Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงานมหัศจรรย์วันมวยไทยดังไกลสู่ชาวโลก เสริมซอฟต์พาวเวอร์สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

สุวัจน์เปิดงานมหัศจรรย์วันมวยไทยดังไกลสู่ชาวโลก เสริมซอฟต์พาวเวอร์สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันไทยไฟต์ เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทยดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2567 “Amazing MuayThai World Festival 2024” ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยมีการแข่งขันชกมวยไทยไฟต์ 9 คู่ และการแสดงคีตะมวยไทย ขณะที่ภายในงานมีกิจกรรมสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านอาหาร กิจกรรมมวยไทย 4 ภาค การถักมงคลประเจียดมวยไทย การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย การจำหน่ายสินค้าโอทอปและอาหารพื้นถิ่น

สำหรับงานดังกล่าว จัดโดยกองทัพบกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้มวยไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากซอฟต์พาวเวอร์ กีฬามวยไทย ซึ่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดงาน โดยมีไฮไลต์คือการแสดงร่ายรำไหว้ครูมวยไทย สู่โดรนแปรอักษรประกอบแสงสีสุดตระการตา ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมชมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินจัดตรุษจีนรับปีมังกร เตรียมผัดหมี่กระทะยักษ์มหามงคลแจกนักท่องเที่ยว

เทศบาลหัวหินจัดตรุษจีนรับปีมังกร เตรียมผัดหมี่กระทะยักษ์มหามงคลแจกนักท่องเที่ยว

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กำหนดจัดงานเทศกาลตรุษจีน 2567 ปีมังกร ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 17.00 น. ขบวนแห่องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เจ้าพ่อสมบูรณ์ – เจ้าแม่ทับทิม ขบวนแห่มังกรเคลื่อนขบวนออกจากสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร สู่ถนนเพชรเกษมผ่านหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกไฟแดงจี้อันตึ๊ง ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสระสรง สิ้นสุดที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร จากนั้นจะมีพิธีเปิดในเวลา 19.30 น. โดยไฮไลท์ในงาน พบกับผัดหมี่กระทะยักษ์มหามงคล แจกจ่ายให้กับประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานได้รับประทาน พร้อมชมการแสดงมังกร – สิงโต การแสดงจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน การแสดงระบำมังกรจากโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน การแสดงมนต์รักดอกเหมยจากโรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ การแสดงตรุษจีนจากโรงเรียนเทศบาลบ้านตะเกียบ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมตั้งโต๊ะรับเทพเจ้า มังกรทอง สิงโตเงิน – สิงโตทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ค้าขายดี ร่ำรวยในเทศกาลตรุษจีน ตามเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน และเที่ยวชมงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่าเทศบาลเมืองหัวหินได้เล็งเห็นความสำคัญและขอความร่วมมือประชาชนชาวหัวหินเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน โดยเฉพาะในเรื่องของการเกิดอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันได้ โดยไม่ควรจุดประทัดภายในบ้านเรือนเพราะอาจเกิดประกายไฟจนเกิดเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายและไม่ควรจุดประทัดครั้งละจำนวนมากๆ ควรจัดเตรียมถังน้ำไว้ใกล้ๆ ทุกครั้งเพราะหากเกิดไฟลุกไหม้จะช่วยให้ดับไฟได้ทันท่วงที ที่สำคัญต้องระวังลูกหลาน เด็กเล็ก ไม่ควรเข้าใกล้ อาจเกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้ การจุดธูปเทียน ควรจุดในภาชนะที่ทนไฟ และไม่ควรจุดธูปมากเกินไป และก่อนออกจากบ้านเรือนควรดับธูปเทียนให้สนิทก่อน การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ควรเผาในภาชนะที่มีฝาปิดหรือวัสดุทนไฟ เพื่อกันไม่ให้ขี้เถ้าที่ติดไฟหรือกระดาษปลิวออกนอกภาชนะ จึงขอแจ้งประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอัคคีภัยในเทศกาลตรุษจีนนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

จุฬาราชมนตรี เปิดงานรวมพลังศรัทธาพัฒนาอักมาลุ้ลอิสลาม ครั้งที่ 37

จุฬาราชมนตรี เปิดงานรวมพลังศรัทธาพัฒนาอักมาลุ้ลอิสลาม ครั้งที่ 37

ช่วงเย็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานรวมพลังศรัทธาพัฒนา มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม ครั้งที่ 37 และเปิดป้ายมัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม ตลอดจนเยี่ยมเยียนชุมชนมุสลิมที่มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม หมู่ 10 บ้านเขาเสน ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ และมีนายอินยาส ขำวิไล ประธานจัดงาน พร้อม นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน มีพระครูสุจิตสิทธิธรรม เจ้าคณะอำเภอเมืองฯ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดหนองกุ่มสุมังคลาราม (ผู้แทนเจ้าคณะจังหวัดฯ) นายสวาป เผ่าประทาน รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอเมืองฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ นายเสทือน ลิบลับ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองฯ นายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบฯเขต 1 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ คณะกรรมการอิสลามกลางฯ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน คณะกรรมการจัดงาน ผู้นำมัสยิดในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้บริหารธนาคารอิสลาม สาขาหัวหิน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เครือข่ายภาคประชาสังคม กลุ่มสตรีและเยาวชน ตลอดจนชาวมุสลิมในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงาน

นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ที่มีส่วนช่วยให้เกิดงานในวันนี้ ทั้งนี้ จากที่ได้รับฟังคำกล่าวรายงานถึงความเป็นมาของมัสยิดแห่งนี้ และกระบวนการในการขับเคลื่อนการบริหารองค์กรมัสยิดให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลต่อสังคม รู้สึกชื่นชมในความร่วมมือ ความสามัคคี ความรักความเข้าใจที่มีต่อกัน โดยเฉพาะระหว่างองค์กรศาสนาที่มีความแตกต่างกันในความเชื่อ ความศรัทธา แต่สามารถร่วมกัน สร้างสรรค์สังคมให้ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมความดี ตามคำสอนของศาสนา ขอให้การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ และเป็นกิจกรรมการกุศลที่ก่อเกิดประโยชน์กับสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวในนามประชาชนชาวจังหวัดประจวบฯ ว่าจังหวัดประจวบฯ มีประชากรจำนวน 553,171 คน ประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 5,046 คน ใน 13 ชุมชนมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ มีส่วนร่วมกับภาคราชการ และศาสนิกชนต่างๆ อย่างดียิ่งและต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้บรรยากาศของการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างด้านความเชื่อ ความศรัทธา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความสงบสุขในสังคม เป็นที่น่ายินดีและภาคภูมิใจ ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ภายใต้ความร่วมมือขององค์กรมัสยิดต่างๆ ได้รับรางวัลการบริหารจัดการองค์กรระดับดีเด่น และรางวัลดีเด่นกิตติมศักดิ์ของกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับพระราชทานโล่รางวัลและเงินรางวัล ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ถึง 9 ปีซ้อน

ด้านนายอินยาส ขำวิไล ประธานจัดงาน กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีโอกาสต้อนรับ ฯพณฯ จุฬาราชมนตรี ทั้งนี้ มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2506 เป็นอาคารไม้หลังเดิม ปัจจุบันยังคงบูรณะและอนุรักษ์ไว้ใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2512 ได้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังที่ 2 ปัจจุบันเป็นอาคารละหมาดของสุภาพสตรี และอาคารมัสยิดหลังปัจจุบัน ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน ด้วยพลังศรัทธาจากพี่น้องที่ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเป็นอาคารมัสยิดที่มั่นคงในขณะนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม ได้ดำเนินบทบาทของการเป็นศูนย์รวมจิตใจสัปปุรุษของมัสยิด สอดคล้องกับนโยบายสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ที่มุ่งเน้นให้มัสยิดเป็นองค์กรที่เข้มแข็งด้านการบริหารจัดการ เป็นศูนย์รวมของความศรัทธา เป็นศูนย์รวมของการศึกษาเรียนรู้ เป็นศูนย์รวมของการพัฒนา และแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคม เป็นการใช้พลังอันบริสุทธิ์ ร่วมสร้างสรรค์สังคม แบ่งเบาภาระราชการ ร่วมมือกับองค์กรศาสนาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ นำคำสอนที่บริสุทธิ์ของแต่ละศาสนา บ่มเพาะคุณธรรมความดีสู่สังคม เช่น โครงการมัสยิดเข้มแข็ง สร้างสุขภาวะชุมชน ด้านสิ่งแวดล้อม มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลามจัดทำโครงการบริหารจัดการขยะต้นทาง โดยการคัดแยกขยะจากครัวเรือน โครงการมหัศจรรย์พันวันแรกแห่งชีวิต โครงการกองทุนวากัฟ โครงการด้านสุขภาพอนามัยชุมชน และอีกหลายๆ โครงการ โดยมัสยิดอักมาลุ้ลอิสลามได้รับรางวัลมัสยิดต้นแบบดีเด่นประจำจังหวัด ปี 2564
ด้านการศึกษา มัสยิดอักมาลุ้ลอิสลาม จัดการศึกษากุรอ่าน – ฟัรดูอีน ปัจจุบันมีนักเรียน 54 คน ครู 3 คน ส่วนการศึกษาทั่วไป มีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาศาสตร์อิสลามประจำมัสยิด เปิดทำการเรียนการสอนทุกวันศุกร์แก่มุอัลลัฟและผู้สนใจทั่วไป ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือเหตุผลที่องค์กรมัสยิดต้องมีความพร้อมด้านบุคลากร ด้านความรู้ความสามารถ และงบประมาณในการเสริมสร้างศักยภาพของมัสยิด ให้สามารถร่วมสร้างสังคมคุณธรรม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ คือการก่อสร้างหออาซานของมัสยิด ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาภาคศาสนา และกิจกรรมอื่นที่มัสยิดได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งแต่ละปีมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ดำเนินการ ปีละไม่ต่ำกว่า 600,000 บาท ขอเอกองค์อัลเลาะห์ (ซ.บ.) ทรงประทานความสุข ความซาลามัตเราะห์มัตแด่ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

จู หลิน อัดเพื่อนร่วมชาติ ทะยานป้องกันแชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น 2024

 จู หลิน อัดเพื่อนร่วมชาติ ทะยานป้องกันแชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น 2024

ศึกเทนนิสหญิงระดับดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ“ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ”ชิงเงินรางวัลรวม 267,082 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ที่อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว คู่ไฮไลท์เป็นการโคจรมาเจอกันของนักเทนนิสหญิงจากจีน จู หลิน วัย 30 ปี เจ้าของแชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น 2023 มือ 45 ของโลก และมือวาง 2 ของรายการ ดวลกับนักหวดรุ่นน้องอย่าง หวัง หย่าฟ่าน วัย 29 ปี มือ 78 ของโลก ปรากฏว่า จู หลิน เอาชนะไปแบบไม่ยาก 2 – 0 เซต 6 – 3, 6 – 2

ทำให้จู หลิน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และได้ลุ้นป้องกันแชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 ซึ่งนับเป็นการเข้าชิงรายการดับเบิลยูทีเอ ได้เป็นครั้งที่ 3 โดยรอบชิงชนะเลิศ จะพบกับไดอานา ชไนเดอร์ นักหวดดาวรุ่งวัย 19 ปี มือ 108 ของโลกจากรัสเซีย ที่เอาชนะ หวัง ซินหยู สาวจีน วัย 22 ปี มือ 40 ของโลก และมือวาง 3 ของรายการ 2 – 0 เซต 6 – 2, 7 – 6 ไทเบรก 7 – 5 ต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ภราดรปลื้มภาพรวม “ไทยแลนด์โอเพ่น 2024” ชี้ปักหมุดหัวหินในปฏิทิน WTA ดึงดูดมือท็อปโลก

ภราดรปลื้มภาพรวม “ไทยแลนด์โอเพ่น 2024” ชี้ปักหมุดหัวหินในปฏิทิน WTA ดึงดูดมือท็อปโลก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 9 ของโลก ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขันเทนนิส ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันไทยแลนด์โอเพ่นปีนี้ ต้องบอกว่าพอใจกับผลงานของ 2 นักเทนนิสหญิงไทยที่ได้ไวลด์การ์ด หรือสิทธิพิเศษเข้าร่วมการแข่งขันรอบเมนดรอว์ ประเภทหญิงเดี่ยว ทั้ง “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี และ “แต้ว” ทรรศพร นาคหล่อ ซึ่งทำผลงานได้ดีเกินคาด แม้ว่า รวงข้าว และแต้ว จะแพ้รอบแรก แต่แสดงฝีมือออกมาได้อย่างเต็มที่ สู้กับคู่แข่งได้อย่างสูสี เป็นที่น่าพอใจ คนดูรู้สึกเซอร์ไพรส์ที่ทั้งสองคนเล่นได้ขนาดนี้ หลังจากนี้จะต้องพัฒนาเรื่องอันดับโลก ซึ่งจะลงแข่งขันในรายการที่เล็กกว่านี้ แต่การที่ได้รับโอกาสเล่นรายการระดับ ดับเบิลยูทีเอไทยแลนด์ โอเพ่น ถือว่าสุดยอดแล้ว ถือว่าผ่านเกณฑ์การทดสอบได้ดี

นายภราดร กล่าวอีกว่า ศึกเทนนิสไทยแลนด์โอเพ่นที่เมืองหัวหิน จัดการแข่งขันมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ถือว่าพอใจมากๆ สำหรับภาพรวม ตอนนี้เราได้สร้างแผนที่ของเมืองหัวหิน ประเทศไทยไว้แล้วในการแข่งขันระดับ WTA ต้องบอกว่าปีแรกที่เราจัด นักกีฬาหลายคนยังตั้งคำถาม เนื่องจากไม่เคยมาแข่งขันที่นี่ รวมไปถึงการตั้งคำถามว่าทัวร์นาเมนต์จะจัดได้ดีขนาดไหน แต่รายการนี้ที่เมืองหัวหิน จัดการแข่งขันได้ตามมาตรฐานโลก มีทุกอย่างที่ WTA ต้องการให้มี ตอนนี้นักกีฬารู้แล้วว่าไทยแลนด์ โอเพ่นเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ดี อยากให้มีทัวร์นาเมนต์ต่อไปเรื่อยๆ “ไทยแลนด์โอเพ่นที่เมืองหัวหิน เป็นรายการระดับ 250 เป็นรายการระดับกลาง ยังเป็นรองระดับ 500 อยู่ ซึ่งรายการนี้จะเป็นรายการที่มืออันดับ 30 ของโลกขึ้นไป มาประชันฝีมือกัน เพื่อเก็บคะแนนไต่อันดับโลก แต่ไม่ใช่นักกีฬาหน้าใหม่ เป็นนักกีฬาที่มีประสบการณ์ทั้งหมด ทุกคนผ่านการคัดเลือกในเวทีแกรนด์สแลมมาหมดแล้ว เรื่องประสบการณ์ถือว่าสุดยอด แต่สำหรับระดับ 250 ในแต่ละปี เราจะมีนักกีฬาดาวรุ่งที่ได้แชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น ก่อนจะไปสร้างชื่อในระดับที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต”

“จริงๆ แล้วตามสัญญาที่เซ็นกับ สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) ศึกไทยแลนด์โอเพ่นในปีนี้จะครบกำหนด 5 ปี ตามสัญญาพอดี ไทยแลนด์โอเพ่น มีเว้นไป 1 ปี ช่วงโควิด – 19 ระบาดหนัก ซึ่งกำลังเจรจากันอยู่ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ต้องคอยติดตามข่าวกันอีกครั้ง รวมไปถึงอยากจะฝากถึงผู้สนับสนุน อยากให้เข้ามาช่วยกันสนับสนุน ช่วยกันให้รายการดีๆ แบบนี้ ยังอยู่ในประเทศไทยต่อไป”นายภราดรกล่าวในตอนท้าย

สำหรับการแข่งขันในวันนี้“กั๋ว ฮานหยู”และ“เจียง ซินหยู”สองนักหวดจีน คู่มืออันดับ 59 ของโลก หวดชนะ“ยาน่า ไซซีโคว่า” และ“คามิลล่า รัคไฮโมว่า” คู่มืออันดับ 64 และ 121 ของโลกตามลำดับไปสุดมันส์ 2 – 1 เซต 6 – 2, 4 – 6 และซูเปอร์ไทเบรก 11 – 9 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศหญิงคู่ การแข่งขันเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ “ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ” ที่อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยประจวบฯ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงฝ่าวิกฤติหมูกล่องทำราคาตกต่ำ

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยประจวบฯ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงฝ่าวิกฤติหมูกล่องทำราคาตกต่ำ

จากสถานการณ์ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ที่มีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ อาทิ เนื้อหมูเถื่อนนำเข้าและหมูกล่องที่ส่งขายหน้าเขียง ทำให้เขียงหมูลดปริมาณการซื้อหมูจากเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยไปแปรรูป และถูกกดราคาขายต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกษตรกรหลายรายจำใจต้องขายหมูให้เขียงที่มารับซื้อในราคาถูก ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่นับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่พบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่หมู่ 6 บ้านเกตุเอน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหาการเลี้ยงสุกรส่งขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงชีพ พบกับนายอดิศร กลิ่นสมหวัง หรือพี่เอฟ เกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย และพาเยี่ยมชมฟาร์ม พบว่ามีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด และปลูกพืชแบบผสมผสาน ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อให้ครอบครัวสามารถประคับประคองดำเนินชีวิตต่อไปได้ เช่น การเลี้ยงหมูหลายสายพันธุ์ เพื่อนำข้อดีของแต่ละสายพันธุ์มาผสมพันธุ์กันให้เป็นหมูที่ดี มีคุณภาพ การเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงห่าน การปลูกพืชกล้วย มะพร้าว และพืชผักสวนครัวอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนการซื้อให้มากที่สุด

นายอดิศร หรือพี่เอฟ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวประกอบอาชีพเลี้ยงหมู แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาราคาหมูที่ขายมีราคาถูก เพราะต้นทุนของอาหารที่ซื้อมีแต่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อครบตามกำหนดจะขายออกไปให้กับเขียงหมูที่มารับซื้อ โดยขายยกตัวกิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมที่เคยขายกิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งยังถือว่ามีราคาดีและยังพออยู่ได้ หลังจากที่มีการนำเข้าหมูจากต่างประเทศ รวมไปถึงการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และมีหมูกล่องส่งขายให้กับหน้าเขียง ทำให้เขียงหมูลดปริมาณการซื้อหมูจากเกษตรกรรายย่อย และหากมาซื้อก็จะกดราคา ทำให้เกษตรกรต้องจำใจขาย เพราะไม่รู้ว่าจะนำไปขายที่ไหน อีกทั้งโรงฆ่าสัตว์ในประจวบฯ ก็ปิดไปเกือบหมดแล้ว ถ้าเกษตรกรจะเชือดหมูขายเอง ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ของหน่วยงานให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก จึงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือแก้ปัญหาเกี่ยวกับราคาหมูให้เพิ่มสูงขึ้น หรือลดราคาต้นทุนอาหารหมูให้ต่ำลง

พี่เอฟ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนแก้ปัญหาด้วยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยปลูกกล้วย เลี้ยงแหน และมะพร้าว ปลูกพืชผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์หลากหลาย โดยนำกล้วยที่ปลูกไว้มาหั่นผสมอาหารเลี้ยงหมู เพื่อลดต้นทุนการผลิต และยังนำกล้วย และแหน มาผสมกับอาหารนำไปเลี้ยงไก่ไข่ได้อีกด้วย ทำให้ลดต้นทุนลงได้มาก นอกจากนี้ยังเลี้ยงห่านแบบปล่อย ไว้คอยเฝ้าเล้าหมู เพื่อดักจับสัตว์มีพิษรอบๆ เล้าหมู เช่น งู และตะขาบ ไม่ให้เข้ามากัดทำร้ายหมูและลูกหมูที่เลี้ยงไว้ แถมยังร้อง หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาที่บริเวณเล้าหมูด้วย นอกจากจับหมูขายเนื้อเป็นตัวแล้ว ยังขายลูกหมูให้กับผู้ที่ต้องการซื้อในราคาตัวละ 1,000 – 1,500 บาท ส่วนไก่ไข่ก็เลี้ยงแบบปล่อยให้ออกมากินหญ้า เพื่อลดต้นทุนอาหาร และทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนกว่าปกติ ถึงแม้ปริมาณไข่ไก่ที่ได้จะน้อยกว่าเลี้ยงแบบอัดอาหารซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าก็ตาม ปัจจุบันเก็บไข่ขายได้วันละ 3 แผงๆ ละ 100 บาท เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว นอกจากนี้ยังให้ภรรยาเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง ขายผัดไทยและขายลูกชิ้นในหมู่บ้านเพื่อเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง โดยนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกเอง ไปเป็นวัตถุดิบในร้านอาหารเพื่อลดต้นทุน ทำให้ปัจจุบันครอบครัวสามารถประคับประคองฝ่าวิกฤติราคาหมูตกต่ำไปได้ จากการเก็บรายได้ที่มาจากการทำอาชีพแบบผสมผสานกัน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ทายาทนักรบอนุรักษ์บ้านไม้เก่ากว่าร้อยปี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณสมัยสงครามโลก เข้าชมฟรี

ทายาทนักรบอนุรักษ์บ้านไม้เก่ากว่าร้อยปี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณสมัยสงครามโลก เข้าชมฟรี

วันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 159 ถนนสู้ศึก เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนถนนสู้ศึก บ้านอาจารย์ไก่ เครือข่ายสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาได้เข้าชมศึกษาเรียนรู้ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ธนบัตรเงินโบราณ และของเก่าโบราณล้ำค่า บางชิ้นมีอายุเกินกว่า 100 ปี รวมไปถึงของเก่าสะสมมาตั้งแต่ในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตกทอดมาจากบิดา นำมาจัดแสดงไว้อย่างหลากหลาย เข้าชมได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 06.00 – 20.00 น.

นายเฉลิมพล อภัยรี หรืออาจารย์ไก่ อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจที่นำบ้านไม้เก่าแก่อายุเกินกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นของคุณพ่อ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สะสมของเก่าโบราณ และคงสภาพบ้านไม้เก่าแก่เอาไว้ให้ชนรุ่นหลัง และนักท่องเที่ยวได้เข้าชมศึกษาฟรี เนื่องจากคุณพ่อเป็นอดีตนายทหารอากาศกองบิน 5 และบ้านหลังนี้เคยเป็นสถานที่หลบซ่อนพักรักษาตัวของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกับญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคุณพ่อเป็นคนที่ชื่นชอบสะสมของเก่าโบราณต่างๆ และตนก็ชอบสะสมของเก่าโบราณเช่นกัน ปัจจุบันคุณพ่อกับคุณแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ตนจึงสานต่อเจตนารมณ์อนุรักษ์และคงสภาพบ้านไม้เก่าแก่เอาไว้ รวมถึงของเก่าโบราณของคุณพ่อและของตน รวมไปถึงของโบราณที่มีผู้ร่วมมาบริจาคไว้ให้จัดแสดง เปิดให้เข้าชมฟรี อาทิ เงินตราโบราณ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี พระพุทธรูป ผ้ายันต์ เครื่องดนตรี และอาวุธโบราณ เป็นต้น

อยากให้นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่สนใจได้มาเข้าชมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสู้รบของทหารในสมัยสงครามโลก โดยสามารถมาเข้าชมได้ทุกวัน หรือโทรศัพท์มาติดต่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 098 – 2538953 เพื่อตนจะได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับ แต่ถ้าหากจะมาเข้าชมตามปกติ สามารถเข้าชมได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เนื่องจากบริเวณถนนสู้ศึกแห่งนี้เปิดเป็นตลาดถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ตามนโยบายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำของประเทศ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มเหล็กสหวิริยา จับมือชุมชนพัฒนาบางสะพาน ตามแนวทาง ESG

กลุ่มเหล็กสหวิริยา จับมือชุมชนพัฒนาบางสะพาน ตามแนวทาง ESG

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้บริหารกลุ่มเหล็กสหวิริยา ร่วมกับบริษัทในเครือฯ ผู้แทนเครือข่ายธนาคารชุมชน และสภาผู้นำชุมชน เครือข่ายประมง เครือข่ายการศึกษา ร่วมกันจัดงานสานสัมพันธ์เครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปี พ.ศ. 2567 โดยมีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายผดุงศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มเหล็กสหวิริยา ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด บริษัท เวสท์โคสท์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ได้เข้ามาประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอบางสะพาน มาเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาดังกล่าว สิ่งที่กลุ่มเหล็กสหวิริยาได้ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จและนำพาความเจริญทางเศรษฐกิจมาสู่พี่น้องอำเภอบางสะพาน นั่นก็คือการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบางสะพานอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เรียกว่า ESG ซึ่ง ESG เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1. Environment ความรับผิดชอบของบริษัทต่อสิ่งแวดล้อม 2. Social การจัดการความสัมพันธ์ และมีการสื่อสารกับลูกจ้าง ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือโดยรวมเรียกว่าความรับผิดชอบต่อสังคม และ 3. Governance การกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้หลักแห่งธรรมาภิบาล โปร่งใส เชื่อถือได้ โดยแนวคิด ESG นี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ ด้วยการสะท้อนบทบาทความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการนำเสนอผลการดำเนินงานในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดังนั้น กลุ่มเหล็กสหวิริยาจึงได้จัดงานสานสัมพันธ์เครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปี พ.ศ.2567 ขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อชุมชนผ่านนโยบายของกลุ่มบริษัทฯ และแนวทางความร่วมมือในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ตามแนวทาง ESG ผ่านเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่บางสะพาน นอกจากนี้ มีการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ระหว่างเครือข่าย และงานสังสรรค์เพื่อขอบคุณเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพาน

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มเหล็กสหวิริยาได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่อำเภอบางสะพานมาอย่างต่อเนื่อง ต้องขอบคุณที่ให้การสนับสนุนชุมชน และร่วมพัฒนาชุมชนบางสะพานมาโดยตลอด อีกทั้งได้นำแนวทาง ESG คือความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและด้านการกำกับดูแล มาขับเคลื่อนผ่านโครงการต่างๆ เพื่อไปสู่การพัฒนาองค์กรและชุมชนบางสะพาน ให้เกิดความยั่งยืนซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอำเภอบางสะพาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน

หลังจากนั้นมีเวทีเสวนาโดยตัวแทนจากผู้แทนเครือข่ายธนาคารชุมชน และสภาผู้นำชุมชน เครือข่ายประมง เครือข่ายการศึกษา เพื่อให้นำข้อมูลมานำเสนอความต้องการเพื่อใช้ในการในการขับเคลื่อนแนวทาง ESG ให้มีความคืบหน้าต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลชะอำ เปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน

เทศบาลชะอำ เปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นางวันเพ็ญ มั่งศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย นายแก้ว คงวงค์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางรัมภา จำลองราช ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม ร่วมกันเปิดโรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี มีคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชะอำ และนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 ทั้ง 27 ชุมชน 245 คน เข้าร่วมกิจกรรม

โรงเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน จัดโดยกองสวัสดิการและสังคม เทศบาลเมืองชะอำ เป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาตามอัธยาศัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สตรีได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัว และสมาชิกในชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรีในเขตเทศบาลเมืองชะอำ โดยมีกิจกรรมทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ๆ ละ 1 วัน เป็นเวลา 3 เดือน จะมีการฝึกอบรมให้ความรู้ กิจกรรมส่งเสริมประเพณีท้องถิ่น การส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ (จิตอาสา) และการศึกษาดูงานกลุ่มสตรีที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการกลุ่มและการประกอบอาชีพ

ภายหลังพิธีเปิด นักเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 นำโดยนายยุทธพล อินมอญ ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ และนายศรีเพชร อินพันทัง รองปลัดเทศบาลฯ ได้นำนักเรียนผู้นำสตรีศรีเมืองชะอานขี่ม้าชายหาด จำนวน 8 ตัว เรียงแถวถ่ายรูปด้านหน้าเวที ชูป้ายสัญลักษณ์เปิดทำการเรียนการสอนของผู้นำสตรีศรีเมืองชะอาน รุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ จากนั้นมายืนเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระและออกกำลังกายก่อนเข้าห้องเรียนเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้แก่นักเรียนทั้งหมด จากนั้นตั้งขบวนกลองยาว ร่วมรำและแห่เดินเข้าห้องเรียนอย่างสนุกสนาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8

 ประจวบฯ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสุทธินาถ ทานนท์ รองศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ดร.ชโนทัย เจริญเนือง ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดประจวบฯ และ ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 8 มีนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดประจวบฯ ในชุดวนิดา – ปริศนา ร่วมในแถลงข่าวที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน รีสอร์ทมอลล์ จ.ประจวบฯ

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2461 และนับแต่นั้นมา จึงกำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันการศึกษาเอกชน ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละภูมิภาค ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ในปีนี้กำหนดการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2567 ในส่วนภูมิภาค 5 ภาค ดังนี้ ภาคตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรี วันที่ 26 – 27 มกราคม ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย วันที่ 3 – 7 กุมภาพันธ์ ภาคกลางและกรุงเทพฯ จัดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ ภาคใต้ ที่จังหวัดพัทลุง วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 23 – 24 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ผู้บริหาร ครูและผู้สอนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา รวมทั้งได้เผยแพร่ผลงานด้านการศึกษาสู่สาธารณชน ผ่านการประชุมเชิงวิชาการ นักเรียนได้มีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถตามศักยภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดของตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งตรงกับนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียน สมาคม เครือข่ายทางการศึกษาเอกชน ตลอดจนเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการศึกษาเอกชนที่ดี

ดร.ชโนทัย เจริญเนือง กล่าวว่า งานวันการศึกษาเอกชนในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเอกชน และประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด ในปี 2567 นี้ จังหวัดประจวบฯ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมกับ 17 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นครปฐม สิงห์บุรี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา และประจวบฯ ดำเนินการภายใต้แนวคิด“Prachub Khirikhan : Love to Learn”เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กล่าวว่า“เรียนดี มีความสุข”ในวันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีพิธีเปิดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่อาคารหอประชุมราชพฤกษ์ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน มีโรงเรียนที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมกว่า 300 แห่งใน 17 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีกิจกรรมประกอบด้วยการแข่งขันทักษะวิชาการและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชนภาคกลาง การแสดงผลงานของนักเรียน การมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชน และนักเรียน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชนภาคกลาง และมีพิธีส่งมอบธงให้กับจังหวัดชัยนาท อ่างทอง และสิงห์บุรี ที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดงานวันการศึกษาเอกชนภาคกลาง ครั้งที่ 9 ในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 800 คน ตลอดงาน.