Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมช.คมนาคม ติดตามแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ

รมช.คมนาคม ติดตามแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าแผนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน และทิศทางการทำงานที่สำคัญของหน่วยงานในสังกัด ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน น.ส.ชนัตถา ศรีเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมพร้อมรายงานผลการดำเนินงานด้านต่างๆ และได้เยี่ยมชมการฝึกอบรมหลักสูตรนักบินของสถาบันการบินพลเรือนที่ศูนย์ควบคุมการบินพลเรือน

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ตั้งใจมารับฟังภารกิจของท่าอากาศยานหัวหิน ศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน และศูนย์ฝึกการบิน สถาบันการบินพลเรือน โดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหินให้มีความพร้อมในการรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ควบคู่กับการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ยกระดับบริการผู้โดยสาร เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินให้มีประสิทธิภาพและสอดรับกับการเติบโตของประเทศ เชื่อมต่อการขนส่งแบบไร้รอยต่อสู่มาตรฐานระดับสากล

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุมการบินพลเรือน ภายในท่าอากาศยานหัวหิน และการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกการบินหัวหิน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2570 พร้อมเยี่ยมชมหอควบคุมการจราจรทางอากาศของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ตามมาตรฐานสากล ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 จากเดิมด้านละ 40 เมตร เป็นด้านละ 60 เมตรตลอดความยาวทางวิ่ง ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพราะจุดดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่ออากาศยานที่อาจจะไถลออกนอกทางวิ่งมากกว่าจุดอื่น โดยการดำเนินการดังกล่าวได้ปรับปรุงการก่อสร้างอุโมงค์บนเส้นทางถนนเพชรเกษมด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569 จะทำให้ท่าอากาศยานหัวหินมีศักยภาพในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจจากการเดินทางเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหิน มีสายการบินแอร์เอเชีย เปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ เส้นทาง หัวหิน – เชียงใหม่, เชียงใหม่ – หัวหิน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ และอาทิตย์ และรองรับการให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินพาณิชย์

หลังจากนั้น นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศและการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศของท่าอากาศยานหัวหิน ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะจาก ททท.สำนักงานจังหวัดประจวบฯ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สภาหอการค้าจังหวัดประจวบฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอหัวหิน ในการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน อาทิ การผลักดันเที่ยวบินข้ามภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย อาทิ ​หัวหิน – ขอนแก่น / อุดรธานี / นครราชสีมา, ​หัวหิน – ภูเก็ต / สุราษฎร์ธานี / หาดใหญ่ เพื่อ​กระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค ​เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาการพักค้างในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง 

​นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเห็นควรส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางในรูปแบบ“Air-Rail-Sea Connectivity”เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงอากาศ ราง และทางทะเลอย่างครบวงจร นำไปสู่การกระจายรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัดอย่างยั่งยืน โดยท่าอากาศยานหัวหิน ถือว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการรองรับการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอ่าวไทยมีบทบาทสำคัญด้านโลจิสติกส์ การลงทุน และการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนเพื่อนำไปขับเคลื่อนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศในระยะต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบหนุ่มบุกรุกป่าปลูกต้นปาล์ม – กาแฟ โดนหนัก 6 ข้อหา

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบหนุ่มบุกรุกป่าปลูกต้นปาล์ม – กาแฟ โดนหนัก 6 ข้อหา

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สยอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันลาดตระเวนไปยังพื้นที่เป้าหมาย มาถึงบริเวณป่าเนินสวรรค์ ท้องที่บ้านบางเจริญ หมู่ 3 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พิกัดที่ 47P 528690E 1222531N พบชายคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่านายโรจน์ อยู่ในแปลงบุกรุกแผ้วถางป่า ที่มีการปลูกต้นปาล์มน้ำมันและต้นกาแฟ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามนายโรจน์ให้การยอมรับว่าพื้นที่บริเวณนี้ตนเป็นเจ้าของ โดยมารดาของตนได้ปลูกต้นกาแฟไว้ ภายหลังมารดาเสียชีวิต ตนจึงเข้ามาดูแลต้นกาแฟและปลูกต้นปาล์มน้ำมัน เมื่อต้นปี 2568

วันนี้ตนได้เข้ามาฉีดยาฆ่าหญ้าและดูแลพืชอาสินภายในแปลง โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือเอกสารการครอบครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่และนำค่าพิกัดพื้นที่บุกรุกตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ ปี 2545 และภาพถ่ายดาวเทียม ปี 2557 พบว่า ขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังคงมีสภาพเป็นป่า จึงตั้งข้อหาฐานความผิด 1. พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง “ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรคหนึ่ง 2. พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง “ฐาน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 31 วรรคสอง (3) 3. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐาน “เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 96 4. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (2) “ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 99

5. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (5) “ฐาน ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 100 6. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (6) “ฐาน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 102 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลชะอำ เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ด้วยมาตรการเชิงรุก

เทศบาลชะอำ เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ด้วยมาตรการเชิงรุก

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่าขณะนี้เป็นช่วงใกล้ฤดูฝน ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 3 (81/2569) ช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และด้านตะวันตกของภาคเหนือ และภาคกลาง ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยเตรียมพร้อมระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรกล ลงพื้นที่บริเวณปากคลองข้างวัดเนรัญชราราม ดำเนินงานขุดลอกสันดอนดินเลน ช่วยเพิ่มปริมาตรหน้าตัดทางน้ำ ขจัดสิ่งกีดขวาง และตะกอนดินที่ทับถม เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น ลดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน และยังช่วยรักษาระบบนิเวศทางน้ำให้สมบูรณ์ นอกจากนี้เทศบาลยังได้ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำรอระบายและน้ำท่วมขังในเขตเศรษฐกิจและพื้นที่ท่องเที่ยว โดยจะมีการตรวจสอบสภาพพื้นที่ระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินเสริมสร้างความรู้ศาสตร์พระราชา พัฒนาอาชีพและรายได้สู่ชุมชน

เทศบาลหัวหินเสริมสร้างความรู้ศาสตร์พระราชา พัฒนาอาชีพและรายได้สู่ชุมชน

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซี หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนางหนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาล พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องและประชาชนในเขตเทศบาลเข้าร่วมรับการอบรมกว่า 100 คน

น.ส.ไพลิน กล่าวว่า กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพและการดำเนินชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน ที่มุ่งเน้นการพัฒนากลไกสนับสนุนการสร้างอาชีพโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้มีการจัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพและการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะสามารถนำแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีแหล่งอาหารไว้บริโภคเองในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ นำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนในที่สุด

สำหรับกิจกรรมในโครงการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยวันแรกเป็นการอบรมให้ความรู้เชิงลึก จากคณะวิทยากร นำโดยคุณศิริวัฒน์ คันทารส ประธานกรรมการบริษัท เพื่อนกระบวนกร จำกัด มาร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นอกจากนี้ยังมีการรับชมวิดีทัศน์ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยกรณีฉุกเฉินในการเดินทาง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ และในวันที่สอง ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้เดินทางไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ แหล่งเรียนรู้ต้นแบบระดับประเทศในจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง และศูนย์สาธิตโครงการหุบกะพง อ.ชะอำ เพื่อศึกษาแนวทางการทำเกษตรกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“อ่าวสยาม” ร่วมใจพิทักษ์ทะเล เก็บขยะคืนความงดงามสู่เกาะทะล

“อ่าวสยาม” ร่วมใจพิทักษ์ทะเล เก็บขยะคืนความงดงามสู่เกาะทะลุ

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 น.ส.วราภรณ์ ไชยสมุทร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) นำเจ้าหน้าที่ จำนวน 25 นาย ร่วมกับผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว และหน่วยงานราชการในพื้นที่ ผนึกกำลังจัดกิจกรรมเก็บขยะทะเล บริเวณเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ โดยเจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันเก็บรวบรวมขยะทะเล ขยะพลาสติก เศษไม้ และสิ่งปฏิกูลที่ถูกคลื่นซัดเข้าสู่ชายฝั่งและภายในถ้ำบริเวณเกาะทะลุ เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล รักษาความสะอาดของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทะเลไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริเจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ สร้างจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม

ประจวบฯ จัดกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริเจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ สร้างจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นาวาเอก เรืองฤทธิ์ แสงแก้ว รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดประจวบฯ (ศรชล.จว.ปข.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่บริเวณสะพานสราญวิถี อำเภอเมือง จ.ประจวบฯ โดยมีนาวาอากาศเอก สุทธิวัฒน์ บุญชู เสนาธิการกองบิน 5 พร้อมกำลังพลกองบิน 5 หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

การจัดกิจกรรม“รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริฯ”ในครั้งนี้ เป็นการสนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบรมวงศานุวงศ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สร้างจิตสำนึกด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม อันจะเป็นประโยชน์ในการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยกิจกรรมประกอบด้วยพิธีเปิดกรวยถวายความเคารพ ถวายพระพรชัยมงคลและเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากนั้นร่วมกันพัฒนาทำความสะอาดเก็บขยะชายหาด เพื่อให้เกิดความสวยงามคงอยู่สืบไป.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง

เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระมหา ดร.วิชัย เตชะธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง อ.ชะอำ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในโครงการ “สานพลังบวร” ณ พื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี โดยมีนายคนึง ทองเที่ยง นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีพิธีมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ประกอบด้วยข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำดื่ม และผ้าอ้อมสำหรับผู้ป่วย (แพมเพิร์ส) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพระมหา ดร.วิชัย เตชะธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง นำมามอบให้แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จำนวนทั้งสิ้น 144 ราย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และส่งต่อความห่วงใยจากทุกภาคส่วน

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางถึงที่พักอาศัยในพื้นที่ตำบลท่าตะคร้อและตำบลยางน้ำกลัดใต้ จำนวน 3 ราย โดยได้มอบทุนทรัพย์ สิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและผ้าอ้อมสำหรับผู้ป่วยเพื่อดูแลรักษาสุขอนามัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัด และหน่วยงานราชการ (บวร) ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทุเรียนทองคำแห่งบางสะพาน กิโลละ 1,000 บาท เปิดตำนานสวนมีตังค์ 48 ไร่ ผลผลิตหายาก คนต่อคิวเพียบ

ทุเรียนทองคำแห่งบางสะพาน กิโลละ 1,000 บาท เปิดตำนานสวนมีตังค์ 48 ไร่ ผลผลิตหายาก คนต่อคิวเพียบ

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยนางสุภาวดี สมทรง กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนจำนวนมาก เดินทางเข้าชมสวนและชิมทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพาน ทุเรียนสายพันธุ์หายาก ที่กำลังถูกจับตามองในฐานะของดีประจำอำเภอ ที่สวนมีตังค์ บ้านเลขที่ 157/1 หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในสวนเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากต้องการลิ้มรสทุเรียนทองบางสะพานสายพันธุ์พิเศษ ที่ได้รับการรับรองสายพันธุ์จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ เช่น หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกอยู่เป็นจำนวนมาก

ครอบครัวของนายธวัชชัย เทศรำลึก เจ้าของสวนมีตังค์ ย้ายจากจังหวัดเพชรบุรี มาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เมื่อปี พ.ศ.2518 เริ่มต้นจากการทำไร่ ปลูกขิงและปลูกผักเพื่อจำหน่าย ต่อมาในปี พ.ศ.2526 คุณพ่อของนายธวัชชัยได้นำพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดนนทบุรี มาปลูกในสวน ทั้งพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนี รวมกว่า 200 ต้น ซึ่งให้ผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งปลูกผลไม้อื่นเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ลองกอง มังคุด และไม้ผลอีกหลายชนิด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพร่างกายของพ่อเริ่มไม่เอื้ออำนวยต่อการดูแลสวน ลูกหลานต่างแยกย้ายไปทำงาน ทำให้สวนถูกปล่อยให้เติบโตแบบธรรมชาติอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งปี พ.ศ.2558 นายธวัชชัยกลับมาพบว่าสภาพสวนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผลไม้หลายชนิดล้มตายจำนวนมาก แต่สิ่งที่ยังคงยืนหยัด คือทุเรียนบางต้นที่แข็งแรงผิดปกติ และในจำนวนนั้นมีทุเรียนต้นหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ“เนื้อสีเหลืองคล้ายทองคำ กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติอร่อยโดดเด่นกว่าพันธุ์ทั่วไป”

จากจุดนั้นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสายพันธุ์ จนสามารถขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ.2561 ภายใต้ชื่อ “ทองบางสะพาน”นายธวัชชัย กล่าวว่า “ปีนี้ผลผลิตทองบางสะพาน มีไม่มาก เนื่องจากภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมถึงแมลงศัตรูพืช ส่งผลให้ผลทุเรียนร่วงและเสียหายจำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ทองบางสะพานมีคุณค่า คือเป็นผลผลิตจากต้นแม่โดยตรง มีจำนวนจำกัด ผลผลิตออกเพียงปีละครั้งเท่านั้น” จุดเด่นของทุเรียนทองบางสะพาน คือ เนื้อสีเหลืองทองสวยงาม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเนียนละเอียด รสชาติหวานมันกลมกล่อม

สำหรับราคาจำหน่ายปีนี้ ทางสวนเปิดขายแบบรายผลๆ ละ 2,500 บาท หรือเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท โดยขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนต้องต่อคิวรอซื้อ

นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้มาเยี่ยมชมสวนของคุณธวัชชัย หรือพี่หนู บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ ซึ่งมีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่โดดเด่น คือ ทองบางสะพาน ซึ่งมีต้นแม่อายุกว่า 40 – 50 ปี และยังได้ชิมทุเรียนสดจากต้น ถือเป็นประสบการณ์พิเศษจริงๆ “ทองบางสะพานถือเป็นหนึ่งในของดีประจำอำเภอบางสะพาน และสามารถเป็น Soft Power สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ได้ในอนาคต”

ขณะที่ผู้ที่เข้าร่วมงานหลายคน ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติของทุเรียนทองบางสะพานมีความโดดเด่นแตกต่างจากสายพันธุ์ทั่วไปอย่างชัดเจน จากสวนผลไม้ธรรมดาในอดีต วันนี้ “สวนมีตังค์” กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของนักชิมและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสรสชาติทุเรียนหายากระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถติดต่อสวนมีตังค์ได้ทางเฟซบุ๊ก : สวนมีตังค์ โทรศัพท์ : 083 – 2494287.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกเล็กหัวหิน ปลูกเฟื่องฟ้า 10,000 ต้น ถนนหัวนา – ทับใต้ สร้างเส้นทางดอกไม้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

นายกเล็กหัวหิน ปลูกเฟื่องฟ้า 10,000 ต้น ถนนหัวนา – ทับใต้ สร้างเส้นทางดอกไม้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล สท. และเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปลูกต้นเฟื่องฟ้าหรือต้นดอกกระดาษ จำนวน 10,000 ต้น บริเวณเกาะกลางถนนหัวนา – ทับใต้ ซอยหัวหิน 112 เขตเทศบาลนครหัวหิน ตลอดแนวระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อความสวยงาม เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างเอกลักษณ์ให้กับเส้นทางสายสำคัญของเมืองหัวหิน

นายนพพร กล่าวว่าการนำต้นเฟื่องฟ้ามามาปลูกเสริมบนเกาะกลางถนน เป็นการสานต่อแนวคิดด้านภูมิทัศน์เมืองที่เคยเริ่มต้นขึ้นในยุคของนายพื้น กระแสสินธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหัวหิน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มนำต้นเฟื่องฟ้ามาปลูกประดับในพื้นที่หัวหินเป็นครั้งแรก จึงมีแนวความคิดนำต้นเฟื่องฟ้ามาปลูกบนเกาะกลางถนนหัวนา – ทับใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ทับใต้ และใช้เป็นเส้นทางเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯได้ โดยต้นเฟื่องฟ้าเมื่อเติบโตเต็มที่ จะออกดอกหลากสี ทั้งสีม่วง สีขาว และสีแดง สลับกับแนวต้นทองอุไร สีเหลืองที่ปลูกอยู่สองข้างทางอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้จะได้สัมผัสความสวยงามของดอกทองอุไรและเฟื่องฟ้า เสมือนเส้นทางดอกไม้ที่จะบานรับนักท่องเที่ยวตลอดแนวถนน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กด้านภูมิทัศน์ของนครหัวหินในอนาคต

ทั้งนี้ หากโครงการปลูกต้นเฟื่องฟ้าประสบผลสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดี เทศบาลนครหัวหินยังมีแนวคิดนำต้นเฟื่องฟ้าไปปลูกเสริมบริเวณถนนเพชรเกษม ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง ปัจจุบันมีการปลูกพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับทัศนียภาพของนครหัวหิน รวมถึงขยายการปลูกต้นเฟื่องฟ้าไปยังชุมชนต่างๆ ภายในพื้นที่หัวหินเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวให้สวยงามมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

CIB ร่วมกับเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ผู้สูงวัย ปลอดภัยจากโจรออนไลน์

CIB ร่วมกับเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ผู้สูงวัย ปลอดภัยจากโจรออนไลน์

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรม “Cyber Smart”ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ตแอนด์สปา จ.ประจวบฯ ในโครงการอบรมเตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์เชิงรุกให้กับผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน โดยมี พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท. (หัวหน้าทีมสื่อสารองค์กร CIB) น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยทีมสื่อสารองค์กร CIB เตือนภัยออนไลน์ เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน และ อสม.ในเขตเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 250 คน

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 18 มกราคม 2569 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นมากถึง 341,539 เรื่อง เฉลี่ยแล้วมีคดีเกิดขึ้น 888 เรื่องต่อวัน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 26,100,641,367 บาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้จัดโครงการร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เพื่อเตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ ข้อกฎหมาย วิธีการป้องกัน แผนประทุษกรรมของคนร้าย ที่กลุ่มผู้สูงวัยมักจะพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหลอกให้รัก หรือ Romance Scam ก่อนชักชวนลงทุน, การโทรศัพท์อ้างเป็นญาติ หรือลูกหลาน ก่อนสร้างสถานการณ์หลอกให้โอนเงินให้ หรือแม้กระทั่งมุขเดิมๆ ที่โทรศัพท์มาลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบเงินในบัญชี เป็นต้น

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการบรรยายเตือนภัยอาชญากรรมให้กับผู้เข้ารับการอบรม โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุ ตระหนักถึงภัยออนไลน์ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและวิธีรับมือป้องกันคนร้ายในโลกออนไลน์ นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับอบรมนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับญาติพี่น้อง รวมถึงคนในชุมชนของตนเองให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สสส. ที่ร่วมกันทำงานเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนจากภัยอาชญากรรมทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง.