ตุลาคม โดยญาติโยมจะนำของมาถวายจัดมาเป็นรูปแบบหาบใส่ชะลอม ประกอบไปด้วย อาหารคาวหวาน ผลไม้ ของใช้ชีวิตประจำวันและปัจจัยใส่ซองเสียบยอดไม้ไผ่ปักไว้ในหาบ จากนั้นก็จะนำเบอร์ไปติดที่หาบเพื่อให้พระสงฆ์ได้ทำการจับเบอร์ ด้วยหลักอุปโลกกรรม คือของที่ถวายในหาบนั้นแตกต่างกัน มีทั้งของมากและของน้อยแล้วแต่เจ้าภาพที่จัดกันมา หากพระสงฆ์รูปหนึ่งรูปใดจับได้เบอร์ใดตรงกับหาบนั้น ทางเจ้าภาพก็จะแบกหาบๆ นั้นไปถวาย ซึ่งการทำบุญสลากภัตในพระพุทธศาสนาเป็นประเพณีสืบทอดมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อธิการบดี มช. พบปะลูกช้าง ศิษย์เก่าเพชรสมุทรคีรี

อธิการบดี มช. พบปะลูกช้าง ศิษย์เก่าเพชรสมุทรคีรี

วันที่ 8 ตุลาคม 2566 ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินทางมาร่วมพบปะลูกช้าง ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “60 ปี มช.เพราะคิดถึง จึงมาหา” พื้นที่เพชรสมุทรคีรี จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ณ โรงแรมลองบีช อ.ชะอำ จใเพชรบุรี โดยมีนายวสันต์ กิตติกุล ลูกช้างรัฐศาสตร์ มช.สิงห์ขาวรุ่น 1 รหัส 08 เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับและสรุปให้กับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมมีลูกช้างศิษย์เก่าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แถลงนโยบายและทิศทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน 60 ปี มช. แก่ศิษย์เก่าในพื้นที่ หลังจากนั้นเป็นการพบปะพูดคุยระดมความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งลูกช้างกลุ่มเพชรสมุทรคีรี พร้อมจะสร้างเครือข่ายรวมพลังกันทำงาน เพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการมุ่งไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม จากนั้นลูกช้างศิษย์เก่าทั้งหมดได้ร่วมกันร้องเพลงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่นก่อนจะปิดงาน.