Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เดินหน้า “ป่าครอบครัว” บ้านทุ่งพุฒิ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ประจวบฯ เดินหน้า “ป่าครอบครัว” บ้านทุ่งพุฒิ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภายใต้โครงการส่งเสริมการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมย่อยป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ สานต่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวด้านการเพาะพันธุ์กล้าไม้จากป่าชุมชน บ้านทุ่งพุฒิ หมู่ 11 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายสมเจตร์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เครือข่าย ทสม. แขกผู้มีเกียรติและประชาชน ร่วมกิจกรรม มีการประกอบพิธีทางสงฆ์ บวชป่า ปลูกต้นไม้ จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชมพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการจากเครือข่ายป่าครอบครัวบ้านทุ่งพุฒิ บ้านโคกตาหอม บ้านหนองเหียง บ้านเขารางและบ้านม้าร้อง พร้อมเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และพืชสมุนไพร และชมดอกพุดป่า โดยปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว จำนวน 18 เครือข่าย ครบทั้ง 8 อำเภอ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นการคืนธรรมชาติสู่ธรรม ในการนำคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับแนวคิดการปลูกป่านอกป่า หรือการยกป่ามาไว้ในวัด หรือบ้าน หรือที่เรียกว่า “ป่าครอบครัว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องใหม่ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่าครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม และมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ย่อมสามารถเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเกิดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในท้องถิ่นของตนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นเครือข่ายป่าครอบครัว ด้วยการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดในที่ดินที่ครอบครัวครอบครองอยู่ เช่น ที่ว่างในบ้าน ตามหัวไร่ปลายนา หรือปลูกแซมในสวนในแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่อนุรักษ์ไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ หรือเป็นพื้นที่ ที่ครอบครัวปลูกขึ้นใหม่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารและป่าที่ยั่งยืน ตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัดต่อไป ซึ่งสามารถขอรับกล้าไม้ได้จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ

ประจวบฯ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 28 ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 18 กรกฎาคม ที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบฯ มี นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด อาสาสมัคร พอ.สว. หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการร่วมในพิธี มีทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ มาให้บริการตรวจสุขภาพผู้ต้องขัง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดยคัดกรองผู้ต้องขังเข้ารับการตรวจรักษาโรคทั่วไป 30 ราย ตรวจสุขภาพช่องปาก 50 ราย และให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 10 ราย ซึ่งปัจจุบันเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีผู้ต้องขัง 1,843 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 1,639 ราย ผู้ต้องขังหญิง 204 ราย ส่วนใหญ่มีความเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคทั่วไป

มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. เป็นกิจการแพทย์ที่ตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้ทรงพบเห็นความยากลำบากของราษฎรในด้านการสาธารณสุข ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดนตามจังหวัดชายแดน เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ พอ.สว. เพื่อสืบต่อพระราชภารกิจของพระชนนี ในปัจจุบัน หลังจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิ พอ.สว. เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการบำบัดทุกบำรุงสุขแก่ราษฎรด้านการแพทย์และสาธารณสุขสืบต่อไป โดยจังหวัดประจวบฯ ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ ปลูกฝังเยาวชนรักเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ตำรวจประจวบฯ ปลูกฝังเยาวชนรักเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เปิดเผยว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดย พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รองผู้กำกับปราบปราม พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จำปาทอง รองผู้กำกับสืบสวน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม ชุดจิตอาสาเราทำดีด้วยหัวใจ ของ สภ.เมืองประจวบฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลัก จัดกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เสริมสร้างแนวคิดให้กับเยาวชนนักเรียน และปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรักและปกป้องพิทักษ์เทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ฝ่าวิกฤติการณ์ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในสังคม ให้เยาวชนรู้เท่าทันแก๊งกลโกงของมิจฉาชีพในสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ประจำปี พ.ศ.2566 โดยมีนักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด และโรงเรียนบ้านหนองกก พร้อมด้วยคณะครู รวมจำนวน 100 คน เข้าร่วม ณ โรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ 6 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน กล่าวว่า โครงการเสริมสร้างความรู้ให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางสังคมและการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ นับเป็นโครงการที่ประชาชนให้การยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการหยุดยั้งปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้กับสังคมได้อีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นยังเป็นการผนึกกำลังระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ สาธารณสุข โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความคิด สร้างความรักและความสามัคคีของคนในชาติ สร้างความมั่นคงของประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ อันเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ซึ่งสถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างความรู้ให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางสังคมและการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชน ปกป้องพิทักษ์เทิดทูนและเทิดพระเกียรติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขัดแย้งทางความคิดในสังคมในสถานศึกษาจะลดลง เด็กนักเรียนมีจิตสำนึก และตระหนักถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีภูมิคุ้มกันทางสังคม และมีแกนนำเด็กนักเรียนต่อต้านการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดในสถานศึกษาเด็กนักเรียนนำความรู้ไปสามารถถ่ายทอดความรู้ขยายผลไปยังผู้ใกล้ชิดในครอบครัว เพื่อนบ้าน และชุมชนใกล้เคียง เด็กนักเรียนมีความรู้เกิดความเข้าใจ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อึ่งไข่ดอง เมนูฮิตติดกระแส มีให้กินปีละครั้งที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

อึ่งไข่ดอง เมนูฮิตติดกระแส มีให้กินปีละครั้งที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณท้ายตลาดโต้รุ่งหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีร้านขายเมนูทะเลดองสไตล์เกาหลีที่กำลังฮิตติดกระแสในโลกโซเซียล และเป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตของร้านที่มีให้กินปีละครั้งเท่านั้น นั่นคือเมนู “อึ่งดอง” ของร้าน กูจาดอง ทะเลดองเกาหลี ต้นตำรับ สาขาหัวหิน

น.ส.ปัทมา พิทักษ์สฤษดิ์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่าด้วยคอนเซ็ปของร้านเราชื่อ “กูจาดอง” แล้วในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงของอึ่งไข่พอดี จึงอยากจะสรรหาวัตถุดิบใหม่ๆ เพื่อที่จะมาทำเมนูแปลกใหม่ที่ร้าน ก็เลยเลือกเป็นเมนู “อึ่งไข่” ขึ้นมาก่อน แล้วนำมาดองและทดลองทานกัน หลังจากนั้นผลตอบรับดีมาก เลยเริ่มออกมาวางจำหน่าย หนึ่งปีจะมี “อึ่งไข่” แค่หนึ่งครั้ง ในช่วงที่อึ่งอยู่ในฤดูวางไข่ ดังนั้นเมนูนี้จะมีจำนวนจำกัด เมนูนิยมส่วนใหญ่จะเป็นแซลมอนดอง กุ้งดอง แต่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้คือเมนู “อึ่งไข่ดอง” ที่หลายๆ คนทานแล้วชอบ เพระาอยากจะลองของแปลกใหม่ค่ะ

วิธีการทำอึ่งของเรา จะนำอึ่งไปทำความสะอาดก่อน แล้วนำมาต้มรอบแรก นำเครื่องในของอึ่งออก ก่อนที่จะมาต้มรอบที่ 2 ให้สุก แล้วทำความสะอาดอีกครั้งให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็เอาไปดอง ถึงจะมาทำประกอบเมนูอาหารได้ ซึ่งอึ่งที่เราใช้จะเป็น “อึ่งเพ้า” รับประกันอึ่งร้านเราจะไม่มีแมลงเม่านะคะ

ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติเข้ามาลองทานเมนูนี้เยอะ จากที่กลัวๆ กัน พอได้ลองทานก็รู้สึกชอบ ไข่ของเขาจะมีรสชาติมันๆ อร่อย ราคาเริ่มต้นตามขนาด ตั้งแต่เล็กราคาต่อตัว 59 บาท 89 และ 120 บาท ร้านของเราตั้งที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ข้างหน้าร้านกาแฟอเมซอน หรือวิ่งมาตามถนนเลียบทางรถไฟ หากใครสนใจ มาลองกันได้ หรือใครไม่ชอบ สำหรับเมนู “อึ่งดอง” จะต้องพรีออเดอร์ก่อน เพราะว่าสินค้าของเราจะมีจำนวนจำกัด ไม่ได้มีตลอด เป็นสินค้าตามฤดูกาล สามารถโทรมาสอบถามก่อนได้ที่เบอร์ 084 – 0058975 หรือทักมาที่เพจเราก็ได้ชื่อ กูจาดอง ทะเลดองเกาหลี ต้นตำรับ สาขาหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ระทึก! ตำรวจล่าผัวค้ายา เมียซวยดับ

ระทึก ! ตำรวจล่าผัวค้ายา เมียซวยดับ

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 พ.ต.ต.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกันยา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุจากนายจตุพร เย็นจิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นมะพร้าวในไร่สับปะรดของชาวบ้าน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนสายชนบท ช่อง 10 ศพ หมู่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ปราบปรามฯ พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จำปาทอง รอง ผกก.สืบสวนฯ นายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ รักษาการป้องกันจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดประจวบฯ (พ.ฐ.) แพทย์เวรโรงพยาบาลประจวบฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน มีลูกกรงสำหรับบรรทุก ทะเบียน บน 5869 ประจวบฯ ชนกับต้นมะพร้าวกลางไร่สับปะรดของชาวบ้านจนหักโค่น สภาพรถพังเสียหาย กันชนหน้าและหลังคารถฉีกขาด กระจกแตก เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีคนนั่งด้านซ้ายรถเสียชีวิตคาที่อีก 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ชื่อนางปลา ปลอดโปร่ง อายุ 40 ปี เป็นคนไทยพลัดถิ่น (กลุ่มชาติพันธุ์) และผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ คือนายศุภฤกษ์ มูลพงษ์ อายุประมาณ 40 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง นำผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาจากซากรถ แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯ จากการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 9 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ และพบอุปกรณ์ในการเสพยาเสพติด ป้ายทะเบียนจำนวนหลายอัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และอุปกรณ์สัมภาระอื่นๆ ในกระเป๋าสัมภาระ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดอายัดไว้ตรวจสอบ

จากการสืบสวนเบื้องต้น รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับรถหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ขณะเรียกขอตรวจค้น ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้านชุมชน และพบรถต้องสงสัยที่เคยหลบหนีก่อนหน้านี้ ขณะเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง และจับกุมตัวลูกชายเจ้าของบ้านในข้อหาค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืนขนาด 11 มม.ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้เรียกขอตรวจ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนีตำรวจอย่างรวดเร็ว โดยลัดเลาะวนไปวนมา ตามถนนสายหลัก สายรองและถนนในไร่สวนของชาวบ้าน โดยระหว่างหลบหนีได้ทยอยทิ้งกางเกง ถุงพลาสติกและสิ่งของสัมภาระอื่นๆ ที่อยู่ภายในรถตามรายทางตลอด เพื่อหลอกล่อเจ้าหน้าที่ว่าได้โยนทิ้งของกลาง เพื่อให้ตำรวจจอดรถตรวจสอบสิ่งของที่ทิ้งไปจากรถว่าเป็นยาเสพติดหรือไม่ เพื่อเป็นการถ่วงเวลาตำรวจจะได้ไล่ตามไม่ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานสกัดจับ เมื่อรถคันประสบเหตุเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนขวางทาง จึงได้หักหลบ แต่เนื่องจากรถวิ่งด้วยความเร็วและเป็นถนนลูกรัง จึงทำให้เสียหลักแฉลบตกข้างทาง ชนกับสุนัขจนเสียชีวิต แล้วไถลไปชนกับต้นมะพร้าวจนพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เตรียมจัดงานแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติ ร.4 และงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ประจวบฯ เตรียมจัดงานแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติ ร.4 และงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานแสดงแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช” และงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมีนางวนิดา พิมอุบล รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ รักษาการผู้อำนวยการฯ ร่วมแถลงข่าว และมีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัด พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ น.อ.สมเกียรติ เกาะคู ผู้แทน ผบ.กองบิน 5 นางศรีสุลักษณ์ เจียมเจิม ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลคลองวาฬ นางประภัยทอง ปี่แก้ว รองนายก อบต.คลองวาฬ ผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนจากสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ ห้องนวลจันทร์ อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ บ้านหว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวถึงประวัติความเป็นมาและพระปรีชาสามารถ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และภาพรวมของการจัดงานแสดงแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติฯ ว่าเมื่อ 155 ปีที่ผ่านมา วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคและสถลมารค ที่บริเวณหาดหว้ากอ เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปรากฏการณ์นี้พระองค์ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าก่อนถึง 2 ปี คือทรงคำนวณไว้ตั้งแต่ปี 2409 ครั้นถึงวัน เวลา และสถานที่ ก็เกิดปรากฏการณ์อุบัติขึ้นจริง ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าว คืออุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2525 รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอถวายพระราชสมัญญา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และวันที่ 18 ตุลาคม 2562 พระองค์ได้รับสมัญญาว่า “พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช” ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เห็นความสำคัญของพื้นที่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับองค์ในหลวงรัชกาลที่ 4 และให้ความสำคัญในการพัฒนาและประชาสัมพันธ์อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

สำหรับการจัดกิจกรรมแสดงแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติฯ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2566 บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป พบกับความตื่นตา ตื่นใจกับชุดการแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรสุริยุปราคา ณ บ้านหว้ากอ โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 5 องค์ คือ องค์ที่ 1 พระราชประวัติ องค์ที่ 2 พระราชกรณียกิจ The Second King พระราชทานชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ การกำหนดเวลามาตรฐานเหตุการณ์สำคัญ องค์ที่ 3 สุริยุปราคาบ้านหว้ากอ องค์ที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ทรงวางรากฐานทางวิทยาศาสตร์ โบราณสถานที่ตั้งกล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์ต่างชาติที่ร่วมสังเกตการณ์ องค์ที่ 5 พระมหากษัตริย์กับหว้ากอ

ด้านนางวนิดา พิมอุบล รักษาการผู้อำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ กล่าวถึงกิจกรรมการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ปี 2566 ระหว่างวันที่ 18 – 24 สิงหาคม ในงานประกอบด้วย 1) การแสดงแสง สี เสียง 2) นิทรรศการเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 4 เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ของรัชกาลที่ 4 พระราชกรณียกิจ พระปรีชาญาณ พระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การพัฒนาปฏิทินที่มีความแม่นยำสูงกว่าปฏิทินราชการ การคำนวณสุริยุปราคา ณ บ้านหว้ากอ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย 3) นิทรรศการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี จากศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วประเทศและเครือข่าย รวม 9 แห่ง 4) กิจกรรมสร้างระบบคิด ปลูกจิตวิทยาศาสตร์ แรลลี่วิชาการ จำนวน 4 สถานี 5) ค่ายวิทยาศาสตร์ ณ หว้ากอ ครั้งที่ 39 “ตามรอยพระยุคลบาท พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” 6) การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ด้านการใช้และการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตและสังคม สำหรับนักศึกษา สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับประเทศ 7) การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ระดับประเทศ 8) การสัมมนาวิชาการ หัวข้อ “จากจุดเริ่มต้นของดาราศาสตร์ไทย สู่โลกใบใหม่ของอนาคต” 9) การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น นักศึกษา สังกัด สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดโครงการรณรงค์เสริมสร้างเยาวชนคนดี ตามวิถียั่งยืน ปี 66

ประจวบฯ เปิดโครงการรณรงค์เสริมสร้างเยาวชนคนดี ตามวิถียั่งยืน ปี 66

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการบริหารมูลนิธิยุวทูตความดี และคณะ พร้อมร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์เสริมสร้างเยาวชนคนดี ตามวิถียั่งยืน ปี 2566 ณ โรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กระทรวงการต่างประเทศ นางกันยมาส ชูจีน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์เขต 1 นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์ นายบุญมา พ่วงสำราญ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

ภายในกิจกรรม มีฐานการเรียนรู้ผ่านนิทรรศการเมืองสุขยั่งยืน ของมูลนิธิยุวทูตความดี กระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้มาเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียน ณ โรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยมีโรงเรียนธนาคารออมสิน โรงเรียนอนุบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ (สละชีพ) โรงเรียนบ้านบึง โรงเรียนบ้านทางหวาย ซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พร้อมด้วยคณะครูโรงเรียนในเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 1,776 คน

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงต่างประเทศ ร่วมกับมูลนิธิยุวทูตความดี ที่ตระหนักในความสำคัญของเยาวชน ว่าเป็นพลังที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนื จึงควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้เป็นคนดี มีคุณภาพ มีภูมิคุ้มกัน เพื่อร่วมแรงร่วมใจนำพาไทยสู่การพัฒนา ตามวิถียั่งยืน การรณรงค์เสริมสร้างให้เยาวชนป็นพลังคนดี เข้าใจและเข้าถึงความพอเพียงตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยส่งเสริมให้เชื่อมโยงความรู้ นำไปสู่การถือปฏิบัติในชีวิตประจำวันของทุกช่วงวัยและทุกสายอาชีพ ย่อมเป็นการสืบสานพระราชปณิธานความพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นที่เชื่อว่า นิทรรศการเคลื่อนที่ “เมืองสุขยั่งยืน” ที่นำมาตั้งแสดง จะทำให้เยาวชนได้น้อมนำแนวคิดแนวปฏิบัติมาพัฒนาตนให้ฉลาดคิด ฉลาดรู้ มีเหตุมีผล ทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์ในหลากหลายรูปแบบ จะนำพาเยาวชนไทยให้รู้รักเมืองไทย พร้อมก้าวทันโลก ทันกระแสความเปลี่ยนแปลง โครงการรณรงค์นี้ยังทำให้การเรียนรู้สามารถเข้าถึงทุกระดับชั้นเรียน และขยายผลสู่โรงเรียนภาคีในเขตพื้นที่อย่างเป็นวงกว้าง รวมถึงไปสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภาค อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมได้อีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ตลาดลงสามร้อยยอด ฉลองครบรอบ 1 ปี ต้อนรับนักท่องเที่ยว

ตลาดลงสามร้อยยอด ฉลองครบรอบ 1 ปี ต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2566 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด พร้อมด้วยนายสังคม แดงโชติ ส.ส. เขต 1 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายดำริ กำปั่นวงศ์ รองนายก อบต.สามร้อยยอด นายสิทธิศักดิ์ น้อยผลเพชร กำนันตำบลสามร้อยยอด ผู้ใหญ่บ้าน นายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด น.ส.ชะมาพิมพ์ เขมิจาณัฐฐกุณ ประชาสัมพันธ์ชมรมฯ ประชาชนทั้งในพื้นที่และใกล้เคียง เดินทางมาร่วมงานฉลองครบรอบ 1 ปีตลาดลงเล ที่ชายหาดสามร้อยยอด หมู่ 5 บ้านหัวตาลแถว ต.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการแล้ว ทั้งหมดได้ร่วมกันร้องเพลง “หลงรักลงเล” ซึ่งเป็นเพลงประจำของตลาดลงเลสามร้อยยอด แต่งโดยนายสุเมธ เจริญสุข และร่วมกันตัดเค๊กครบรอบ 1 ปี แบ่งให้คนที่มาร่วมงาน พร้อมฟังเพลงกันแบบชิลๆ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติออกมาเต้นหน้าเวทีกันอย่างสนุกสนาน

นายธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดลงเล เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จนถึงวันนี้ครบ 1 ปี ได้รับการตอบรับจากแม่ค้า นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก เป็นการเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชน เฉลี่ยแล้วอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทที่เข้ามาสู่ตำบลสามร้อยยอด ซึ่งแม่ค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนสามร้อยยอด และเนื่องจากได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากขึ้น จึงได้เปิดรับแม่ค้าในชุมชนหรือใกล้เคียง ก็สามารถมาติดต่อที่ อบต.สามร้อยยอด ซึ่งจะรับอีกไม่เกิน 10 ร้านเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งในพื้นที่ตำบลสามร้อยยอด พื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงจังหวัดอื่น มาเที่ยวตลาดลงเล เปิดเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 23.00 น. มาดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบสบายๆ ในคอนเซ็ป “ความสุขบนผืนทราย วันสบายๆ สไตล์สามร้อยยอด”.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศกาลทุเรียนเขาจ้าวของดีปราณบุรี กระตุ้นการท่องเที่ยว

เทศกาลทุเรียนเขาจ้าวของดีปราณบุรี กระตุ้นการท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี เป็นประธานจัดงานเทศกาลทุเรียนเขาจ้าว ของดีปราณบุรี ประจำปี 2566 บริเวณลานอเนกประสงค์ที่ว่าการอำเภอปราณบุรี ระหว่างวันที่ 14 – 23 กรกฎาคม 2566 โดยสำนักงานเกษตรอำเภอปราณบุรี ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่เขาจ้าว เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตทุเรียนหมอนทองจากสวน จำนวน 53 ราย สลับหมุนเวียนนำทุเรียนเขาจ้าวจากสวนมาจำหน่ายโดยตรงให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้บริโภคในราคาพิเศษ กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งปีนี้ทุเรียนจะมีจำนวนน้อยลง เพราะประสบภัยแล้งที่ยาวนาน ทำให้ต้นทุเรียนขาดน้ำจนบางต้นทิ้งลูก บางต้นยืนต้นตาย ได้รับความเสียหายถึงร้อยละ 60 นอกจากนี้ ภายในงานมีการนำสินค้าวิสาหกิจชุมชน OTOP ตลาดเกษตรกร Go Green market รวมถึงสินค้าจากชมรมส่งเสริมสินค้าไทยมาจำหน่ายในราคาถูกด้วย

นายปรีดา นายอำเภอปราณบุรี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ทุกคนมาชิมทุเรียนคุณภาพที่มาจากชาวสวนโดยตรง ซึ่งทุเรียนที่มาจำหน่ายในงานนี้ จะเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ แก่จัด ถ้าหากซื้อไปแล้วทุเรียนไม่สุก ทุเรียนไม่แก่จัด หรือทุเรียนเสีย สามารถที่จะมาเปลี่ยนได้เลย ลักษณะพิเศษของทุเรียนเข้าจ้าว มีคนบอกว่ามันนำหวาน ทุเรียนบางพื้นที่อาจจะหวานมัน แต่ว่าของเราจะเนียน แล้วก็มันนำหวาน เปลือกบาง เม็ดลีบ อาจจะไม่มีกลิ่น

สำหรับทุเรียนเขาจ้าว ราชาแห่งขุนเขาจากพื้นที่เชิงเขาตะนาวศรี แหล่งกำเนิดต้นน้ำปราณบุรี กว่า 30 ปี หนึ่งในทุเรียนตะนาวศรีคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ป่าหมากซึ่งเป็นหมู่บ้านแห่งหุบเขา เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี กั้นพรมแดนประเทศไทยกับเมียนมา เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงของชายแดนไทยทางตะวันตก มีแหล่งต้นน้ำลำธารแพรกตะลุยเป็นสายน้ำทอดยาวผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ในเขตอุทยาน ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ชาวบ้านได้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ ด้วยธรรมชาติพื้นดินและพื้นน้ำอันบริสุทธิ์ แบบลูกคลื่นลอนชั้นถึงเนินเขา มีความลาดชัน ทำให้ทุเรียนป่าหมากมีเนื้อเนียนแห้ง หวานหอมละมุน การันตีด้วยระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP ที่มุ่งสู่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนเขาจ้าว ด้วยความพิถีพิถันและความใส่ใจในคุณภาพ ทำให้ได้ทุเรียนที่พร้อมส่งมอบความอร่อยแก่ผู้บริโภค

สำหรับปี 2566 ผลผลิตทุเรียนเขาจ้าว ของแปลงใหญ่ทุเรียนเขาจ้าว ทยอยออกสู่ตลาดแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน และจะออกต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม จำนวนทั้งหมด 350 ตัน โดยผลผลิตจะออกมากสุดในเดือนกรกฎาคมนี้ คิดเป็นร้อยละ 44 ของผลผลิตทุเรียนเขาจ้าวทั้งหมด ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จำหน่ายในพื้นที่และที่สวนให้กับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือนักท่องเที่ยวทั่วไป และส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 จำหน่ายทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook ของกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนเขาจ้าว ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com โดยมีการรับประกันคุณภาพ หากทุเรียนเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือทุเรียนไม่ได้คุณภาพ ทางกลุ่มแปลงใหญ่จะเปลี่ยนให้กับผู้ซื้อทุกราย.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยมงคลเตรียมอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกา 108 รูป ฉลองหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่

วัดห้วยมงคลเตรียมอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกา 108 รูป ฉลองหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต พร้อมด้วยพระครูเกษมสุภาจาร เจ้าอาวาสวัดหนองยายอ่วม อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานประชุมเพื่อเตรียมโครงการฉลองหลวงปู่ทวด พระนามาภิไธย ย่อ สก พร้อมอุปสมบทหมู่ให้กับชาวศรีลังกาและบวชชีพราหมณ์ ที่วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน ในวันที่ 20 – 21 สิงหาคมนี้ โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน โรงพยาบาลหัวหิน ผู้แทนศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ โรงเรียนนายสิบทหารบก สภ.หัวหิน สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาฯ มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน

พระครูวิจิตรธรรมวิภัช ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่าด้วยวัดห้วยมงคล โดยพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ได้จัดทำโครงการฉลองหลวงปู่ทวด พระนามาภิไธย สก ซึ่งวัดได้จัดให้มีงานอุปสมบทหมู่ให้กับชาวศรีลังกา 108 คน และบวชชีพราหมณ์อีก 108 คน รวม 10 วัน โดยกำหนดจัดพิธีในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2566 ช่วงเช้ากำหนดพิธีตัดผมนาค 108 คน จากนั้นในช่วงบ่ายจะมีขบวนแห่รอบตลาดฉัตร์ไชยหัวหิน โดยใช้เส้นทางเริ่มต้นขบวนจากสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร ไปตามถนนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชมสินธุ์ ถึงหน้ามูลนิธิสว่างหัวหิน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสระสรงและตรงมาถึงสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร จากนั้นในช่วงเย็นจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองผ้าไตร พิธีถวายผ้าไตร – บาตร และมีพิธีเทศน์สอนนาค และในวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2566 มีพิธีบรรพชาสามเณรหมู่ 108 รูป ถวายภัตตาหารเพล และพิธีอุปสมบทหมู่ โดยแบ่งเป็น 3 อุโบสถ ได้แก่อุโบสถวัดห้วยมงคล วัดเขานกกระจิบ และวัดหนองยายอ่วม ตามลำดับ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกทุกท่านร่วมงานบุญได้ตามวันดังกล่าว.