Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มอาสากู้ภัยรับแกะสลักป้ายไม้ เสริมงานสัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

หนุ่มอาสากู้ภัยรับแกะสลักป้ายไม้ เสริมงานสัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับคุณจิรวัฒน์ วงศ์สวาท (ช่างเดี่ยว) อายุ 54 ปี อยู่บ้านนาห้วย หมู่ 3 ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังนั่งแกะสลักป้ายไม้อยู่ที่บริเวณหลังบ้าน ที่สร้างเป็นโรงงาน แบ่งเป็นห้องทำงานขนาดเล็กๆ โปร่งๆ โดยงานที่ช่างเดี่ยวนำไม้ทั้งเก่าและใหม่มาแกะสลักเป็นป้ายชื่อต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่ง ส่วนป้ายที่ทำ มีทั้งแบบตัวนูน ตัวลึกและตัวอักษร ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะทำป้ายชื่อที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้านและส่วนราชการ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่น ส่วนตอนบ่ายจะไปเปิดร้านสักลายที่ตลาดสี่แยกปราณ ที่ทำมานานแล้ว ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว หลังจากที่ผ่านมรสุมช่วงโควิด – 19 ระบาด ขณะนั้นอาชีพทั้งสองถูกสั่งให้ปิด ทำให้ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

นายจิรวัฒน์ กล่าวว่าหลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปเรียนต่อด้านวิชาชีพ ทำมาหลายอย่าง แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนของเรา จึงเริ่มหัดสักครั้งแรก โดยสักขาตัวเองกับเพื่อนจนเกิดความมั่นใจ เริ่มรับลูกค้าและสักมาเรื่อยๆ ประมาณ 10 ปี จนเริ่มอิ่มตัว จึงมองหาอาชีพใหม่ พอดีไปรู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีอาชีพแกะสลักไม้ เลยฝากตัวเป็นศิษย์ที่บ้านศิลปินหัวหิน ตอนแรกที่เข้าไปฝึก อาจารย์ให้หัดลับสิ่วอย่างเดียวร้อยกว่าตัว ไม่ได้ให้ทำอะไรเป็นอาทิตย์ ตนอยู่ได้แค่สามวันก็ลักแกะป้ายก่อน พอดีอาจารย์ทวีผ่านมาเห็น เลยให้แกะป้ายให้ลูกค้า พอตนแกะได้ รู้สึกว่าชอบ ทำอยู่กับอาจารย์ทวีได้ประมาณสองปี ก็กลับมาอยู่บ้าน มาเปิดร้านสักที่ปราณและรับแกะป้ายด้วย โดยตอนเช้าจะแกะป้ายจนถึงประมาณ 14.00 น. จากนั้นไปเปิดร้านสักที่ตลาดสี่แยกปราณ

สำหรับงานรับแกะสลักป้ายไม้ มีด้วยกัน 3 แบบ แบบตัวนูน ตัวลึกและตัวแปะ ป้ายที่แกะใช้ไม้ได้ทุกชนิด ถ้าเป็นไม้สัก จะแก้ง่ายมากที่สุด ป้ายไม้ที่ทำแล้วแต่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ว่าต้องการป้ายขนาดไหน จะเอาไม้มาเอง หรือถ้าลูกค้าไม่มีไม้ เราก็จะหามาให้ลูกค้า ตัวอักษรที่จะสลักจะมีแบบให้ลูกค้าเลือก ราคาเริ่มต้น 500 บาท ตอนนี้ลูกค้าจะเป็นกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ปราณ อ.หัวหิน ส่วนใหญ่จะทำเป็นป้ายที่ทำการ เนื่องจากน้องชายเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้เอาแบบป้ายไปลงในกลุ่มไลน์สิงห์ ทำให้มีคนทักเข้ามาสอบถามและสั่งทำตลอด ป้ายแบบตัวแปะ สามารถนำตัวอักษรมาติดภายหลังได้ แต่จะไม่ทนทาน อยู่ได้ไม่กี่ปี เดี๋ยวตัวหนังสือก็หลุด แบบตัวนูน ตัวลึกจะอยู่ได้เป็นร้อยปี ถ้ารักษาดีๆ

ในอนาคตมีแนวความคิดว่าจะทำให้ร่วมสมัยมากขึ้น อย่างเช่น แกะลายใหม่ๆ ขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวอักษร จะเป็นรูปภาพ เสริมบ้านเลขที่ บารมี มังกร ถ้าป้ายซุ้มไก่ จะมีทั้งตัวอักษรและตัวไก่ด้วย หากใครสนใจ ติดต่อทางเฟซบุ๊ก คุณมะเดี่ยว หรือโทร. 082 – 7183491.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายหน่วยงาน ยึดอุปกรณ์เครื่องควบแน่น เกรงใช้ผลิตสิ่งเสพติด มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

หลายหน่วยงาน ยึดอุปกรณ์เครื่องควบแน่น เกรงใช้ผลิตสิ่งเสพติด มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก พ.อ.สรายุทธ ศรลัมพ์ รองผู้บัญชาการ ชุด ฉก.จงอางศึก พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก น.ส.วิยะรัตน์ หนูเอก ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายวิโรจน์ ทองเกิด กำนันตำบลนาหูกวาง เจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.จงอางศึก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 7 กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ยาเสพติดจังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.7) เจ้าหน้าที่กองร้อย อส.อำเภอทับสะแก ที่ 6 ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบโกดังไม่มีชื่อ หลังได้รับแจ้งว่าน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาซุกซ่อน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ได้เข้าตรวจสอบลักษณะเป็นโกดัง มีสังกะสีล้อบรอบ เบื้องต้นทราบชื่อผู้ดูแลคือนายโกจอ แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ถือบัตรสีชมพู เป็นผู้พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ภายในโกดังพบลังไม้ ยาว 238 ซม. กว้าง 77 ซม. สูง 86 ซม. น้ำหนัก 153 กิโลกรัม นายโกจออ้างว่าภายในบรรจุเสื้อผ้า ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับช่วยเหลือผู้ลี้ภัย แต่เมื่อเปิดฝาลังออกพบด้านในบรรจุหลอดแก้วอุปกรณ์เครื่องควบแน่น ความจุ 100 ลิตร มีทั้งหมด 10 ลัง หรือ 10 ชุด พร้อมอุปกรณ์ต่อขยาย ถ้าประกอบแล้วคล้ายๆ ห้องวิทยาศาสตร์ย่อมๆ ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีมูลค่าชุดละ 500,000 กว่าบาท รวม 10 ชุด มีมูลค่ากว่า 5,000,000 บาท โดยนำเข้ามาจากประเทศจีน และจะส่งออกชายแดนเพื่อนบ้าน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่ามีนายทุนมาเช่าที่ชาวบ้านรายหนึ่ง ในราคาปีละ 130,000 บาท โดยตอนแรกบอกว่าจะยกบ้าน ต่อมาบอกว่าจะทำเป็นโกดังที่จอดรถ แต่พอสร้างเสร็จจึงรู้ว่าเป็นโกดังเก็บของ และเมื่อคืนวันที่ 16 ธันวาคม มีรถบรรทุกนำสิ่งของเป็นอุปกรณ์เครื่องควบแน่น หรือหอกลั่น อุปกรณ์สกัดกลั่น ลักษณะกลั่นสิ่งของ หรือของเหลวบางชนิด เจ้าหน้าที่ได้อายัดตรวจสอบพร้อมตรวจยึด โดยกล่าวหาความผิดด้านพิธีการศุลกากรแจ้งสำแดงเป็นเท็จ.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่ค้าลูกชิ้นผีบอก เทลูกชิ้นหน้าศาลากลาง หลังถูกห้ามขายในตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้

แม่ค้าลูกชิ้นผีบอก เทลูกชิ้นหน้าศาลากลาง หลังถูกห้ามขายในตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 น.ส.น้ำค้าง ทรัพย์ศรี แม่ค้าลูกชิ้น “ผีบอก” พร้อม น.ส.ธนญา สุขธนะประเสริฐ เจ้าของแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นผีบอก” ได้มาติดตามความคืบหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดประจวบครีขันธ์ หลังยื่นเรื่องว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ให้ขายลูกชิ้นภายใต้ยี่ห้อลูกชิ้นผีบอกในตลาดประชารัฐ

น.ส.น้ำค้าง กล่าวว่าตนขายบาร์บีคิวตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด โดยขายเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ ต่อมาเริ่มขายไม่ค่อยดี รายได้ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ จึงตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นผีบอก” มาขายในตลาดได้ 4 สัปดาห์ กับอีก 8 วัน ทางประธานกรรมการตลาดฯ สั่งห้ามขายลูกชิ้นภายใต้แฟรนไชส์ “ลูกชื้นผีบอก” โดยอ้างว่ายี่ห้อนี้ติดแบล๊คลิสต์ และทำการเพิกถอนการขาย สร้างความเดือดร้อนให้กับตน แถมแจ้งถูกความข้อหาบุกรุก ท้าทายให้ไปแจ้งทุกหน่วยงาน อ้างว่าไม่มีใครทำอะไรได้

น.ส.ธนญา เจ้าของแฟรนไชส์จึงเข้ามาช่วยเหลือ พาไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และร้องเรียนไปที่พัฒนาชุมชนอำเภอ พัฒนาการจังหวัด และร้อง สส.ในพื้นที่ แต่เรื่องเงียบ ไม่มีการนัดเจรจาหรือไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด

วันนี้จึงมาติดตามเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมแจ้งว่าดำเนินการให้แล้ว ผู้เสียหายขอให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประธานกรรมการตลาด มาพูดคุยปัญหา อย่างน้อยขอให้เยียวยาผู้ขายที่เดือดร้อนก่อน ซึ่งที่ประชุมนัดพูดคุยกับผู้ที่กี่ยวข้องทุกหน่วยงานอีกครั้งในวันที่ 26 ธันวาคม 2566 นี้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความไม่พอใจ จนนำลูกชิ้นและน้ำจิ้ม มาเทหน้าศากลางจังหวัด ท่ามกลางความตกใจของเจ้าหน้าที่และผู้มาใช้บริการ.

พันธ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เสริมทักษะยุคดิจิทัล ภายใต้หัวข้อ “ความสำคัญของ MarTech กับอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล ในยุค Digital Era”

เสริมทักษะยุคดิจิทัล ภายใต้หัวข้อ “ความสำคัญของ MarTech กับอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล ในยุค Digital Era”

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จับมือ สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด โดยความร่วมมือกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดอบรมสื่อมวลชนเพื่อเสริมทักษะยุคดิจิทัล ภายใต้หัวข้อ “ความสำคัญของ MarTech กับอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล ในยุค Digital Era”   

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566  ณ ห้องแมนดาริน ซี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในโครงการความร่วมมือองค์กรสื่อขับเคลื่อนพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อเพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดให้มีการฝึกอบรม One Day Training แลกเปลี่ยน – เรียนรู้กับกูรูออนไลน์ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 2  หัวข้อ “ความสำคัญของ MarTech กับอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล ในยุค Digital Era” โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MerTech)  ในการจัดอบรมในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรด้านการผลิตข่าว การตลาด รวมทั้งการสร้างรายได้ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัล มีสมาชิกผู้เข้าอบรม จำนวน 58 ท่าน

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณชุตินธรา วัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมฯ และบรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กล่าวต้อนรับวิทยากร และผู้เข้ารับการอบรม

คุณชุตินธรา กล่าวว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีสื่อสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรามีข้อมูลขนาดมหาศาลที่เรียกว่า Big Data เกิดขึ้น การตลาดดิจิทัลก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็วแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเครื่องมือมากมายเลยสำหรับการทำการตลาด สามารถจะเอามาใช้ในการวิเคราะห์ในการวางกลยุทธ์ เราจะนำคอนเท้นท์ไปถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างไร จะหากลุ่มเป้าหมาย อย่างไร และจะนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มอะไร เราจะปรับปรุงพัฒนาตัวคอนเท้นท์ของเราให้มีประสิทธิภาพอย่างไร เครื่องมือการตลาดสามารถช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้ หวังว่าความรู้และทักษะที่ผู้อบรมจะได้รับจากผู้บรรยาย จะสามารถที่นำไปประยุกต์ พัฒนา ปรับปรุงเนื้อหาของเราให้มีคุณภาพ วางแผนกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นพร้อมรับมือ AI ที่กำลังจะมา”

ด้าน คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า “นับว่าเป็นโอกาสดีที่ผู้บริหารคนรุ่นใหม่กลุ่ม Start up ในสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาดได้มาแชร์ความรู้ ประสบการณ์ทำงาน ในด้าน MerTech เพื่อตอบคำถามของสื่อมวลชนว่า เป้าหมายการทำงานต่อจากนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน แกนหนึ่งที่สำคัญคือ  “เรื่องของข้อมูล” เป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้อย่างยิ่ง สามารถไปต่อยอดในด้านกลยุทธ์หรือการขายก็ได้  เช่น  ข้อมูลของเพจ “ส่องสื่อ” ที่รวมรวม Engagementโดยจัดเรียงอันดับ ทำให้เราเห็น ความสัมพันธ์ของจำนวนการโพสต์ กับจำนวนผู้ติดตามในแต่ละเพจอย่างชัดเจน ” 

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณจิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์ นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด หรือ MarTech มาบรรยายถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีด้านการตลาดมาช่วยในการปรับปรุง หรือ สร้างวิธีการทำงานแบบใหม่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด  “MarTech คือ เครื่องมือที่ทำให้การทำการตลาดยุคใหม่ไม่ต้องใช้วิธี Manual เราสามารถทำแบบ Automation ได้ ซึ่ง MarTech มาจากการความก้าวหน้าของการใช้  Software ที่อยู่บนคลาวด์ SAAS (Software AS A Services)  ใช้ประโยชน์ได้มากมาย อาทิเช่น การเก็บข้อมูลจาก Social การช่วยตัดสินใจในธุรกิจ (Data Driven Business) ช่วยในการเก็บข้อมูลลูกค้า การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) การทำการตลาดอัตโนมัติ (Marketing Automation)”

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wisesight ให้มุมมองเรื่องการทำงานที่ท้าทายในปัจจุบัน Trend ของ Social media ไม่ได้หยุดแค่ Social Media  เพราะบริบทของ Social Media หมายถึง ผู้บริโภคทั้งหมด What Next 2024 มาดูกันว่า ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และคอนเท้นท์บน Social media มีการปรับเปลี่ยนไปอย่างไร บริบทของสังคมในภาพใหญ่ ปรับเปลี่ยนอย่างไร เพื่อให้เราสามารถวางแผนกลยุทธ์ หรือวาง Tactic ได้ว่าในปี 2024  เราควรจะปรับตัวเรื่องอะไรบ้าง การเปลี่ยนแปลงในเชิงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Disruption ถ้าใครปรับตัวใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้ก่อน ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบในปี 2024 ค่อนข้างมาก “ในอนาคต งานจะเหมือนเดิม แต่วิธีการทำงานจะเปลี่ยน ถ้าเราทำเหมือนเดิม เราจะตกยุค”

คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์  ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท พรีดิกทีฟ  (Predictive) ผู้ให้บริการด้าน Data Intelligent กล่าวถึง “การนำเครื่องมือ เทคโนโลยีการตลาดมาใช้ ทั้งในด้าน กระบวนการ วิธีคิด และกลยุทธ์ ในฐานะสื่อจะสามารถสร้างรายได้มากขึ้นจากการใช้ข้อมูล ไม่ว่าจากการวิเคราะห์ Segmentation ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาบนเว็บไซต์ ว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ทั้งในแกนของ นักการตลาดและแกนของผู้ใช้งาน  พวกเขามีความคาดหวังอย่างไรบ้าง เราสามารถนำข้อมูล มาสร้างมูลค่าเพิ่มในการหารายได้อย่างไร ซึ่งกระบวนการคิดจะเริ่มจาก ต้องรู้ว่าปัจจุบันข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กร ที่จัดเก็บมาเป็นสิบๆ ปีมีตรงไหนบ้าง นำมาสร้างมูลค่าให้เราได้ การนำข้อมูลไปสร้างธุรกิจใหม่ๆ หรือสามารถ Monetized เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกิดขึ้น เช่น การทำ CPM ถ้าเรานำข้อมูลมาวิเคราะห์แยกแยะประเภทของข้อมูลให้ละเอียดมากขึ้น เราก็จะอาจจะขายได้ในมูลค่าที่มากกว่าเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราวางกลยุทธ์ไว้ สามารถนำไปสร้างรายได้อย่างไรบ้าง ข้อมูลไม่ได้มาฟรี ๆ คุณต้องลงทุนเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้า ”

คุณภาวัต พุฒิดาวัฒน์  ผู้บริหาร บริษัท โกเซล  (Gosell) สตาร์ทอัพผู้ให้บริการด้าน ระบบจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าออนไลน์ กล่าวถึงการทำการตลาด  Ecommerce & Affiliated Marketing ว่า สื่อทุกค่ายมี Follower หรือผู้ติดตามจำนวนมากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือ การเพิ่มช่องทางการขาย เช่นการทำ Affiliate การเพิ่มรายได้จากฝั่ง E commerce นำไปปรับใช้กับธุรกิจสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตมากขึ้น และแพลตฟอร์มที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้คือ TikTok ที่ Disruption วิธีการขาย Affiliate แบบเก่า กลายมาเป็นรูปแบบของคลิปวีดีโอ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้กับกลุ่ม Influencer

คุณชนกานต์ ชินชัชวาล ผู้บริหาร บริษัท Robolingo (ZWIZ.AI) ผู้ให้บริการระบบ AI Chat Bot และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก บรรยายในหัวข้อ “ Social Commerce” แนะการหารายได้ บนช่องทาง Social Media เช่น Facebook  Line, IG, TikTok และ การนำ Automation Tool  มาช่วยในการขาย เช่น ออกรายการทีวีแล้วปิดการขายผ่าน Line ผ่าน Chat Facebook มีตัวช่วยเยอะมาก ถ้าสื่อบวกกับ MarTech ในเชิงการใช้เครื่องมือต่าง ๆ จะช่วย Brand และผู้ประกอบการ เรื่องยอดขายได้มากขึ้น เพิ่ม Reach การเข้าถึงได้มากขึ้น การออกแบบโครงสร้าง Chatbot ให้ดี ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และนำไปสู่การเพิ่มยอดขายได้

คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้บริหารบริษัท AIYA บรรยายในหัวข้อ Proximity Marketing หรือการทำการตลาดแบบใกล้ชิด โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น  การทำ Location base Marketing ใน Line Application เป็นการตลาดที่น่าสนใจ มุ่งเน้นไปที่การเจาะกลุ่มลูกค้าตามโลเคชั่นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง สามารถวัดสถิติได้ เป็นการสื่อสารที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถสร้างผู้ติดตามใน Line

กล่าวโดยสรุป การใช้เทคโนโลยีในการทำการตลาดยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ มีความสำคัญต่อการปรับตัวขององค์กรสื่อ เพื่อมองหาโอกาสในการหารายได้เพิ่ม และเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงเนื้อหา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาบุคคลากรองค์กรสื่อให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น และโครงการ One Day Training เป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพดังกล่าวให้เกิดขึ้น

#สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ #SONP #Onedaytraining #Influencermarketing #tellscore #กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดตัว “น้องนิ้งค์” เข้าชิงชัยนางสาวไทยคนที่ 55

ประจวบฯ เปิดตัว “น้องนิ้งค์” เข้าชิงชัยนางสาวไทยคนที่ 55

ช่วงค่ำวันที่ 17 ธันวาคม 2566 กองประกวดนางสาวไทยประจวบฯ โดยนายณชพัฒน์ ชินวัตร ผู้ถือลิขสิทธิ์นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2567 จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2567 (Miss Thailand Prachuapkirikhan 2024) มีพลตรีอาวุธ พุทธอำนวย ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์, นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน, นายสรรภพ อึ้งรัศมี สท.หัวหิน, นายธีรยุทธ สุขลาภ ผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมฟัง

การประกวดนางสาวไทย เดิมเรียกว่าการประกวดนางสาวสยาม ภายใต้สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย จัดขึ้นเพื่อส่งผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดนางงามจักรวาล ปีนี้ดำเนินการจัดการประกวดโดยบริษัท ทีพีเอ็นโกลบอล ในสโลแกนประกวด from Local to Global เฟ้นคัดสาวงามอย่างไทยทั้ง 77 จังหวัด ประชันความงามเพื่อค้นหานางสาวไทยคนที่ 55 สำหรับจังหวัดประจวบฯ ได้เปิดตัวน้องนิ้งค์ น.ส.พรศิริกุล พั่วทา อายุ 26 ปี นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2567 พร้อม รองนางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2567 น้องปังปอนด์ น.ส.จิตรลดา ภัทรสกล อายุ 22 ปี และน้องออมสิน น.ส.กชอร วชิรานุกูล อายุ 19 ปี โดยมีน้องขนม น.ส.พัชรา กฤษณเศรณี อายุ 26 ปี นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2566 ร่วมแสดงความยินดี ซึ่ง น้องนิงค์จะต้องทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม เผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม รวมไปถึงการนำเสนอของดี แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดประจวบฯ ให้ปรากฏแก่สายตาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และพร้อมพัฒนาศักยภาพ เตรียมความพร้อมในการประกวดบนเวทีการประกวดนางสาวไทย คนที่ 55 เพื่อช่วงชิงมงกุฎประทับตราวชิราวุธอันทรงเกียรติแห่งปี และจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปร่วมประกวดมิสเวิลด์ 2024 (Miss World 2024) ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แอนโทเนีย และ สจ.บอย รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของแสตมฟอร์ด

แอนโทเนีย และ สจ.บอย รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของแสตมฟอร์ด

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 24 มี บัณฑิตปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 1,231 คน จากนานาประเทศรวม 41 ประเทศ เข้าร่วมงานพิธีประสาทปริญญาบัตร และได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตและตัวแทนจากสถานทูตกว่า 15 ประเทศ ร่วมในพิธีครั้งนี้ ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ทั้งนี้หนึ่งในพันธกิจของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด คือ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยในยุคดิจิทัล เพื่อผลักดันนักศึกษาก้าวสู่ความเป็นบัณฑิต ให้มีความรู้ ความสามารถในอาชีพของตนในระดับนานาชาติ อีกทั้งบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปี 2566 นี้ มาจากหลากหลายชาติ รวม 41 ประเทศ ซึ่งเป็นส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ และผลักดันให้บัณฑิตกลายเป็นประชาชนโลก Global Citizens ที่มีศักยภาพที่ดีด้วย โดยวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ มีผู้จบการศึกษาทั้งสิ้น 234 คน อาทิ คุณจำนงค์ บุตรสงค์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมวิรันดา รีสอร์ท แอนด์วิลล่า หัวหิน – ชะอำ และโรงแรมเวอโซ หัวหิน จบการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และคุณนฤมล ฉายอรุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยู.ที.2014 (ปั้ม ปตท.ทับสะแก) จบการศึกษาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเช่นกัน

พร้อมกันนี้มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ให้กับ“แอนโทเนีย โพซิ้ว” รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สปี 2023 และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2566 ซึ่งจบการศึกษาเมื่อปี 2565 ในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะนิเทศศาสตร์ และนายทวีสิน พัฒนาภิรัส หรือ สจ.บอย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ จบการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เมื่อปี 2555 ครั้งนายทวีสิน ยังเป็น ส.อบจ.ประจวบฯ ได้ทำประโยชน์สู่สังคม บริหารงานอย่างยอดเยี่ยม จนได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน อบจ.ประจวบฯ จนถึงปัจจุบัน และได้สนับสนุนกิจกรรมของมหาวิทยาลัยด้วยดีตลอดมา โดยมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดร่วมแสดงความยินดีกับแอนโทเนีย โพซิ้ว ที่ได้มุ่งมั่น ตั้งใจ สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยและประเทศไทยในเวทีชาติและเวทีระดับโลก รวมถึงมีความพร้อมที่จะริเริ่มโครงการช่วยเหลือสังคมในทุกมิติของไทยต่อไป พร้อมกันนี้“แอนโทเนีย โพซิ้ว”ได้ขึ้นเวทีเป็นตัวแทนศิษย์เก่า กล่าวสุนทรพจน์และกล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯเปิดเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ป่าพรุแม่รำพึง – ท่องตลาดวัฒนธรรม 100 ปี บางสะพาน

ททท.ประจวบฯเปิดเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ป่าพรุแม่รำพึง – ท่องตลาดวัฒนธรรม 100 ปี บางสะพาน

วันที่ 16 ธันวาคม 2566 นางสาววรกานต์ ถาวร รอง.ผอ.ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าพรุแม่รำพึง บางสะพานยั่งยืน ,โรงแรมบางสะพานรีสอร์ท และเครือข่ายภาคีพันธมิตรท่องเที่ยว พร้อมสื่อมวลชล เปิดเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ตะลุยป่าพรุแม่รำพึง ท่องตลาดวัฒนธรรม 100 ปี บางสะพาน ภายใต้โครงการ Life Long Lay ความสุขหยุดเวลา พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เตรียมพร้อมต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Millennial Family ช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดยาวต่อเนื่อง มุ่งขยายวันพักจากประสบการณ์ท่องเที่ยวมา และกระจายนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่อำเภอรองของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามกลยุทธ์ทางการตลาดท่องเที่ยวปี 2567

นางสาววรกานต์ ถาวร รอง.ผอ.ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เส้นทางการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon คือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีการเบียดเบียนธรรมชาติน้อยที่สุด ทั้งการช่วยลดการใช้พลังงานลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การนำพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ป่าพรุแม่รำพึง ถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอีกแห่งที่สำคัญของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีการดูแลอนุรักษ์พื้นที่ของชุมชน มีการใช้ประโยชน์แบบยั่งยืน รวมทั้งยังนำผลิตภัณฑ์จากป่าพรุแห่งนี้มาต่อยอดสร้างรายได้ให้กับชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าพรุแม่รำพึง บางสะพานยั่งยืน วันนี้จึงร่วมกับทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าพรุแม่รำพึง บางสะพานยั่งยืน จัดกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ป่าพรุแม่รำพึงบางสะพาน ขึ้นมาถือเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่อีกแห่งของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มรักธรรมชาติ กลุ่มนักดูนก สามารถมาท่องเที่ยวได้และเป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับทั้งเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านค้า ชุมและและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าพรุแม่รำพึง บางสะพานยั่งยืน ได้อีกทางหนึ่ง

ซึ่งเส้นทางการท่องเที่ยวป่าพรุแม่รำพึง เป็นการพายเรือคายัคในพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึง  จะได้สัมผัสความหลากหลายของพื้นที่ ทั้งป่าเสม็ดขาว ป่าจาก ป่าโกงกาง ป่ากระจูด และบัวผัน บัวเผื่อน และการดูนกอพยพ นกประจำถิ่นตามช่วงฤดูกาล ซึ่งวันนี้ผู้ที่เข้าร่วมเปิดประการณ์เส้นทางการท่องเที่ยว Low Carbon ตะลุยป่าพรุแม่รำพึง ยังจะได้ชิมลูกจากสดๆ จากต้น และร่วมถ่ายรูปเช็คอิน ณ ป่าพรุแม่รำพึง

หลังจากนั้นในช่วงเย็นยังได้นำคณะสื่อมวลชน และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว เดินทางเยี่ยมชมตลาดวัฒนธรรม 100 ปี ของอำเภอบางสะพาน บางส่วนยังคงมีบ้านไม้เก่าแก่ให้เห็นอยู่ ตลอดจนจนเลือกซื้อขนมหวาน ร้านขายของฝากเก่าแก่ อาหารท้องถิ่น จึงหวังว่าการเปิดเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon ตะลุยป่าพรุแม่รำพึง ท่องตลาดวัฒนธรรม 100 ปีบางสะพาน ภายใต้โครงการ Life Long Lay ความสุขหยุดเวลา พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เตรียมพร้อมต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Millennial Family เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยว ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ครบ 2 ปี The Legend Arena สร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา

ครบ 2 ปี The Legend Arena สร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา

วันที่ 17 ธันวาคม 2566 บลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับ วิว เยาวภา บุรพลชัย ฮีโร่เหรียญทองแดง กีฬาเทควันโด โอลิมปิกเกมส์ ปี 2004 ผู้บริหารเดอะเลเจ้นด์อารีน่า เปิดศูนย์กีฬาต้อนรับผู้สนใจ ในโอกาสครบรอบ 2 ปี เดอะเลเจ้นด์อารีน่า หัวหิน โดยเปิดทุกชนิดกีฬาให้เรียนและฝึกฝนกีฬา อาทิ มวยไทย เทควันโด ยูยิตสู Mix Martial Art (MMA) เทเบิ้ลเทนนิส Cover Dance และ Work Shop การทำมงคลมวยไทย การรำไหว้ครูมวยไทย การสอนดนตรีไทย ขลุ่ยไทย และการแข่งขันมวยไทย มวยมันส์วันอาทิตย์ โดยได้รับความสนใจจากเด็ก เยาวชน และประชาชน ทั้งไทยและต่างชาติ มาร่วมงานกว่า 200 คน โดยมีคณะสาวงาม จากNext Legend Thailand by Vatanika มาร่วมทำกิจกรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ของเดอะเลเจ้นด์อารีน่า อย่างสนุกสนาน

วิว เยาวภา กล่าวว่า วันที่ 16 ธันวาคม เป็นวันครบรอบ 2 ปี เดอะเลเจ้นด์อารีน่า เราจึงจัดกิจกรรมครบรอบ 2 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ คือการรวมตัวกันสร้างชุมชนส่งเสริมให้ทุกคนได้มาออกกำลังกาย และอนุรักษ์ ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะมวยไทย และดนตรีไทยสู่สายตาคนต่างชาติ ในงานเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาเรียนรู้ และฝึกฝนกีฬา และสร้างสรรค์ดนตรี และศิลปะ มุ่งเน้นไปสู่การส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมไทย มวยไทย ดนตรีไทย มี Work Shop การทำมงคล มวยไทย การแสดงและสอนรำไหว้ครูมวยไทย รวมถึงเปิดการเรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีไทย และยังมีการจัดการแข่งขันมวยไทย เพื่อโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย รวมถึงการพัฒนานักกีฬามวยไทยในพื้นที่ภาคตะวันตก ซึ่งได้รับความสนใจจากคนไทยและ ต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้มีการแข่งขันมวยไทย 9 คู่ รายการมวยมันส์วันอาทิตย์ คู่เอก มวยไทย 5 ยก สมิงหยก พุ่มพันธ์ตึ๋ง (ดำ) ชนะน๊อค จักรน้อย ส.ศริญญา (แดง) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนมวย นั่งชมกันเต็มพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เฟ้นหาสาวงามเข้าชิงชัยมิสแกรนด์สามร้อยยอด สู่เวทีมิสแกรนด์ประจวบฯ 2024

ประจวบฯ เฟ้นหาสาวงามเข้าชิงชัยมิสแกรนด์สามร้อยยอด สู่เวทีมิสแกรนด์ประจวบฯ 2024

วันที่ 17 ธันวาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ร.ต.นิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR สามร้อยยอด ดร.สิริกร หน่อทิม ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์สามร้อยยอด 2024 ผู้บริหารร้านอิ่มอกอิ่มใจ และปราณบุรีคาบาน่ารีสอร์ท นายภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ ปี 2024 ร่วมแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์สามร้อยยอด 2024 มี “น้องพั้นช์” เจนสิตา อร่ามคำ มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2024 และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมการแถลงข่าวที่ร้านอาหารอิ่มอกอิ่มใจ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ

นายภาติยะ นิ่มน้อย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อแนะนำผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการประกวดมิสแกรนด์สามร้อยยอด 2024 และเฟ้นหาสาวงามเพื่อเข้าประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024 ในรอบสุดท้าย จะมีขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2567 ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งผู้ชนะเลิศปีนี้จะได้รับมงกุฎเพชรมูลค่า 200,000 บาท ถ้วยรางวัลและสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล และ gift voucher รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านบาท และจะได้เป็นตัวแทนของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ UNFORGETTABLE เริ่มขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม – 6 เมษายน 2567 พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนประชันความงามเพื่อเฟ้นหามิสแกรนด์ไทยแลนด์ คนที่ 12 ในค่ำคืนวันที่ 6 เมษายน 2567 ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า SHOW DC กรุงเทพฯ

ด้านนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมเฟ้นหาสาวงามมิสแกรนด์สามร้อยยอด เป็นสุภาพสตรีที่มีคุณสมบัติทุกด้านที่ดีที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนของชาวสามร้อยยอดไปประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ในรอบสุดท้าย เป็นโอกาสสำคัญที่จะเป็นการสร้างสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความเป็นสามร้อยยอดให้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงนี้ทุกจังหวัดต่างก็ใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกในการสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอำเภอสามร้อยยอด มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่สามารถตอบโจทย์การเดินทางได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย

“นอกจากนี้เวทีของการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ ยังให้ค่าและเชิดชูบทบาทของผู้หญิงอย่างเท่าเทียมในฐานะบทบาทหลักในการขับเคลื่อนสังคม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ ความคิดที่หลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าในตัวเองและท้องถิ่น ถือเป็นมิติใหม่แนวคิดในการประกวดสาวงามในปัจจุบัน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการจัดประกวดมิสแกรนด์สามร้อยยอด จะช่วยสื่อสารภาพลักษณ์ในทุกๆ ด้านของสามร้อยยอดให้รู้จักให้ได้ยินไปทั่วประเทศ ขอให้มิสแกรนด์สามร้อยยอดประสบความสำเร็จไปไกลระดับโลก สามารถคว้าดวงดาวสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับชาวประจวบคีรีขันธ์” นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวต้อนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ จำลองเหตุช่วยเหลือคนตกหน้าผา

อุทยานกุยบุรี เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ จำลองเหตุช่วยเหลือคนตกหน้าผา

วันที่ 16 ธันวาคม 2566 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง โรงพยายาลกุยบุรี ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกจากหน้าผา หรือตกจากที่สูง โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ผ่านการฝึกอบรมพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ และอาสาสมัครการแพทย์ฉุกเฉินเข้าร่วมรับการฝึกอบรมที่หน้าผาจุดชมช้างและสัตว์ป่ากุยบุรี ภายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง โรงพยาบาลกุยบุรี โดยจำลองสถานการณ์ว่ามีนักท่องเที่ยวพลัดตกจากที่สูง บริเวณหน้าผาจุดชมสัตว์ป่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร. 1 ป่ายาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ติดตั้งระบบรอก โรยตัวลงไปประเมินสถานการณ์ผู้บาดเจ็บด้านล่าง พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย อาการเบื้องต้นแขนซ้ายมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ขาขวาผิดรูป สะโพกหัก ผู้บาดเจ็บเสียเลือดมากและไม่รู้สึกตัว เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการเสียเลือดมาก อาจทำให้เกิดภาวะช๊อค จึงขอสนับสนุนจากหน่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงเข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีพร้อมหน่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง ได้ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบืัองต้น และเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บขึ้นจากหน้าผา ส่งต่อให้หน่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง โรงพยายาลกุยบุรี ซึ่งการฝึกอบรมผ่านไปด้วยดี ทำให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จะนักท่องเที่ยวเข้ามาชมสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน