Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยประจวบฯ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงฝ่าวิกฤติหมูกล่องทำราคาตกต่ำ

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยประจวบฯ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงฝ่าวิกฤติหมูกล่องทำราคาตกต่ำ

จากสถานการณ์ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ที่มีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ อาทิ เนื้อหมูเถื่อนนำเข้าและหมูกล่องที่ส่งขายหน้าเขียง ทำให้เขียงหมูลดปริมาณการซื้อหมูจากเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยไปแปรรูป และถูกกดราคาขายต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกษตรกรหลายรายจำใจต้องขายหมูให้เขียงที่มารับซื้อในราคาถูก ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่นับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่พบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่หมู่ 6 บ้านเกตุเอน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหาการเลี้ยงสุกรส่งขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงชีพ พบกับนายอดิศร กลิ่นสมหวัง หรือพี่เอฟ เกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย และพาเยี่ยมชมฟาร์ม พบว่ามีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด และปลูกพืชแบบผสมผสาน ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อให้ครอบครัวสามารถประคับประคองดำเนินชีวิตต่อไปได้ เช่น การเลี้ยงหมูหลายสายพันธุ์ เพื่อนำข้อดีของแต่ละสายพันธุ์มาผสมพันธุ์กันให้เป็นหมูที่ดี มีคุณภาพ การเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงห่าน การปลูกพืชกล้วย มะพร้าว และพืชผักสวนครัวอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนการซื้อให้มากที่สุด

นายอดิศร หรือพี่เอฟ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวประกอบอาชีพเลี้ยงหมู แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาราคาหมูที่ขายมีราคาถูก เพราะต้นทุนของอาหารที่ซื้อมีแต่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อครบตามกำหนดจะขายออกไปให้กับเขียงหมูที่มารับซื้อ โดยขายยกตัวกิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมที่เคยขายกิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งยังถือว่ามีราคาดีและยังพออยู่ได้ หลังจากที่มีการนำเข้าหมูจากต่างประเทศ รวมไปถึงการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และมีหมูกล่องส่งขายให้กับหน้าเขียง ทำให้เขียงหมูลดปริมาณการซื้อหมูจากเกษตรกรรายย่อย และหากมาซื้อก็จะกดราคา ทำให้เกษตรกรต้องจำใจขาย เพราะไม่รู้ว่าจะนำไปขายที่ไหน อีกทั้งโรงฆ่าสัตว์ในประจวบฯ ก็ปิดไปเกือบหมดแล้ว ถ้าเกษตรกรจะเชือดหมูขายเอง ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ของหน่วยงานให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก จึงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือแก้ปัญหาเกี่ยวกับราคาหมูให้เพิ่มสูงขึ้น หรือลดราคาต้นทุนอาหารหมูให้ต่ำลง

พี่เอฟ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนแก้ปัญหาด้วยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยปลูกกล้วย เลี้ยงแหน และมะพร้าว ปลูกพืชผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์หลากหลาย โดยนำกล้วยที่ปลูกไว้มาหั่นผสมอาหารเลี้ยงหมู เพื่อลดต้นทุนการผลิต และยังนำกล้วย และแหน มาผสมกับอาหารนำไปเลี้ยงไก่ไข่ได้อีกด้วย ทำให้ลดต้นทุนลงได้มาก นอกจากนี้ยังเลี้ยงห่านแบบปล่อย ไว้คอยเฝ้าเล้าหมู เพื่อดักจับสัตว์มีพิษรอบๆ เล้าหมู เช่น งู และตะขาบ ไม่ให้เข้ามากัดทำร้ายหมูและลูกหมูที่เลี้ยงไว้ แถมยังร้อง หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาที่บริเวณเล้าหมูด้วย นอกจากจับหมูขายเนื้อเป็นตัวแล้ว ยังขายลูกหมูให้กับผู้ที่ต้องการซื้อในราคาตัวละ 1,000 – 1,500 บาท ส่วนไก่ไข่ก็เลี้ยงแบบปล่อยให้ออกมากินหญ้า เพื่อลดต้นทุนอาหาร และทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนกว่าปกติ ถึงแม้ปริมาณไข่ไก่ที่ได้จะน้อยกว่าเลี้ยงแบบอัดอาหารซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าก็ตาม ปัจจุบันเก็บไข่ขายได้วันละ 3 แผงๆ ละ 100 บาท เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว นอกจากนี้ยังให้ภรรยาเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง ขายผัดไทยและขายลูกชิ้นในหมู่บ้านเพื่อเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง โดยนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกเอง ไปเป็นวัตถุดิบในร้านอาหารเพื่อลดต้นทุน ทำให้ปัจจุบันครอบครัวสามารถประคับประคองฝ่าวิกฤติราคาหมูตกต่ำไปได้ จากการเก็บรายได้ที่มาจากการทำอาชีพแบบผสมผสานกัน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ทายาทนักรบอนุรักษ์บ้านไม้เก่ากว่าร้อยปี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณสมัยสงครามโลก เข้าชมฟรี

ทายาทนักรบอนุรักษ์บ้านไม้เก่ากว่าร้อยปี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณสมัยสงครามโลก เข้าชมฟรี

วันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 159 ถนนสู้ศึก เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนถนนสู้ศึก บ้านอาจารย์ไก่ เครือข่ายสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาได้เข้าชมศึกษาเรียนรู้ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ธนบัตรเงินโบราณ และของเก่าโบราณล้ำค่า บางชิ้นมีอายุเกินกว่า 100 ปี รวมไปถึงของเก่าสะสมมาตั้งแต่ในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตกทอดมาจากบิดา นำมาจัดแสดงไว้อย่างหลากหลาย เข้าชมได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 06.00 – 20.00 น.

นายเฉลิมพล อภัยรี หรืออาจารย์ไก่ อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจที่นำบ้านไม้เก่าแก่อายุเกินกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นของคุณพ่อ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สะสมของเก่าโบราณ และคงสภาพบ้านไม้เก่าแก่เอาไว้ให้ชนรุ่นหลัง และนักท่องเที่ยวได้เข้าชมศึกษาฟรี เนื่องจากคุณพ่อเป็นอดีตนายทหารอากาศกองบิน 5 และบ้านหลังนี้เคยเป็นสถานที่หลบซ่อนพักรักษาตัวของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกับญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคุณพ่อเป็นคนที่ชื่นชอบสะสมของเก่าโบราณต่างๆ และตนก็ชอบสะสมของเก่าโบราณเช่นกัน ปัจจุบันคุณพ่อกับคุณแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ตนจึงสานต่อเจตนารมณ์อนุรักษ์และคงสภาพบ้านไม้เก่าแก่เอาไว้ รวมถึงของเก่าโบราณของคุณพ่อและของตน รวมไปถึงของโบราณที่มีผู้ร่วมมาบริจาคไว้ให้จัดแสดง เปิดให้เข้าชมฟรี อาทิ เงินตราโบราณ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี พระพุทธรูป ผ้ายันต์ เครื่องดนตรี และอาวุธโบราณ เป็นต้น

อยากให้นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่สนใจได้มาเข้าชมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสู้รบของทหารในสมัยสงครามโลก โดยสามารถมาเข้าชมได้ทุกวัน หรือโทรศัพท์มาติดต่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 098 – 2538953 เพื่อตนจะได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับ แต่ถ้าหากจะมาเข้าชมตามปกติ สามารถเข้าชมได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เนื่องจากบริเวณถนนสู้ศึกแห่งนี้เปิดเป็นตลาดถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ตามนโยบายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำของประเทศ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มเหล็กสหวิริยา จับมือชุมชนพัฒนาบางสะพาน ตามแนวทาง ESG

กลุ่มเหล็กสหวิริยา จับมือชุมชนพัฒนาบางสะพาน ตามแนวทาง ESG

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้บริหารกลุ่มเหล็กสหวิริยา ร่วมกับบริษัทในเครือฯ ผู้แทนเครือข่ายธนาคารชุมชน และสภาผู้นำชุมชน เครือข่ายประมง เครือข่ายการศึกษา ร่วมกันจัดงานสานสัมพันธ์เครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปี พ.ศ. 2567 โดยมีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายผดุงศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มเหล็กสหวิริยา ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด บริษัท เวสท์โคสท์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ได้เข้ามาประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอบางสะพาน มาเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาดังกล่าว สิ่งที่กลุ่มเหล็กสหวิริยาได้ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จและนำพาความเจริญทางเศรษฐกิจมาสู่พี่น้องอำเภอบางสะพาน นั่นก็คือการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบางสะพานอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เรียกว่า ESG ซึ่ง ESG เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1. Environment ความรับผิดชอบของบริษัทต่อสิ่งแวดล้อม 2. Social การจัดการความสัมพันธ์ และมีการสื่อสารกับลูกจ้าง ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือโดยรวมเรียกว่าความรับผิดชอบต่อสังคม และ 3. Governance การกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้หลักแห่งธรรมาภิบาล โปร่งใส เชื่อถือได้ โดยแนวคิด ESG นี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ ด้วยการสะท้อนบทบาทความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการนำเสนอผลการดำเนินงานในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดังนั้น กลุ่มเหล็กสหวิริยาจึงได้จัดงานสานสัมพันธ์เครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปี พ.ศ.2567 ขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อชุมชนผ่านนโยบายของกลุ่มบริษัทฯ และแนวทางความร่วมมือในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ตามแนวทาง ESG ผ่านเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่บางสะพาน นอกจากนี้ มีการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ระหว่างเครือข่าย และงานสังสรรค์เพื่อขอบคุณเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มเหล็กสหวิริยาได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่อำเภอบางสะพานมาอย่างต่อเนื่อง ต้องขอบคุณที่ให้การสนับสนุนชุมชน และร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพานมาโดยตลอด อีกทั้งได้นำแนวทาง ESG คือความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและด้านการกำกับดูแล มาขับเคลื่อนผ่านโครงการต่างๆ เพื่อไปสู่การพัฒนาองค์กรและชุมชนบางสะพาน ให้เกิดความยั่งยืนซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอำเภอบางสะพาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน

หลังจากนั้นมีเวทีเสวนาโดยตัวแทนจากผู้แทนเครือข่ายธนาคารชุมชน และสภาผู้นำชุมชน เครือข่ายประมง เครือข่ายการศึกษา เพื่อให้นำข้อมูลมานำเสนอความต้องการเพื่อใช้ในการในการขับเคลื่อนแนวทาง ESG ให้มีความคืบหน้าต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลชะอำ เปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน

เทศบาลชะอำ เปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นางวันเพ็ญ มั่งศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย นายแก้ว คงวงค์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางรัมภา จำลองราช ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม ร่วมกันเปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี มีคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชะอำ และนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 ทั้ง 27 ชุมชน 245 คน เข้าร่วมกิจกรรม

โรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน จัดโดยกองสวัสดิการและสังคม เทศบาลเมืองชะอำ เป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาตามอัธยาศัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สตรีได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัว และสมาชิกในชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรีในเขตเทศบาลเมืองชะอำ โดยมีกิจกรรมทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ๆ ละ 1 วัน เป็นเวลา 3 เดือน จะมีการฝึกอบรมให้ความรู้ กิจกรรมส่งเสริมประเพณีท้องถิ่น การส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ (จิตอาสา) และการศึกษาดูงานกลุ่มสตรีที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการกลุ่มและการประกอบอาชีพ

ภายหลังพิธีเปิด นักเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 นำโดยนายยุทธพล อินมอญ ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ และนายศรีเพชร อินพันทัง รองปลัดเทศบาลฯ ได้นำนักเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอานขี่ม้าชายหาด จำนวน 8 ตัว เรียงแถวถ่ายรูปด้านหน้าเวที ชูป้ายสัญลักษณ์เปิดทำการเรียนการสอนของผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ จากนั้นมายืนเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระและออกกำลังกายก่อนเข้าห้องเรียนเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้แก่นักเรียนทั้งหมด จากนั้นตั้งขบวนกลองยาว ร่วมรำและแห่เดินเข้าห้องเรียนอย่างสนุกสนาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8

 ประจวบฯ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสุทธินาถ ทานนท์ รองศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ดร.ชโนทัย เจริญเนือง ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดประจวบฯ และ ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8 มีนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดประจวบฯ ในชุดวนิดา – ปริศนา ร่วมในแถลงข่าวที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน รีสอร์ทมอลล์ จ.ประจวบฯ

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2461 และนับแต่นั้นมา จึงกำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันการศึกษาเอกชน ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละภูมิภาค ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ในปีนี้กำหนดการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2567 ในส่วนภูมิภาค 5 ภาค ดังนี้ ภาคตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรี วันที่ 26 – 27 มกราคม ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย วันที่ 3 – 7 กุมภาพันธ์ ภาคกลางและกรุงเทพฯ จัดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ ภาคใต้ ที่จังหวัดพัทลุง วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 23 – 24 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ผู้บริหาร ครูและผู้สอนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา รวมทั้งได้เผยแพร่ผลงานด้านการศึกษาสู่สาธารณชน ผ่านการประชุมเชิงวิชาการ นักเรียนได้มีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถตามศักยภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดของตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งตรงกับนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียน สมาคม เครือข่ายทางการศึกษาเอกชน ตลอดจนเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการศึกษาเอกชนที่ดี

ดร.ชโนทัย เจริญเนือง กล่าวว่า งานวันการศึกษาเอกชนในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเอกชน และประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด ในปี 2567 นี้ จังหวัดประจวบฯ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมกับ 17 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นครปฐม สิงห์บุรี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา และประจวบฯ ดำเนินการภายใต้แนวคิด“Prachub Khirikhan : Love to Learn”เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กล่าวว่า“เรียนดี มีความสุข”ในวันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีพิธีเปิดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่อาคารหอประชุมราชพฤกษ์ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน มีโรงเรียนที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมกว่า 300 แห่งใน 17 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีกิจกรรมประกอบด้วยการแข่งขันทักษะวิชาการและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชนภาคกลาง การแสดงผลงานของนักเรียน การมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชน และนักเรียน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชนภาคกลาง และมีพิธีส่งมอบธงให้กับจังหวัดชัยนาท อ่างทอง และสิงห์บุรี ที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 9 ในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 800 คน ตลอดงาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก สร้างความตระหนักในการฟื้นฟู

ประจวบฯ จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก สร้างความตระหนักในการฟื้นฟู

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2567 (World Wetlands day 2024) ภายใต้หัวข้อ“พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ Wetlands and Human Wellbeing”มีนายเชตุ จันทร์ถิ หัวหน้างานแผนงานและโครงการ/งานประชาสัมพันธ์พื้นที่จังหวัดประจวบฯ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยผู้ร่วมงานและเยาวชนในพื้นที่ประมาณ 300 คน ให้การต้อนรับที่ ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวพรุแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงคุณค่า ความสำคัญ และประโยชน์ที่ได้รับจากพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง สร้างการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้เป็นวงกว้าง ในการเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดประจวบฯ มีกิจกรรมเสวนาและจัดแสดงนิทรรศการของชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง

ทั้งนี้ประเทศไทยได้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคี“อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ”เป็นลำดับที่ 110 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นจากความร่วมมือของนานาชาติ ในการยกร่างและลงนามรับรองอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2514 ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน เพื่อยับยั้งการสูญหายของทรัพยากรชีวภาพที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน โดยสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้เริ่มดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศภาคีของอนุสัญญาจัดงานเฉลิมฉลองวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2540 และในปี 2567 มีธีมสำหรับรณรงค์วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก คือ“Wetlands and Human Wellbeing”ซึ่งหมายถึง“พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์” โดยจังหวัดประจวบฯ มีแหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำ 2 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์ และพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ และอยู่ระหว่างการดำเนินงานขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธกส. มอบทุนแทนความดี โครงการธนาคารสู่ต้นไม้ความเป็นกลางทางคาร์บอน

ธกส. มอบทุนแทนความดี โครงการธนาคารสู่ต้นไม้ความเป็นกลางทางคาร์บอน

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานประชุมประจำเดือนของกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางสะพาน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) พร้อมงบประมาณสนับสนุนเงิน 50,000 บาท ให้กับธนาคารต้นไม้บ้านทางสาย มีนายสามารถ เอี่ยมวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก ร่วมสื่อสารนโยบาย ธ.ก.ส. ในการยกระดับโครงการธนาคารต้นไม้ สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน มีนายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ พร้อมด้วยส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.เขตอำเภอบางสะพาน ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบที่หอประชุมอำเภอบางสะพาน

นายสามารถ เอี่ยมวงค์ กล่าวว่า ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการธนาคารต้นไม้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 มุ่งเน้นการปลูกต้นไม้ตามแนวทางพระราชดำรัส ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรลูกค้าให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับงบประมาณสนับสนุน ตันคาร์บอนละ 100 บาท แต่ไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท ปัจจุบันมีธนาคารต้นไม้ทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 6,842 ชุมชน มีสมาชิกทั้งประเทศ 120,000 ราย ต้นไม้ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 12 ล้านต้น ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่ผ่านมา โครงการธนาคารต้นไม้มีการพัฒนาก้าวหน้าโดยลำดับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีชุมชนธนาคารต้นไม้ที่เข้าร่วมโครงการ ปี 2563 ชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านม้าร้อง กักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ 1,490 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ธนาคารสนับสนุนงบประมาณตันคาร์บอน 14,900 บาท ปี 2566 ชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านทางสาย กักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ 518,820 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ธนาคารสนับสนุนงบประมาณตันคาร์บอน 50,000 บาท มีภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสำคัญ คือเครือข่ายธนาคารต้นไม้ บริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ศูนย์ป่าไม้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับการมอบใบประกาศเกียรติคุณลดก๊าซเรือนกระจก และงบประมาณสนับสนุนตันคาร์บอนให้กับ ธนาคารต้นไม้บ้านทางสายในครั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาไปสู่ระดับที่สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ธ.ก.ส. ร่วมกับกรมป่าไม้ โดยสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ จะมีการรับขึ้นทะเบียนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกไม้ยางพาราและพื้นที่เกษตรกรรม ในอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 400 ไร่ โดยพื้นที่ ที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นพื้นที่ ที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งเนื้อที่ดินที่จะขอเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ยมหอม ตะเคียน พะยอม มะฮอกกานี อินทนิล ตะแบก สะเดา ยางนา ไม่เกิน 50 ต้น และไม่เกิน 50 ไร่ต่อราย โดยกำหนดวัน เวลา สถานที่ จะแจ้งผ่านเครือข่ายธนาคารต้นไม้ให้ทราบต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นายอำเภอหัวหิน ชวนเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26

นายอำเภอหัวหินชวนเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าอำเภอหัวหิน ร่วมกับสำนักงานกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน โดยนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน กำหนดจัดงาน กาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26 ประจำปี 2567 เพื่อจัดหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอหัวหินและใกล้เคียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้การสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รวมถึงการให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ยาก ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค (ถุงยังชีพ) อุปกรณ์เครื่องครัว ที่นอนหมอนมุ้ง ยารักษาโรค การซ่อมสร้างบ้านพักอาศัยผู้ยากไร้ การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง มอบรถวีลแชร์ เป็นต้น

สำหรับงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 26 แล้ว ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 25¡± 67 บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ซอยหัวหิน 102 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ 2 คัน รถจักรยาน 200 คัน สร้อยคำทองคำ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานไฟฟ้าออกรางวัลทุกคืน และรางวัลต่างๆมากมายในราคาบัตรใบละ 20 บาท สนุกสนานได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 23.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากหัวหิน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอก – ยไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาด อร่อย บูธนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การแสดงของนักเรียน ลีลาศการกุศล สวนสนุกเคลื่อนที่กับเครื่องเล่นทันสมัย และคอนเสิร์ตศิลปินนักร้องชั้นนำ อาทิ มนต์แคน แก่นคูน, เนสกาแฟ ศรีนคร, เฟิร์ส หนูเป็นคนไทย, แนนซี่ ท๊อปไลน์, วุฒิ ป่าบอน, โชครถแห่, วงดนตรี Back Stage on Tour, รำวงคณะ มังคุดเพชร และวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน โดยจะมีการแถลงข่าวการจัดงานในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมกันนี้ขอเชิญประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนเดินวิ่งริมหาด “รักษ์เล#2” ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองหัวหิน

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนเดินวิ่งริมหาด “รักษ์เล#2” ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองหัวหิน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมเดิน – วิ่ง “หัวหิน รักษ์เล#2 หัวหินถิ่นมีหอย ครั้งที่ 2 มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานกลุ่มเราเพื่อนกัน ร่วมการแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ จ.ประจวบฯ

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม ปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมทั้งหมดจำนวน 11,143,079 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 10,656,168 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 486,911 คน นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าในปี 2565 จำนวน 1,395,195 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.31) และมีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสมในปี 2566 ทั้งสิ้น 44,240.75 ล้านบาท รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 38,890.14 ล้านบาท รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5,350.61 ล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าในปี 2565 จำนวน 11,402.63 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.72) ทำให้เห็นว่าทิศทางการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ เริ่มดีขึ้น ทั้งจากนักท่องเที่ยวและรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ จึงมั่นใจว่าในปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้น่าจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ พร้อมทั้งขอเชิญชวนนักกีฬา นักวิ่ง นักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลเมืองหัวหินมีความพร้อมและยินดีสนับสนุนการจัดกิจกรรม และยินดีต้อนรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยเทศบาลเมืองหัวหินจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประสานงาน ให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและอำนวยความสะดวกการเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของหัวหิน ซึ่งหัวหินได้รับตราสัญลักษณ์เมือง TOP 100 ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจของหัวหิน ขับเคลื่อนโดยภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทั้งนี้ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองหัวหินสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจของหัวหินอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬาวิ่งหัวหินรักษ์เล ครั้งที่ 2 ของกลุ่มเราเพื่อนกัน มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกาย รวมถึงการโหมกระแสความตื่นตัวในการเอาใจใส่สุขภาพของตนเอง ภายหลังสถานการณ์โรคโควิดสงบลง เป็นการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา นำไปสู่การสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจังหวัดประจวบฯ ที่สำคัญคือการจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญของพื้นที่หัวหิน แต่ยังมีการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ด้านนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานการจัดงาน กล่าวว่ากลุ่มเราเพื่อนกัน ร่วมกับศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ จัดกิจกรรมเดิน – วิ่ง “รักษ์เล#2 หัวหินถิ่นมีหอย HUA HIN THE CITY OF SHELLFISH” เป็นครั้งที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับเมืองหัวหิน กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงวันหยุดยาวในวันมาฆบูชา ในรูปแบบครอบครัวได้มีโอกาสทำกิจกรรมทำบุญร่วมกัน อีกทั้งเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาสนใจต่อการออกกำลังกาย และส่งต่อโครงการนี้เพื่อสังคมในอนาคต โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปมอบให้กับโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่เพชรบุรี – ประจวบฯ และองค์กรสาธารณกุศลต่อไป สำหรับกิจกรรมในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เริ่มเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เริ่มที่หน้าศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ต มีการถวายสังฆทานและรับพรจากเจ้าคณะอำเภอหัวหิน ก่อนปล่อยตัวจากศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ระยะที่ 1 สักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ระยะที่ 2 ปล่อยพันธุ์สัตว์ทะเลจากประมงจังหวัด จำนวน 550,000 ตัว ที่ระยะทาง 3.3 กิโลเมตร ระยะที่ 3 ขี่ม้าหัวหินระยะทาง 4.4 กิโลเมตร ย้อนกลับเส้นทางเดิม มาสิ้นสุดที่ห้างหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ที่ 5.9 กิโลเมตร ค่าสมัครคนละ 499 บาท จะได้รับเสื้อที่ระลึก 1 ตัว ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของหัวหิน พร้อมรับกางเกงเมืองหัวหิน ลายหอย สื่อเรื่องราวของเมืองหัวหินลงบนกางเกงในรูปแบบของกางเกงช้าง โดยมีต้นแบบมาจากกางเกงแมวของโคราช เพื่อให้เป็น Soft Power และสัญลักณษ์ของเมืองหัวหินอีกทางหนึ่ง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 20 กุมภาพันธ์ 2567 (กรณีจัดส่งมีค่าใช้จ่าย 100 บาท) ได้ที่เคาน์เตอร์ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ หรือที่ https://docs.google.com/…/1FAIpQLSdigd4XC3NlwX…/viewform สอบถามและติดตามข้อมูลข่าวสารทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจ หัวหินรักษ์เล Run Fun Walk โทร 032 – 618865.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ จัดกีฬาผู้นำสานสัมพันธ์ สร้างสามัคคี 8 อำเภอ

อบจ.ประจวบฯ จัดกีฬาผู้นำสานสัมพันธ์ สร้างสามัคคี 8 อำเภอ

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2567 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 8 อำเภอ เพื่อสานสัมพันธ์สร้างความสามัคคีของผู้นำต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่ได้จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของทีมนักกีฬาผู้บริหารในแต่ละอำเภอ พร้อมทั้งมอบถ้วยและเงินรางวัลให้ทีมอำเภอที่ชนะเลิศตามลำดับ เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในอำเภอของตนตามที่เสนอโครงการมา ให้มีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนกินดีอยู่ดีมีสุข มีนายกิตติพงษ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบรางวัลร่วมกับผู้บริหารระดับจังหวัดประจวบฯ ที่บริเวณที่ดินเอกชน ด้านข้างสำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยอำเภอที่ชนะเลิศการแข่งขันกีฬาผู้นำ มี 4 ลำดับ ชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ อ.กุยบุรี ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น 3 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ อ.เมืองประจวบฯ ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น 2 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ อ.บางสะพาน ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ อ.ปราณบุรี ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนพัฒนาท้องถิ่น 5 แสนบาท และรางวัลอำเภอมารยาทยอดเยี่ยม ได้แก่ อ.ทับสะแก ได้รับเงินงบพัฒนาท้องถิ่น 1 ล้านบาท.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน