Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดไร่ใน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิต 10 – 18 เมษายนนี้

วัดไร่ใน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิต 10 – 18 เมษายนนี้

วันที่ 10 เมษายน 2567 พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา วัดไร่ใน ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ มีพระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ พระครูสมุห์ภักดี กิตติวณโณ เจ้าอาวาสวัดไร่ใน พร้อมคณะสงฆ์ นายวันเฉลิม ฮกชุน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก นายก อบต.แสงอรุณ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมในพิธี

พระครูสมุห์ภักดี กิตติวณโณ เจ้าอาวาสวัดไร่ใน กล่าวว่าวัดได้จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมา ระหว่างวันที่ 10 – 18 เมษายน 2567 (รวม 9 วัน 9 คืน) เพื่อให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมทำบุญอุปถัมภ์ บำรุงกิจการพระพุทธศาสนา สืบสานวัฒนธรรมไทยอันดีงาม อันจะส่งผลทำให้ศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ภายในอุโบสถวัดไร่ใน มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ ผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ลายปูนปั้นเป็นศิลปะสมัยอยุธยา พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย มีพระนามว่า “พระพุทธกาญจนจารีสุโข” มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมาได้ที่วัดไร่ใน จนถึงวันที่ 18 เมษายนนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ชี้แจงสถานการณ์น้ำประปา และขอให้ประชาชนสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงสงกรานต์

เทศบาลหัวหิน ชี้แจงสถานการณ์น้ำประปา และขอให้ประชาชนสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงสงกรานต์

วันที่ 9 เมษายน 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานประชุมชี้แจงสถานการณ์น้ำประปาเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ห้องดำเนินเกษม สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน มีคณะผู้บริหารเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2567 ที่จะมีประชาชนเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัว และนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก อีกทั้งจะมีกิจกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ปีใหม่ไทยด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณการใช้น้ำมากกว่าปกติ

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จึงมอบหมายให้กองการประปาเทศบาลเมืองหัวหิน บูรณาการน้ำระหว่างโรงผลิตน้ำเขาแล้ง กับโรงผลิตน้ำหัวนา และโรงผลิตน้ำไร่นุ่น โดยกองการประปาจะดำเนินการหยุดจ่ายน้ำประปาที่โรงผลิตน้ำเขาแล้ง เพื่อผันน้ำให้กับโรงผลิตน้ำหัวนาและไร่นุ่น ในวันที่ 10 เมษายน 2567 ช่วงเวลา 09.30 – 15.30 น. ซึ่งจะส่งผลกระทบให้น้ำประปาในพื้นที่ที่รับน้ำจากโรงผลิตน้ำเขาแล้ง ไหลอ่อนหรือไม่ไหล

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำของหัวหินนั้น เราทราบและเตรียมวางแผนไว้ประมาณ 7 – 8 ปีที่แล้ว ได้เห็นผลในการดำเนินการดังกล่าว เช่น หัวหินในอดีตนั้นมีแค่การประปาของเทศบาลอย่างเดียว ปัจจุบันนี้เรามีการประปาส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วยดำเนินการด้วย เรื่องของการเพิ่มน้ำดิบจากบ่อแขม มาที่เทศบาลเมืองหัวหินนั้น ก็ดำเนินการเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้หน่วยงานรับน้ำ หมายถึงเทศบาลเมืองชะอำและเทศบาลเมืองหัวหิน ถือว่าเป็นหน่วยงานที่รับน้ำ หน่วยงานที่ส่งน้ำคือ เขื่อนเพชรของชลประทาน ผมเชื่อว่าการรับน้ำจากคลองส่งน้ำมีปัญหาในช่วงหน้าแล้ง ทำให้น้ำจากบ่อแขมที่เรารับน้ำมาโดยตลอด มีปริมาณน้อยลง เนื่องจากคนมาใช้น้ำในคลองมากขึ้น เทศบาลฯ ก็ประสานงบประมาณจากสองรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นเงิน 1,045 ล้านบาท เพื่อให้หัวหินรับน้ำจากท่อขนาด 1,000 ขณะนี้ท่อเส้นนี้มาถึงหัวหินแล้ว ทำให้หัวหินมีการรับน้ำดิบจากท่อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเพิ่งเชื่อมท่อเมื่อต้นเดือนเมษายนนี้เอง ส่วนอีกทางหนึ่ง ก็มาจากเขื่อนปราณบุรี ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานชลประทาน 14 ตอนนี้มีท่อน้ำใหม่มาอีกหนึ่งเส้น เท่ากับว่าในระยะเวลา 7 – 8 ปีนี้ เทศบาลฯ นำน้ำดิบมาเพิ่มจาก 3 ส่วนด้วยกัน เพื่อให้ช่วยกันผลิตประปาให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ใช้ ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นจะมีปัญหาเรื่องของการผลิตที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นหน้าร้อน, คนมาเที่ยวหัวหินเยอะ, ช่วงวันหยุดยาว โรงผลิตน้ำที่หัวนาและผลิตน้ำประปาตามปกติ แต่เมื่อผลิตออกไปตามเส้นทางของท่อ จะผ่านตามบ้านคน สถานประกอบการ อาคารชุด โรงแรม ซึ่งมีถังอยู่ใต้ดิน เพราะฉะนั้นน้ำที่อยู่ปลายทางก็ไปไม่ถึง เพราะข้างล่างน้ำยังไม่เต็ม นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาว่า ทำไมถึงมีน้ำที่โรงผลิต ทำไมที่บ้าน ที่โรงแรมน้ำจึงไม่ไหล

กรณีที่จะมีการดำเนินการปิดน้ำที่เขาแล้ง เพื่อผันน้ำลงไปพื้นที่หัวนา ในช่วงวิกฤติ จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มอเตอร์ที่เขาแล้งเสีย แล้วเพื่อให้น้ำดิบที่ไม่ได้ผลิตที่เขาแล้ง ปล่อยลงไปที่หัวนา ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ทำให้มีน้ำดิบเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 % ใช้เวลาแค่เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งน้ำดิบช่วงนั้นที่ลงมา ทำให้ผลิตน้ำประปาได้เพิ่มขึ้นได้เกือบสองวันเต็มๆ แล้วก็ปล่อย 24 ชั่วโมงด้วย เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าเราต้องนำน้ำดิบมาเพิ่มให้หัวหิน จากทั้งสองเส้นทางที่แจ้งไว้ แต่น้ำดิบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าปล่อยตามธรรมชาติ ยังไงก็จะมีผลกระทบเหมือนสามวันที่ผ่านมา จึงเกิดโครงการแกล้งน้ำ โดยนำน้ำดิบที่เขาแล้งปล่อยลงมาสู่ข้างล่างที่หัวนา ประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้บริเวณเขาแล้งเดือดร้อนช่วงนั้น แต่พอพ้นจากช่วงนั้นไปแล้ว ก็จะได้รับน้ำปกติ แต่ทำให้น้ำที่หัวนาเพิ่มมากขึ้น แล้วโยกน้ำที่หัวนา มาช่วยน้ำที่ดำเนินเกษม ทำให้น้ำในเมืองมีมากขึ้น

จากการที่เราทำให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากเขาแล้งนั้น ตั้งแต่หัวนาซอย 102 หมู่บ้านสมอโพรงฝั่งทิศเหนือ หมู่บ้านบ่อฝ้ายทั้งหมด และถนนดำเนินเกษม ตั้งแต่แยกประมง แยกไฟแดงวังไกลกังวล จนถึงสนามบิน จะได้รับผลกระทบประมาณ 6 ชั่วโมง แต่หลังจากพ้นจาก 6 ชั่วโมงไปแล้ว ภาพรวมของน้ำประปาของหัวหินนั้นจะดีขึ้นเกือบทั้งเมือง เป็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำประปาในช่วงสงกรานต์นี้

ส่วนสถานการณ์การใช้น้ำและเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ อาจจะได้รับผลกระทบ แต่ไม่มาก ถ้ามีการบริหารจัดการแบบที่แจ้ง รวมทั้งเล่นน้ำสงกรานต์แบบพอเพียง แต่ทุกคนได้เล่นแน่นอน ซึ่งตอนนี้เทศบาลขอใช้คำว่าแบบพอเพียง จากเดิมที่เคยจัดสวนน้ำค่อนข้างจะใหญ่ จะลดขนาดเล็กลง เรื่องของสวนน้ำ เราจะใช้ปาร์ตี้โฟมเข้ามาช่วยเสริม เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติตรงนี้

“ขอให้ประชาชนได้สำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้า เพื่อบรรเทาปัญหาในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้เทศบาลเมืองหัวหินได้บูรณาการรถบรรทุกน้ำจากหน่วยงานต่างๆ ส่งน้ำช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยสามารถแจ้งคำร้องได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน โทร. 032 – 511666 หรือแจ้งโดยตรงที่นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน โทร. 092 – 7893694 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน โทร. 066 – 146 5269 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน โทร. 081 – 8135529 และสามารถแจ้งผ่านสมาชิกสภาเทศบาลในเขตพื้นที่ได้รับผลกระทบ และต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้” นายนพพร กล่าว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“วิว เยาวภา” นำทีมเยาวชนประจวบฯ คว้าแชมป์ยูยิตสูชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

“วิว เยาวภา” นำทีมเยาวชนประจวบฯ คว้าแชมป์ยูยิตสูชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

วันที่ 9 เมษายน 2567 “วิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 เปิดเผยว่า ได้นำน้องๆ เยาวชนจากสโมสรเดอะเลเจ้นท์อารีน่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เข้าร่วมการแข่งขันยูยิตสู ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2567 เพื่อเฟ้นหานักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ และเปิดโอกาสให้นักกีฬายูยิตสูสายเลือดใหม่ได้มีเวทีประลองฝีมือ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน ที่ผ่านมา ที่อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี แบ่งการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเภท Fighting, Newaza และ No-Gi โดยมีนักกีฬาจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันกว่า 2,300 คน

ผลการแข่งขัน ทีมเยาวชน สโมสรเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ทำผลงานดีตลอดทั้ง 3 วัน สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ ไปได้ 11 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง ประเภทมือเก่า 1. นายหิรัญกฤติ ชูบัว 1 เหรียญทองแดง 2. ด.ช.วาตะ เพิ่มทวี 3 เหรียญทองแดง 3. ด.ช.พงษ์ทิศา เขมานันทโกศล 1 เหรียญทองแดง 2 เหรียญเงิน 4. ด.ญ.รัศม์รัญ เพิ่มทวี 2 เหรียญเงิน 5. ด.ญ.ปิยภัทร เกิดทอง 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 6. ด.ช.วาริ เพิ่มทวี 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ประเภทมือใหม่ 1. ด.ญ.ไรวินทร์ เบอร์รีส โคลเอ้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2. ด.ญ.ปัญฑ์ชนิต สวัสดิพันธ์ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 3. ด.ญ.อังศุมาลิน เจริญยิ่ง 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 4. ด.ญ.ปิยภัทร เกิดทอง 2 เหรียญทอง 5. ด.ญ.ธวัลพรกร วรินทรเวช 1 เหรียญทองแดง

วิว เยาวภา กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากกับผลงานในการแข่งขัน เพราะเป็นการส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันเป็นปีแรก เด็กๆ มีความมุ่งมั่น มีวินัยในการฝึกซ้อม และปลื้มมากๆ ที่ลูกชายคนที่ 3 “น้องวอเตอร์” สามารถคว้าแชมป์ยูยิตสูประเทศไทย ในรุ่นอายุ 7 – 8 ปี น้ำหนักไม่เกิน 21 กิโลกรัม ประเภท Fighting ซึ่งตนมองว่าทักษะจากกีฬาเทควันโด สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกีฬายูยิตสูได้เป็นอย่างดี”

โดยวิว เยาวภา ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์กีฬาและศิลปะป้องกันตัว เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ทหัวหิน เปิดสอนกีฬามวยไทย เทควันโด ยูยิตสู บราซิเลียน ยูยิตสู เทนนิส10s และกีฬาหลากหลายชนิด เพื่อความเป็นเลิศและออกกำลังกายให้เด็กและเยาวชน สนใจข้อมูลเพิ่มเติม www.thelegendarena.co.th.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ตั้งเป้าเสียชีวิตน้อยกว่า 3 คน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ตั้งเป้าเสียชีวิตน้อยกว่า 3 คน

วันที่ 9 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 จังหวัดประจวบฯ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดฯ มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายมูลนิธิ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี พร้อมปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติงานเพื่อรณรงค์สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รองรับการการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะบนเส้นทางถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ ภายใต้ชื่อการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดยกำหนดช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2567 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มขัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทานและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้ตั้งศูนย์ฯ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จะนำไปสู่การลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การเสียชีวิตและการบาดเจ็บเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ตามมาตราการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และให้กวดขันบังคับให้กฎหมายอย่างจริงจัง มุ่งเน้นข้อหาเรื่องดื่มแล้วขับและการไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยกำหนดให้ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ และประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่มีการขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาติดต่อราชการในพื้นที่ อีกทั้งให้จุดบริการประชาชน จัดเตรียมเครื่องดื่ม ผ้าเย็น บริการแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้เดินทางด้วย พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟและทางลักข้ามต่างๆ

สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 47 ครั้ง เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ (Admit) 49 ราย เป้าหมายในการดำเนินการของจังหวัดประจวบฯ คือ จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดฯ ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมายการดำเนินการ คือการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 35 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 3 ราย และผู้บาดเจ็บ (Admit) น้อยกว่า 36 ราย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตชวนตักบาตรรับโชคลาภปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์

บลูพอร์ต ชวนตักบาตรรับโชคลาภปีใหม่ไทย ในเทศกาลสงกรานต์

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ขอเชิญร่วมงานทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง และถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ 59 รูป เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ต้อนรับปีใหม่ไทยตามประเพณีไทย และร่วมกันส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป โดยงานนี้บลูพอร์ตหัวหินจัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน นอกจากนี้ยังเป็นการทำบุญในการเริ่มต้นสิ่งดีๆ รับเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย พร้อมกันนี้ยังมีการร่วมทำบุญ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ สรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ตามประเพณีไทย

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 59 รูป พร้อมทั้งร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานเดอะสแควร์ หน้าบลูพอร์ตหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดสุขสำราญ จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติพระเทพฯ

วัดสุขสำราญ จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติพระเทพฯ

วันที่ 7 เมษายน 2567 พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับวัดสุขสำราญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายทางศาสนา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2567 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวประจวบฯ ได้ร่วมทำความดีถวายพระราชกุศล แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และธำรงรักษาไว้ให้มั่นคงสืบไป โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ คุณแม่ชีพธู ฮวดหิน วัดสุขสำราญ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมงานที่วัดสุขสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมรับฟังเทศน์พระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์พันคาถา โดยองค์แสดงธรรม ได้แก่ 1.พระครูศรีวชิรประคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร กรุงเทพฯ 2.พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ 3.พระมหาจารุวัฒน์ จรณธมฺโม วัดบางรักใหญ่ จ.นนทบุรี

การเทศนามหาชาติเวสสันดรชาดก เป็นการถ่ายทอดบทบาทชีวิตพระเวสสันดร ผู้มีความโอบอ้อมอารี บำเพ็ญทานบารมีอันยิ่งใหญ่ในฐานะพระโพธิสัตว์ จัดเป็นเรื่องราวที่มีค่าแก่การศึกษาเพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาแก่สังคมในยุคปัจจุบัน เชื่อกันว่าถ้าได้ฟังเทศมหาชาติครบ 13 กัณฑ์ และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมในพระคัมภีร์ จะได้รับผลดีคือจะอยู่เย็นเป็นสุข มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า และจะได้พบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตตรัยในอนาคตนอกจากนี้ยังเป็นการสืบทอดสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป ถือเป็นประเพณีโบราณที่จะต้องได้รับการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีงาม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธรรมนัสตรวจด่านสิงขร พร้อมเป็นศูนย์ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐาน

ธรรมนัสตรวจด่านสิงขร พร้อมเป็นศูนย์ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐาน

วันที่ 7 เมษายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินโครงการศูนย์ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ“ด่านสิงขร” ที่ห้องประชุม อาคารพรมแดนด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ด่านผ่อนปรนพิเศษ ยังไม่ใช่ด่านผ่านแดนถาวร ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งบริเวณขนถ่ายสินค้า (No man land) เป็นพื้นที่อ้างสิทธิระหว่างไทย – เมียนมา มีความแออัดในการขนถ่ายสินค้า และไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสุขอนามัย รวมถึงมีความไม่ปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน จึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการร่วมกัน และให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย อย่างไรก็ตาม การกำหนดพื้นที่ในการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย จะสามารถใช้กฎหมายในการควบคุมและกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพได้

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดนด่านสิงขร รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจะเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทั้งสองประเทศมีความพร้อมในการเปิดด่าน ซึ่งในวันที่ 24 เมษายน 2567 ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการนำสินค้าภาคการเกษตรเข้ามาสู่ราชอาณาจักร โดยเฉพาะสินค้าประมง จึงมอบหมายกรมประมงและองค์การสะพานปลา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดสรรพื้นที่เพื่อเป็นตลาดตรวจรับสินค้าภาคการเกษตรอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ในส่วนของการพัฒนาภาคการเกษตร โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหา โดยบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด อีกทั้งเร่งพัฒนาอาชีพภาคการเกษตรให้หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบ ทั้งภาคเกษตรและภาคการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอื่นๆ และจะนำเสนอ ครม. ในภาพรวมต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หายออกจากบ้าน 12 วัน คาดเป็นลมแดดจนหมดสติ

หายออกจากบ้าน 12 วัน คาดเป็นลมแดดจนหมดสติ

วันที่ 5 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถานสามร้อยยอด รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพผู้เสียชีวิตที่บริเวณไร่ยูคาลิปตัส หมู่ 1 บ้านใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานหน้าที่ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด ชุดพิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากโรงพยาบาลสามร้อยยอด ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามร้อยยอด ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านและญาติๆ รับแจ้งว่านายพวง (เล็ก) กันทัด อายุ 59 ปี ได้หายออกไปจากที่พักบริเวณบ่อเลี้ยงปลาในพื้นที่หมู่ 1 บ้านใหม่ และช่วยกันออกค้นหาประมาณ 5 วัน แต่ไม่พบตัว จึงหยุดการค้นหา จนมีชาวบ้านนำมาวัวเลี้ยง และสังเกตเห็นวัวมีท่าทางผิดสังเกต เหมือนว่าได้กลิ่นเหม็นอะไรอยู่ข้างๆ พุ่มต้นตะโก จึงเดินเข้าไปดู ก็พบคนนอนตายอยู่ใต้พุ่มต้นตะโก มีกลิ่นเหม็น จึงรีบไปบอกพ่อและผู้ใหญ่บ้านให้มาดู ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้น พ.ต.ท.เอนก บุญคงดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด ชุดพิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลสามร้อยยอด และญาติและชาวบ้าน เข้ามาที่เกิดเหตุ พบบริเวณดังกล่าวเป็นไร่ยูคาลิปตัสที่เจ้าของเลิกทำไปแล้ว บริเวณใต้ต้นตะโก พบร่างผู้ชายนอนหงาย สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ หน้าอกมีตัวเลข 14 สีขาวขนาดใหญ่ ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น สภาพเริ่มแห้ง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา จึงทราบว่าเป็นศพของนายพวง (เล็ก) กันทัด ที่หายออกจาบ้าน จากการชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายไม่บาดแผลหรือร่องการต่อสู้แต่อย่างใด

น.ส.โสรยา น้ำเพชร อายุ 33 ปี ลูกสาวของนายพวง เล่าว่าตนและชาวบ้านช่วยกันออกตามหาพ่อ ที่หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม แต่ไร้วี่แวว ก่อนหน้าที่พ่อจะหายไป มักจะมีพฤติการณ์ชอบนั่งคุยคนเดียว ส่วนตนและครอบครัวไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อที่บ่อเลี้ยงปลา มีเพียงแกพักอาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง ตนจะเข้ามาดูพ่อตอนเย็น นำอาหารมาให้ วันเกิดเหตุเย็นของวันที่ 24 มีนาคม ตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนบ้านว่าไม่เห็นลุงเล็กอยู่ที่บ้าน แกหายไปไหน ตนคิดว่าพ่อคงเดินเล่นอยู่แถวที่พัก คงไม่มีเหตุร้ายอะไร เช้าวันรุ่งขึ้นได้มาหาแต่ไม่เห็นแก จึงชวนญาติๆ และชาวบ้านให้ช่วยกันออกตามหาตามป่าหญ้าโดยรอบทั้งในบ่อเลี้ยงปลา บริเวณหน้าที่พัก แต่ไม่พบ วันต่อมาก็ออกตามหาพ่อ จนครบกำหนดคนหาย จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.สามร้อยยอด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบหาอีกทาง เป็นเวลา 11 วันแล้ว คาดว่าพ่อน่าจะเป็นลมแดด แล้วหมดสติไป แต่ไม่มีใครเห็น ญาติๆ ไม่มีใครติดใจสาเหตุการตายแต่อย่างใด และจะนำร่างพ่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองข้าวเหนียวต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธรรมนัสลงพื้นที่ทับสะแก ติดตามการระบาดแมลงศัตรูมะพร้าว

ธรรมนัสลงพื้นที่ทับสะแก ติดตามการระบาดแมลงศัตรูมะพร้าว

วันที่ 6 เมษายน 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่อาคารเอนกประสงค์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านหินเทิน จำกัด ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำเสนอสถานการณ์การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวในจังหวัดประจวบฯ และแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบ จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้พบปะพูดคุยและรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว พร้อมเปิดงานวันรณรงค์ป้องกันการกำจัดศัตรูมะพร้าวจังหวัดประจวบฯ เพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ สร้างความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันการระบาดโดยเกษตรกรมีส่วนร่วม พร้อมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร 15 ราย มอบใบรับรอง GAP Monkey Free Plus ให้แก่เกษตรกร 6 ราย มอบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว emamectin benzoate 1.92% EC ให้แก่ นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบแตนเบียนบราคอน ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร 8 อำเภอ จากนั้นร่วมปล่อยแตนเบียนในแปลงมะพร้าวและรับชมการสาธิตการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของแมลงศัตรูพืช โดยสั่งการให้พิจารณาปรับแก้ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณจัดซื้อสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช พร้อมกันสั่งการกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำแผนที่น้ำ ตั้งแต่ระดับ ตำบล อำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบฯ เพื่อเร่งวางแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่บรรเทาปัญหาภัยแล้ง

ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการทำฝนหลวงตั้งแต่วันนี้เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดประจวบฯ และได้ตั้งกรอบวงเงินงบประมาณปี 2568 ประมาณ 1,200 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนให้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

สำหรับงานวันรณรงค์ป้องกันการกำจัดศัตรูมะพร้าวจังหวัดประจวบฯ มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้และการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว 6 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 สถานการณ์การระบาดของศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ แมลงดำหนาม) ชุดที่ 2 มาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการระบาดศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ แมลงดำหนาม) ชุดที่ 3 การบูรณาการความร่วมมือป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ แมลงดำหนาม) ชุดที่ 4 หนองไทรโมเดล ต้นแบบจัดการศัตรูมะพร้าวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ชุดที่ 5 องค์ความรู้และเทคโนโลยีการจัดการศัตรูมะพร้าว ชุดที่ 6 ความร่วมมือแก้ไขปัญหาศัตรูมะพร้าวระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตรและสมาคมอารักขาพืชไท

ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศ กว่า 372,000 ไร่ พื้นที่ปลูกมากที่สุดอยู่ที่อำเภอทับสะแก ซึ่งผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากผู้ค้า ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม ในการนำมาผลิตแปรรูปเป็นน้ำกะทิ และสินค้าอื่นๆ แต่ปัจจุบันพบปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ แบ่งเป็นพื้นที่ระบาดหนอนหัวดำ 9,781 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.62 ของพื้นที่ปลูกมะพร้าวในจังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,479 ราย และพื้นที่ระบาดของแมลงดำ 7,885 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.11 ของพื้นที่ปลูกมะพร้าวในจังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,510 ราย ความรุนแรงส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง อำเภอที่พบการระบาดมากคือ อ.สามร้อยยอด ทับสะแก และบางสะพาน ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อนและแล้ง ซึ่งจะเอื้อต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของแมลงศัตรูพืชได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบฯ ได้สร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่องและมีทีมบริการชุมชน คอยให้คำปรึกษาแนะนำเกษตรกรในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ โดยมีศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเป็นกลไกหลักในพื้นที่ร่วมกับนักส่งเสริมการเกษตรช่วยสำรวจ ประเมินสถานการณ์การระบาดให้องค์ความรู้การจัดการที่ถูกต้อง และได้รับการสนับสนุนแตนเบียนบราคอนและแมลงหางหนีบ ซึ่งเป็นแมลงศัตรูธรรมชาติของหนอนหัวดำและแมลงดำหนาม จากกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยและศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช เพื่อควบคุมพื้นที่ระบาดครอบคลุม 14,000 ไร่ ซึ่งสวนมะพร้าวที่พบการระบาดไม่รุนแรง จะใช้วิธีการปล่อยแมลงธรรมชาติจัดการกันเอง ส่วนสวนมะพร้าวที่พบการระบาดระดับปานกลาง จะใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการปล่อยแตนเบียนและการใช้สารเคมีควบคู่กันทั้งการใช้สารเคมีฉีดพ่นทางใบ และการใช้สารเคมีเจาะเข้าลำต้น ซึ่งข้อมูลทางวิชาการ ในปัจจุบันพบว่าวิธีการเจาะสารเคมีที่ลำต้นสามารถใช้ได้กับต้นมะพร้าวที่มีความสูง 4 เมตรขึ้นไป โดยไม่มีสารตกค้างในเนื้อและน้ำของมะพร้าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรรมาธิการผู้แทนราษฎร ดูปัญหาภัยแล้งและที่เก็บน้ำ หลังมีชาวบ้านร้องเรียน

กรรมาธิการผู้แทนราษฎร ดูปัญหาภัยแล้งและที่เก็บน้ำ หลังมีชาวบ้านร้องเรียน

วันที่ 6 เมษายน 2567 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายนิกร โพธิ์น้อย นายก อบต.ร่อนทอง นายนันทปรีชา คำทอง ประธานคณะทำงานน้ำ ที่ดิน องค์กรเกษตรกร พร้อมคณะ ได้ให้การต้อนรับคณะของนายสุภาพ นามโสม เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร พลตรีชอบ ตระกูลสม และนายธนาวุฒิ กลิ่นทอง คณะทำงานรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อประชุมหารือแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเขต อบต.ร่อนทอง

สืบเนื่องมาจากการร้องเรียนภัยแล้งที่ อบต.ร่อนทองมาหลายปี ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย เนื่องที่เก็บกักน้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะปี 2566 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อยู่ในสถานการณ์วิกฤติภัยแล้งที่ค่อนข้างหนัก รวมถึงในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ต้องประกาศเป็นพื้นที่วิบัติภัยหลายอำเภอ

ตามระเบียบนั้น พืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ให้อำเภอร่วมกับเกษตรอำเภอในพื้นที่และท้องถิ่น เข้าดำเนินการสำรวจเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง คาดว่าปีนี้จะเกิดภัยแล้งและจะทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายมาก จึงเตรียมความพร้อมและหาทางช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรในพื้นที่ จากนั้นคณะได้ร่วมลงพื้นที่ทั้งหมด 4 จุด เพื่อวางแผนและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาวต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน