Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวชะอำร้อง ให้ย้ายคลังเก็บวัตถุระเบิดออกนอกพื้นที่ หวั่นบึ้มซ้ำ

ชาวชะอำร้อง ให้ย้ายคลังเก็บวัตถุระเบิดออกนอกพื้นที่ หวั่นบึ้มซ้ำ

จากกรณีเกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ในพื้นที่คลังระเบิดของหน่วยสรรพาวุธตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สนามฝึกเขาหุบสบู่) ในพื้นที่ ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หลังคาพัง กระจกและฝ้าเพดานแตกกระจาย จากแรงระเบิด ลูกระเบิดวิ่งไปตกในไร่ภายในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดกลัว โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้า

ล่าสุดวันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ห้องประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ว่าการอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี นายเกษม เกิดโต นายก อบต.ห้วยทรายเหนือ, นายวุฒิพันธ์ กรุดนาค นายก อบต.สามพระยา, นายสุพล หมอนทอง นายก อบต.ไร่ใหม่พัฒนา, นายสุขุม องอาจ กำนันตำบลสามพระยา พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ในพื้นที่ ต.สามพระยา ต.ห้วยทรายเหนือ ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ เป็นตัวแทนชาวบ้าน มายื่นหนังสือต่อนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีชาวบ้านร่วม 3 ตำบล ขอคัดค้านคลังเก็บวัตถุระเบิด ขอให้ย้ายออกนอกพื้นที่โดยเร็ว เนื่องจากหมดสัญญาขอใช้พื้นที่กับกรมป่าไม้ไปแล้วเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ประกอบกับมีมติสภาท้องถิ่น อบต.สามพระยา ไม่ต่อสัญญาให้หน่วยสรรพาวุธของตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สนามฝึกเขาหุบสบู่) ใช้พื้นที่จำนวน 1,050 ไร่ เป็นสถานที่เก็บวัตถุระเบิดอีกต่อไป เนื่องจากหวั่นจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำรอยขึ้นอีก อาจจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หากไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านและผู้แทนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

นายเกษม กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้า ที่ชาวบ้านคัดค้านไม่ต้องการให้มีคลังเก็บระเบิดอยู่ในพื้นที่ หลังจากเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในคลังอย่างรุนแรงเมื่อปี 2561 ปัจจุบันเลยกำหนดเวลาที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุญาตให้คลังใช้พื้นที่ดังกล่าวแล้ว 1 ปี แต่ได้รับทราบข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มายื่นหนังสือขอต่อระยะเวลา ขอให้ท้องถิ่นอนุญาตใช้พื้นที่เก็บวัตถุระเบิดต่อ ทางท้องถิ่นได้ทำประชาคมกับชาวบ้าน ประชุมท้องถิ่นไปแล้ว โดยมีมติว่าไม่อนุญาตให้ขยายเวลาให้ใช้พื้นที่เก็บวัตถุระเบิดอีกต่อไป หากไม่มีความคืบหน้า ทางชาวบ้านและท้องถิ่นจะไม่หยุดแค่ตรงนี้ เพราะเคยไปยื่นหนังสือไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วครั้งหนึ่ง สมัย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. และยังรับปากกับชาวบ้านว่าจะส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมา และ ผบก.สรรพาวุธ มาพูดคุยกับท้องถิ่น โดยมีข้อตกลงว่ากำลังหาพื้นที่ย้ายคลังเก็บวัตถุระเบิดอยู่ โดยจะให้ทันในปี 2566 แต่ปีนี้ 2567 กลับมีหนังสือมาขอขยายเวลาใช้พื้นที่เก็บวัตถุระเบิดต่อ ชาวบ้านจึงต้องมายื่นหนังสือในวันนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้นำชุมชนเข้าพบร้านค้า รับซื้อปาล์มมะพร้าว ยางพารา หลังมีคนแจ้งของหายหลายราย

ผู้นำชุมชนเข้าพบร้านค้า รับซื้อปาล์มมะพร้าว ยางพารา หลังมีคนแจ้งของหายหลายราย

วันที่ 11 มีนาคม 2567 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ ไกรนรา ปลัดป้องกัน นายขุนพล งามคง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ตลอดจนขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มะพร้าว) ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน หลังจากได้รับแจ้งจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ว่าถูกลักขโมยผลิตผลทางการเกษตร ทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา มะพร้าว จึงได้บูรณาการร่วมกับ สภ.บางสะพาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในแต่ละตำบล เข้าพบร้านค้าที่รับซื้อทั้งหมด 10 ร้าน ได้แก่ ลานปาล์มบ้านชะม่วง หมู่ 3 ต.พงศ์ประศาสน์, บริษัททองมงคลอุตสาหกรรมปาล์ม จำกัด หมู่ 4 ต.พงศ์ประศาสน์, ร้านพลอยการยาง หมู่ 8 ต.พงศ์ประศาสน์, ร้านอู๊ดค้ามะพร้าว หมู่ 8 ต.พงศ์ประศาสน์, บริษัทลานปาล์มมิตรเจริญ หมู่ 10 ต.ทองมงคล, ร้านเล็กการยาง หมู่ 2 ต.ทองมงคล, ร้านติ๊กค้ามะพร้าว หมู่ 2 ต.ทองมงคล, ร้านอุ้มการยาง หมู่ 2 ต.ทองมงคล, ร้านเล็กค้ามะพร้าว หมู่ 6 ต.ทองมงคล, ร้านกุหลาบค้ามะพร้าว หมู่ 2 ต.ทองมงคล

ทุกร้านที่เข้าพบให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยให้ทุกร้านติดตั้งกล้องวงจรปิด ครอบคลุมทางเข้าออกให้เห็นชัดเจน จัดทำบัญชีซื้อขายในแต่ละราย โดยมีรายละเอียดของผู้ขาย เจ้าของสวน เบอร์โทรศัพท์ การรับซื้อผลผลิตดังกล่าว ให้บุคคลที่มาขายแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ ให้ผู้ประกอบการเก็บข้อมูลและบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการรับซื้อ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ไม่รับซื้อพืชผลทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย ทั้งภาษาไทย เมียนมา และมอญ และใส่เบอร์โทรศัพท์สายตรวจประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นอกจากนี้ยังประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของสวนนำพืชผลทางการเกษตรไปขายเอง หรือมีแบบฟอร์ม หรือหนังสือมอบให้บุคคลอื่นไปขายแทน โดยมีชื่อนามสกุลเจ้าของสวนและคนขายแทน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ กรณีสงสัยว่าผลผลิตที่นำมาขายผิดกฎหมาย ให้ตรวจสอบกับเจ้าของสวน เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของจริง และหากไม่สามารถแสดงที่มาได้ ให้ปฏิเสธการรับซื้อ

นายสุทิน กล่าวอีกว่าจะเข้าพบร้านค้าที่รับซื้อยางพารา รับซื้อมะพร้าว รับซื้อปาล์มให้ครบทุกร้านในเขตอำเภอบางสะพาน เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามในกรณีที่คนนำของไปขาย ให้สอบถามแน่ชัดก่อนว่าเป็นเจ้าของสวนหรือไม่ เพื่อปิดช่องทางการขายของผู้ที่ลักขโมยนำไปขายได้ พร้อมทั้งกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ตั้ง อปพร. ในพื้นที่ ร่วมกันตรวจตราให้ถี่ขึ้นทุกพื้นที่ในเขตอำเภอบางสะพาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เกษตรจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ครั้งที่ 2/2567

เกษตรจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ครั้งที่ 2/2567

วันที่ 11 มีนาคม 2567 สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอทับสะแก จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ครั้งที่ 2/2567 ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานบ้านมะเดื่อทอง หมู่ 5 ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงาน นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กล่าวต้อนรับ นายสะอาด อนุกูลประชา นายก อบต.เขาล้าน นายชัยนรินทร์ นิลธนาเกียรติ สจ.เขตอำเภอทับสะแก นายทวีศักดิ์ จุลเนียม เกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้ฯ กล่าวแนะนำสถานที่ พร้อมด้วยนายโกสินทร์ สุนทรโสภา เกษตรอำเภอทับสะแก หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ผู้นำในพื้นที่ และเกษตรกรเข้าร่วมงาน กว่า 200 ราย

ทั้งนี้มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมจัดนิทรรศการและให้บริการแก่เกษตรกร ภายในงานมีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ ตามหลักสูตรของเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ ผ่านสถานีเรียนรู้ทั้ง 4 สถานี ดังนี้ สถานีเรียนรู้ที่ 1 ปราบศัตรูให้อยู่หมัด : การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วยสารเคมีตามหลักวิชาการ สถานีเรียนรู้ที่ 2 ชีววิธีดีกว่าที่คิด : การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วยชีววิธี สถานีเรียนรู้ที่ 3 ตะลุยถิ่นมะพร้าว : เทคโนโลยีการปลูกมะพร้าวเพื่อการทดแทน และสายพันธุ์มะพร้าวกะทิเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สถานีเรียนรู้ที่ 4 พืชแซมสู้โลกร้อน การปลูกพืชแซม เสริมรายได้และลดโลกร้อน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรของเครือข่ายในพื้นที่อีกด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อดีตเชฟโรงแรม ขายกะเพราซาเล้งริมทาง รสจัดจ้าน

อดีตเชฟโรงแรม ขายกะเพราซาเล้งริมทาง รสจัดจ้าน

ช่วงเย็นวันที่ 11 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวมีโอกาสผ่านถนนเพชรเกษม สายเก่า ระหว่างหัวหิน – ปราณบุรี ขาลงภาคใต้ บริเวณปากซอยวังก์พง 7 พบรถซาเล้งจอดโดดเด่นอยู่คันเดียว ลักษณะเหมือนร้านขายยาดอง หรือขายส้มตำ แต่เมื่อจอดเข้าไปใกล้ๆ กลายเป็นร้านขายข้าวผัดกะเพรา ทดลองสั่งมาชิมรสชาติจัดจ้าน ใช้พริกแห้ง พริกกระเหรี่ยง ผสมกับซอสปรุงรสสูตรพิเศษ

นายสราวุธ อ่ำสะอาด อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่าเคยทำงานบริษัทเอ้าซอร์สในสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 10 กว่าปี หลังจากนั้นมีการเกณฑ์พนักงานออก รวมทั้งตนด้วย จึงเข้าไปสมัครทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นผู้ช่วยเชฟอยู่ประมาณหนึ่งเดือน ก็เลื่อนขึ้นเป็นเชฟ ทำได้ไม่นานก็ต้องลาออกเพราะสภาพร่างกายไม่ไหว เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ แต่ก็ยังวนเวียนอยู่ในกรุงเทพฯ ทำตามร้านอาหาร ร้านข้างทาง ด้วยใจรักการทำอาหาร แต่สภาพร่างกายไม่ไหว จึงคิดกลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้สักพัก ก็มาเป็น รปภ.โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน ระหว่างนั้นก็อยากทำอาหารขายอีก ค่อยๆ ทำงานเก็บเงินแล้วไปเปิดร้านอาหารอยู่ใกล้วัดห้วยมงคล ทำอยู่ได้เดือนกว่า พอขายได้ แต่เจ้าของที่ขอขึ้นค่าเช่า เนื่องจากเห็นว่าเราขายดี ก็เลิกขายไป

ต่อมามีรุ่นพี่แนะนำให้ลองขายข้าวผัดกะเพรา จึงมาต่อรถซาเล้งวิ่งขาย แต่ตอนนั้นจะผัดกะเพราปรุงเสร็จจากบ้าน ใส่ถาดมาขาย ปรากฏว่าขายไม่ได้เลย ต้องทิ้ง แต่ไม่ท้อ เปลี่ยนมาปรุงแบบจานต่อจาน บางครั้งลืมใส่โน้น ใส่นี่ จึงทำเป็นซอสสำเร็จขึ้นมา รสชาติจะได้มาตรฐาน ไปขายที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า แต่ก็มาเจอปัญหา กลิ่นควันกะเพราลอยไปรบกวนคนอื่น จนปัจจุบันออกมาตั้งร้านเดี่ยวๆ จะได้ไม่รบกวนใคร

จากนั้นเริ่มมาทำเป็นร้านกะเพรายักษ์ มีแนวคิดเป็นกะเพราริมทาง ส่วนรสชาติที่จัดจ้าน เพราะใช้พริกแห้งอย่างดี พริกกระเหรี่ยง พริกจินดาแดงและกระเทียม ตอนนี้ที่ร้านจะขายกะเพราไส้อ่อน หมูไก่สับ เครื่องในไก่ หมูกรอบ บางวันจะทำกะเพราเป็ดปักกิ่ง กะเพราขาหมูพะโล้ เป็นต้น ส่วนสูตรลับของซอสที่ตนลองผิดลองถูกมาเป็นปี กว่าจะลงตัวในวันนี้ มีเพื่อนเปิดอาหารที่สหรัฐอเมริกา มาขอซื้อสูตรไป เขาบอกว่ารสชาติผ่าน ทุกวันนี้จะหุงข้าววันละ 14 กิโลกรัม วันหนึ่งต้องขายให้ได้ร้อยกล่องขึ้นไป ขายกล่องละ 40 – 60 บาท แต่คนที่ไม่มีเงิน ตนจะให้กินฟรี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่อยู่ในหมู่บ้าน ทหาร ข้าราชการ ครู และลูกค้าที่ขับรถผ่านไปผ่านมา แต่ไม่มาก บางคนเห็นร้านนึกว่าเป็นร้านยาดอง ร้านส้มตำ ลูกค้าฝรั่งก็มาสั่งผัดไทย ตนบอกว่าไม่มี มีแต่กะเพราหมูกรอบ เขาก็เลยลองสั่ง ตอนนี้เป็นลูกค้าประจำไปแล้ว

ใครที่อยากจะลองชิมข้าวกะเพราริมทาง รสชาติจัดจ้าน อยู่ริมถนนเพชรเกษม สายเก่า หัวหิน – ปราณบุรี เยื้องวัดรังสีนิมิต (วัดไทรงาม) หรือปากทางวังก์พง ซอย 7 หมู่บ้านเพลินพฤกษา ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เอ็มกะเพราข้างถนน TikTok เอ็มกะเพราข้างถนน หรือโทร. 092 – 4687279 เปิดขายตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป ไม่มีวันหยุด.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาครัฐ – เอกชน ประจวบฯ หาแนวทางพัฒนาท่องเที่ยว

ททท.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาครัฐ – เอกชน ประจวบฯ หาแนวทางพัฒนาท่องเที่ยว

วันที่ 11 มีนาคม 2567 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานร่วมกับนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในการประชุมหารือและรับฟังความเห็นแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ที่ห้องโคโลเนียลฮอลล์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ทและวิลล่าหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมหน่วยงานภาครัฐ เอกชน พันธมิตรทางการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนในหัวหิน ชะอำ เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

ผู้ว่าการฯ ททท. กล่าวถึงเป้ารัฐบาลที่จะผลักดันไทยเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ตามนโยบาย Thailand Vision ของนายกรัฐมนตรีและ 4 มาตรการยกระดับการท่องเที่ยว พร้อมหารือโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ตามกรอบการพัฒนาอัตลักษณ์ชุมชน Local Experience มีการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาสินค้าบริการใหม่ๆ สู่ World Class tourism Destinations พัฒนาเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ Shopping & Dining Paradise รวมถึง world event เป็นต้น โดยในที่ประชุมได้มีการนำเสนอนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, การพัฒนาการท่องเที่ยวพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก Thailand Riviera โดยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, รายงานสถานการณ์อัตราการเข้าพักของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ประจวบฯ – เพชรบุรี โดยนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว@ประจวบฯ โดยนายอุดม ศรีมหาโชตะ ประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, การนำเสนอโครงสร้างราคาที่พักโรงแรมในพื้นที่อำเภอหัวหิน โดยนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นำเสนอการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism For All โดยประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดประจวบฯ

ทั้งนี้ได้หารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ จากทุกภาคส่วนในจังหวัด มีประเด็นที่ต้องการผลักดัน อาทิ 1. เพื่อสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางจากเชียงใหม่ หาดใหญ่ และอุดรธานี จึงต้องการผลักดันให้เกิดเส้นทางการบิน หัวหิน – เชียงใหม่ เพิ่มเติม และเปิดเส้นทางการบินหัวหิน – หาดใหญ่ และ หัวหิน – อุดรธานี 2. ช่องทางการประชาสัมพันธ์แคมเปญการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ 3. การส่งเสริมการขาย สินค้าบริการและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวผ่านงานส่งเสริมการขายของ ททท. 4. ส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวทางรถไฟ 5. ผลักดันให้ประจวบคีรีขันธ์ ปลายทางฝันของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม Dream Destination For All สำหรับการประชุมในครั้งนี้ นับเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ททท. และทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สมาคม เอกชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังความเห็นแนวทางทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอชะอำปิดทองหลวงพ่อทัย เกจิดังเมืองเพชรบุรีในงานปิดทองประจำปีวัดไทรย้อย

นายอำเภอชะอำปิดทองหลวงพ่อทัย เกจิดังเมืองเพชรบุรีในงานปิดทองประจำปีวัดไทรย้อย

วันที่ 11 มีนาคม 2567 นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี เดินทางไปกราบสักการะปิดทองรูปเหมือน “หลวงพ่อทัย” พระครูวชิรคุณารักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดไทรย้อย อ.ชะอำ ในงานปิดทองประจำปีรูปเหมือน “หลวงพ่อทัย – หลวงพ่อม่วง” วัดไทรย้อย มีพระครูอากรวัชรธรรม เจ้าอาวาสวัดไทรย้อย ประธานชุมชนและคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสวัดไทรย้อย ได้นำนายอำเภอชะอำเยี่ยมชมพระอุโบสถไม้สักเก่า สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และลอดใต้พระอุโบสถรวม 3 รอบ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย โดยวัดจัดงานปิดทองประจำปี ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 มีนาคม 2567 รวม 3 วัน ภายในงานมีการออกร้านค้าและมหรสพทุกค่ำคืน แต่ละคืนที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อทัย เดิมชื่อพริกไทย เกิดเมื่อ พ.ศ.2438 นามสกุลของท่าน คือหมื่นชำนาญป่า บ้านเดิมอยู่บ้านทับใต้ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ห้วยมงคล อ.หัวหิน หลวงพ่อเป็นพี่ชายของหลวงพ่อปลั่ง วัดห้วยมงคล เจ้าอาวาสองค์แรกผู้สร้างวัด ในวัยหนุ่ม หลวงพ่อรับราชการเป็นตำรวจ เมื่อเข้าสู่อายุครบบวช ก็ได้บวชกับหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน สมัยก่อนบ้านเมืองยังไม่ใหญ่โต ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง วัดในหัวหินมีแค่ในหัวหินที่เดียว เข้าใจว่าการรับราชการสมัยก่อน ใครพออ่านออกเขียนได้ ก็ให้รับราชการ เรื่องเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนไม่ได้เป็นระบบเหมือนในสมัยนี้ จึงไม่ได้ทำให้เกิดความจูงใจมากนัก หลวงพ่อจึงบวชเรียนอยู่กับหลวงพ่อนาคที่วัดหัวหินอยู่นานหลายปี ประมาณ พ.ศ.2400 หมู่บ้านบางควาย เริ่มมีการตั้งถิ่นฐานกันอยู่บ้าง ด้วยเป็นเส้นทางการค้าขายระหว่างเพชรบุรี – หัวหิน – ปราณบุรี จุดที่ตั้งของบ้านบางควาย มีน้ำจืด และเป็นช่องเขาที่ลงมาจากป่าทิศตะวันตกด้วย จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญแห่งหนึ่งในเส้นทางสายนี้ จนกระทั่ง พ.ศ.2450 หมู่บ้านเริ่มมีคนมาอยู่มากขึ้น ชาวบ้านมักนิยมไปทำบุญ แต่วัดที่ใกล้เคียงในเวลานั้น มีแค่วัดโตนดหลวง กับวัดหัวหิน พอถึงวันพระใหญ่ ก็จะมีขบวนเกวียนชาวบ้านไปทำบุญกันที่วัดหัวหิน

นานวันเข้า ชาวบ้านจึงได้อาราธนากับหลวงพ่อนาค ว่าให้ส่งพระจากวัดหัวหิน มาอยู่ที่หมู่บ้านบางควายบ้าง จะได้อนุเคราะห์ญาติโยมในการทำบุญ เบื้องต้นหลวงพ่อนาคได้ส่งหลวงพ่อเล็ก กับพระอีก 3 – 4 รูปมาอยู่เป็นชุดแรก และในปี 2460 หลวงพ่อเล็ก มาอยู่ที่วัดบางควายไม่นาน ก็มรณภาพ หลวงพ่อทัยจึงได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน ในปี 2470 ได้จัดงานผูกพัทสีมาอุโบสถหลังแรก เป็นอุโบสถไม้สักทั้งหลัง อยู่ติดทะเลบางควายมานานกว่า 80 ปี ต่อมาปี 2504 ท่านได้สมณศักดิ์ที่พระครูวชิรคุณารักษ์ หลวงพ่อทัย ปกครองวัดไทรย้อยเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2471 ถึงปี 2519 ก็มรณภาพด้วยโรคตับแข็ง เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2519 สิริอายุ 80 ปี ตำแหน่งสุดท้ายท่านเป็นพระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะตำบลชะอำ

หลวงพ่อทัยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เก่งไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าเรื่องปลัดขิก เสือมหาอำนาจ ตะกรุดหลวงพ่อทัย วัดไทรย้อย เป็นสุดยอดตะกรุด ที่ขนาดหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ให้ศิษย์ทหารเรือไปกราบและหามาใช้ ท่านออกเหรียญรุ่นเดียว คือรุ่น 1 ปี 2504 ท่านดังปลัดขิกมากกว่าไหนๆ หลวงพ่ออี๋บอกกับทหารเรือสัตหีบว่า “นอกจากฉันแล้ว ก็มีแต่หลวงพ่อทัยที่สู้ฉันได้” เคยมีลูกศิษย์ท่านประสบอุบัติเหตุอย่างหนัก รถพังยับเยินตายเกือบทั้งคัน ยกเว้นคนที่พกปลัดขิก ไม่ได้รับอันตรายบาดเจ็บใดๆ และมีคนพื้นที่เล่าให้ฟังว่า ตชด.ค่ายนเรศวร โดดร่มแล้วร่มไม่กาง เอ่ยชื่อท่านแล้วขอให้ท่านช่วย ตกลงมาไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งของขลังของหลวงพ่อทัย คนในพื้นที่จะหวงมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คนหัวหินรับรางวัล คนดีจิตอาสาวันสตรีสากล

คนหัวหินรับรางวัล คนดีจิตอาสาวันสตรีสากล

ช่วงเย็นวันที่ 8 มีนาคม 2567 คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ เป็นประธานในการจัดงานเนื่องในงานวันสตรีสากล โดยมี น.ส.กิ่งเพชร บุญยงค์ ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน จัดขึ้นที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร มีคุณรัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ และ ดร.สุวภรณ์ แนวจำปา ร่วมงาน

ในงานมีพิธีแสดงมุฑิตาจิต พระมหาณัฎฐานนท์ เจ้าอาวาสวัดไทย ชวาร์ชวาลด์ เยอรมนี เนื่องในโอกาสรับพระราชทานสมมณศักดิ์ ราชทินนาม พระครูศรีกิตยาภินันท์ จากนั้นมีคอนเสิร์ตโดยแมน วทัญญู มุ่งหมาย, ปีเตอร์ โฟดิฟาย, แมวเหมียว เขี้ยวเพชร, ดวงจันทร์ สุวรรณี, อานนท์ คนโคราช, เวียนนา วาปีปทุม, น้อย นิวซีแลนด์, แหม่ม ภาวิดา และยังมีการเดินแฟชั่นโชว์อีกด้วย

ก่อนที่จะมีการมอบโล่คนดี จิตอาสา โดยนายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ให้กับ ศิลปินนักแสดงและบุคคลสำคัญ รวมทั้งสิ้น 24 คน โดยมีคนหัวหินทั้งสามคนที่ได้รางวัลจิตอาสา ได้แก่ 1. นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ รับรางวัลผู้บริหารจิตอาสา ภาคเอกชนช่วยเหลือสังคม 2. นายศุภชัย ลูกชาย นายกสโมสรโรตารีหัวหิน รับรางวัลผู้บริหารจิตอาสา ภาคเอกชนช่วยเหลือสังคม 3. นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานชมรมเราเพื่อนกัน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้วเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 นักท่องเที่ยวชิมปูม้าแน่นหาด

เริ่มแล้วเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 นักท่องเที่ยวชิมปูม้าแน่นหาด

ช่วงค่ำวันที่ 9 มีนาคม 2567 ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2567 มี นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายฤกษ์ อยู่ดี สส.เพชรบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี – ประจวบฯ) และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน จัดโดยเทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายหลังเปิดงานแล้ว ผู้ว่าราชการ จังหวัดเพชรบุรี และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกับเชฟโรงแรมชื่อดังเมืองเพชรบุรี ปรุงอาหารเมนูเด็ด “แกงคั่วปูม้าใบชะพลูกับเส้นแองเจิ้นแอร์” แจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้ลองชิมด้วยความเอร็ดอร่อย

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลเน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 9 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียวจนถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชะอำจัดวันคณะกรรมการหมู่บ้าน มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน

ชะอำจัดวันคณะกรรมการหมู่บ้าน มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน

วันที่ 9 มีนาคม 2567 นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ เป็นประธานเปิดงานวันคณะกรรมการหมู่บ้าน ประจำปี 2567 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี มี ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล สารวัตรกำนัน รวม 8 ตำบล และ อส.กองร้อยที่ 3 เข้าร่วมงาน โดย นายอำเภอชะอำ นำกล่าวคำปฏิญาณตนเนื่องในวันคณะกรรมการหมู่บ้าน พร้อมอ่านสารจากนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคณะกรรมการหมู่บ้าน ประจำปี 2567 และกล่าวแสดงความยินดีกับคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยกล่าวว่า คณะกรรมการหมู่บ้านมีบทบาทที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา พัฒนาหมู่บ้านและสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้าน รวมถึงเป็นกลไกหลักในการแบ่งเบาภาระงานของทางราชการ และขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่ประชาชน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด และขอเป็นกำลังใจในการทำงานให้แก่กรรมการหมู่บ้านทุกท่าน ที่ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติด้วยจิตสาธารณะ อีกทั้งขอแสดงความยินดีกับหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับเขต และระดับภาค ทุกหมู่บ้านคือพลังสำคัญของชาติในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป พร้อมกันนี้ นายอำเภอชะอำมอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่นายสุขุม องอาจ กำนันตำบลสามพระยา, นายสายยน มีมาก ผู้ใหญบ้าน หมู่ 5 ต.สามพระยา, นายอนุชา นุชนาถ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.บางเก่า, นางเนาวรัตน์ สาริชะ ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บ้านนายาง ที่เป็นผู้นำดีเด่น และได้ดำรงตำแหน่งครบ 10 ปี

คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือ กม. จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พุทธศักราช 2457 โดยถือกำหนดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2486 และในปี 2551 ได้มีการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของ กม. เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และครอบคลุมการทำงานในทุกมิติ ของหมู่บ้าน เสมือนเป็น“คณะรัฐมนตรีประจำหมู่บ้าน”โดยร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ตามอำนาจหน้าที่ด้วยจิตสาธารณะ จนสร้างความเข้มแข็งให้แก่หมู่บ้าน อันหมายถึงรากฐานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในห้วงปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวฯ มาอย่างมากมาย ทั้งนี้ บุคลากรสำคัญที่เป็นกลไก ขับเคลื่อนนำนโยบายและมาตรการต่างๆ ลงไปสู่ประชาชนในพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือคณะกรรมการหมู่บ้าน ที่มีความใกล้ชิด รับรู้ รับทราบ เข้าถึงข้อมูล สภาพพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของหมู่บ้านเป็นอย่างดี โดยที่ได้ร่วมกันบูรณาการกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ สร้างการรับรู้ในการแก้ไขปัญหา และนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้วันที่ 9 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้าน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาผู้บริโภคประจวบฯ มุ่งเป้าโรงเรียนประจวบวิทยาลัยเป็นศูนย์เรียนรู้ระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย

สภาผู้บริโภคประจวบฯ มุ่งเป้าโรงเรียนประจวบวิทยาลัยเป็นศูนย์เรียนรู้ระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย

วันที่ 8 มีนาคม 2567 นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาองค์กรของผู้ปริโภคจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมกลไก – ภาคีเครือข่ายการจัดการรถนักเรียนปลอดภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการพัฒนาบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่ห้องทองนพคุณ โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวรายงาน และมีพระครูวิสุทธิ์ธรรมโสภิต เจ้าคณะตำบลเกาะหลัก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง (คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย) นายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.ประจวบฯ นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ ป้องกันจังหวัด นายสุทธินาถ ทานนท์ รองศึกษาธิการจังหวัด นายณัฐพงศ์ เส็งดอนไพร รองผู้อำนวยการโรงเรียนประจวบวิทยาลัย และมีหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ประกอบด้วยบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด วิทยาลัยเทคนิคประจวบฯ ตำรวจภูธรจังหวัด เทศบาลเมืองประจวบฯ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านประจำสภาผู้บริโภคจังหวัด ทนายความประจำหน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนประจวบวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคทั้ง 8 อำเภอ 13 แห่ง เข้าร่วม

น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า การประชุมกลไกการขับเคลื่อนและพัฒนาบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ในครั้งนี้ มีเนื้อหาในประเด็น กระบวนการขับเคลื่อนเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้การจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย องค์ประกอบ 9 ขั้น โรงเรียนประจวบวิทยาลัยจะเป็นโรงเรียนต้นแบบ ตามโครงการแผนงานร่วมทุน ระหว่างสภาองค์กรของผู้บริโภค กับสำนักงานสนับสนุนกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการพัฒนาบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรมเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในพื้นที่ภาคตะวันตก มีจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายบริการขนส่งสาธารณะ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2 ประเด็น ได้แก่ความร่วมมือการพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยให้เป็นศูนย์เรียนรู้ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย (โรงเรียนต้นแบบ) และประเด็นที่ 2 ความร่วมมือการพัฒนาบริการขนส่งมวลชนที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ

การประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ให้โรงเรียนประจวบวิทยาลัยเป็นศูนย์เรียนรู้ ตามองค์ประกอบ 9 ขั้นรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โดยขั้นที่ 1 มีคณะกรรมการและคณะทำงานระดับจังหวัด หรืออำเภอ ซึ่งคณะทำงานมีองค์ประกอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียน ขั้นที่ 2 มีกลไกการจัดการรถรับส่งนักเรียนของโรงเรียน (นักเรียน ครู ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ) ขั้นที่ 3 มีระบบข้อมูล (ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลรถและผู้ประกอบการ เส้นทางเดินรถ เส้นทาเสี่ยง พฤติกรรมคนขับ ฯลฯ) ขั้นที่ 4 มีระบบกลไกเฝ้าระวังภายในโรงเรียน โดยความร่วมมือของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ ตลอดจนมีระบบการติดต่อสื่อสารของกลไกเฝ้าระวังฯ ขั้นที่ 5 มีระบบการดูแลในรถ มีครู นักเรียน ควบคุมดูแลนักเรียนในรถ การติดต่อสื่อสารและการแจ้งปัญหา ขั้นที่ 6 มีการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการ คนขับ รถนักเรียน ตลอดจนระบบการสื่อสาร ประสานงาน ให้ความรู้กับกลุ่มผู้ประกอบการ กลไกเฝ้าระวังฯ ขั้นที่ 7 มีระบบการดูแลเรื่องมาตรฐานรถและระบบรับรองมาตรฐานรถ (ระบบรับรองรถของโรงเรียน การขึ้นทะเบียนกับขนส่ง การรับรองโดยขนส่ง การประกันภัยรถ) ขั้นที่ 8 มีการจัดการจุดจอดรถ / ถนน (การกำหนดจุดจอดรถที่ปลอดภัย ระบบความปลอดภัยของถนนหน้าโรงเรียน และขั้นที่ 9 มีระบบการติดตามประเมินผล ระบบการจัดการทั้งระบบ

น.ส.ธนพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เพื่อร่วมออกแบบการจัดการปัญหาจุดจอดรถ รถรับส่งนักเรียน และจุดรถมอเตอร์ไซค์ภายนอกโรงเรียน บริเวณถนนสู้ศึก บริเวณโรงพยาบาลประจวบฯ บริเวณวัดเกาะหลัก บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าโรงเรียนประจวบวิทยาลัย และบริเวณโดยรอบถนนสละชีพ นอกจากนี้ยังพบปัญหาการจอดรถริมทางในเวลาเร่งรีบ ช่วงเลิกเรียน ปัญหาการจอดรถรถมอเตอร์ไซค์ในซอยสละชีพ 9 บริเวณประตูทางเข้าด้านหลังโรงเรียน และบริเวณโดยรอบถนนพิทักษ์ชาติ อีกทั้งปัญหาการจอดรถช่วงโรงพยาบาลประจวบฯ ถึงบริเวณประตูหลังโรงเรียน ปัญหาจุดจอดรถรับ หลังโรงเรียนถนนพิทักษ์ชาติ ติดกับถนนมหาราช 1 และปัญหาการจอดรถมอเตอร์ไซค์จุดจอดรถในบริเวณวัดเกาะหลัก

นอกจากนี้ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนานโยบายรถนักเรียนปลอดภัยระดับจังหวัด มีและผู้บริหารจากโรงเรียนประจวบวิทยาลัย วิทยาลัยเทคนิคประจวบฯ และพระครูวิสุทธิ์ธรรมโสภิต เจ้าคณะตำบลเกาะหลัก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง เข้าร่วมการประชุม เพื่อปรึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาจุดจอดรถนักเรียน โดยแนวทางการพัฒนานโยบายรถนักเรียนปลอดภัยระดับจังหวัด การสื่อสารสาธารณะ ขอความร่วมมือและเพื่อเตรียมความพร้อมประกาศให้โรงเรียนประจวบวิทยาลัยเป็นโรงเรียนต้นแบบและการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะต่อไป.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน