Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านตำบลอ่างทอง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านตำบลอ่างทอง

วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกันเปิดหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน หรือโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ศาลาประชุมหมู่บ้านสีดางาม หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ข้าราชการ ผู้นำชุมชนและประชาชนจำนวนมากร่วมพิธี ในการนี้ ได้รับเมตตาจากพระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก วัดอ่างสุวรรณ กล่าวสัมโมทนียกถา ให้ศีลให้พรแก่ประชาชน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวเปิดโครงการ และชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่างทอง ช่วงถนนอ่างทอง – หนองมะค่า หมู่ 1, หมู่ 5 และถนนสายหนองหอย – มรสวบ หมู่ 5, หมู่ 8 เชื่อมตำบลชัยเกษม พร้อมทั้งระบุว่า จากที่ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพื้นที่ตำบลอ่างทอง ได้ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน เร่งดำเนินการแก้ปัญหาการบริหารจัดการขยะ ขุดลอกคูคลอง นอกจากนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการขอรับบริจาคเลือดแก่กาชาด เพื่อนำไปช่วยผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศวาระ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” 10 หัวข้อ รวมถึงกลยุทธการสร้าง Wellness Economy 8 หัวข้อ ที่จะเป็นการเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับคณะผู้บริหารจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ปลูกต้นไม้มงคล บริเวณศาลาหมู่บ้าน และเดินเยี่ยมชมบูธจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐมาร่วมออกให้บริการประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ ณ สถานที่ตั้ง รวมทั้งมอบพันธุ์ปลาน้ำจืดให้กับผู้นำท้องที่ และมอบเเตนเบียนบราคอน ให้แก่ผู้แทนเกษตรและผู้นำชุมชนเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน และร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ที่ได้รับจากพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี 100 ชุด จากสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ 100 ชุด และจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด 100 ชุด รวมจำนวน 300 ชุด มอบให้แก่ประชาชน

ซึ่งก่อนหน้านั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนบ้านสีดางาม เพื่อมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียน พร้อมกับแนะนำแนวทางด้านการศึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยชี้ให้เห็นความสำคัญด้านวิชาการ เช่น คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ เทคโนโลยี และความรู้ด้าน AI ซึ่งเป็นเรื่องที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน เด็กๆ ได้แสดงความเห็นในเรื่องอาชีพที่ใฝ่ฝันในอนาคต เช่น อยากเป็นผู้พิพากษา และจากนั้นไปเยี่ยมครัวเรือนผู้พิการ และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนที่บ้านใน ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จำนวน 2 หลังอีกด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฝรั่งแต่งชุดไทยร่วมพิธีรำบวงสรวงถวาย ในงานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก

ฝรั่งแต่งชุดไทยร่วมพิธีรำบวงสรวงถวาย ในงานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก

วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ในพิธีเปิดงานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม หลวงพ่อเกตุ และบูรพาจารย์ วัดเกาะหลักพระอารามหลวง โดยมี พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน มีนายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการหน่วยงาน ผู้บริหารเทศบาล และพุทธศาสนิกชนชาวประจวบฯ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

งานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม หลวงพ่อเกตุ และบูรพาจารย์ของวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 17 มีนาคม รวม 6 วัน มีมหรสพมากมาย เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี ลิเก หนังตะลุง และการแข่งขันกีฬา เป็นต้น มีพิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ และผู้มีคุณูปการต่อวัด มีกิจกรรมรำบวงสรวงถวายหลวงพ่อเปี่ยม หลวงพ่อเกตุ จากนางรำจำนวนกว่า 100 คน มีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งให้ความสนใจ ชื่นชอบในประเพณีวัฒนธรรมของไทยแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดไทยเข้าร่วมการรำถวายด้วย

ทั้งนี้ วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2300 มีฐานะแรกเป็นสำนักสงฆ์ ตั้งแต่สมัยอยุธยา พัฒนาเป็นวัดเกาะหลัก และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2515 เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ด้วยความเคารพนับถือหลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต หรือนามสมณศักดิ์ว่า“พระครูสุเมธีวรคุณ”พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ และอดีตเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก มีความแม่นยำในการพยากรณ์ดวงชะตา และมีความเชี่ยวชาญในการบรรจุดวงชะตาทางโหราศาสตร์ อีกทั้งยังชำนาญการรักษาโรคด้วยสมุนไพร

ท่านเกิดในสกุลถาวรนันท์ ที่บ้านนาห้วย ต.เมืองเก่า อ.ปราณบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2426 ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ เมื่ออายุครบบวช ได้อุปสมบทที่วัดลาด อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อ พ.ศ.2446 โดยมีพระครูสุวรรณมุนี วัดพระทรง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ วัดชีว์ประเสริฐ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่าจันทโชโต พ.ศ.2473 เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พ.ศ.2474 ได้รับตำแหน่งเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2467 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่พระครูสุเมธีวรคุณ พ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูเมธีวรคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระเมธีวรคุณ หลวงพ่อเปี่ยมละสังขารเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2492 สิริอายุ 69 ปี พรรษา 48 และทุกปีในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 จะมีการจัดงานปิดทองรูปหล่อของท่านและอดีตเจ้าอาวาสทุกรูป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเจ้าหน้าที่อุทยาน ร่วมกับ อบต.หาดขาม พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวันช้างไทย โดยมีนายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 300 คน ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.5 ห้วยลึก โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวง ไหว้ศาลช้างบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.1 ป่ายาง จากนั้นได้ร่วมกันเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กำจัดวัชพืช เสริมโป่งเทียม และทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป อุทิศส่วนกุศลให้ช้างป่า ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “ทางออกของชุมชน คน ช้างป่ากุยบุรี”โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง ผู้เชี่ยวชาญช้างป่าในพื้นที่ นายพิชิต มีศักดิ์ รองนายก อบต.หาดขาม น.ส.อารีย์ คงมั่น ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบ้านรวมไทย นายสุรวัชร เปลี่ยนปราณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบรี ร่วมเสวนาเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีของเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลหาดขาม ที่ อบต.หาดขาม สนับสนุนเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 18,300 บาท ปิดท้ายด้วยการมอบเงินสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าจำนวน 10 เครือข่ายๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 500,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย รัฐบาลมีนโยบายโดยต่อเนื่องในการให้ความสำคัญกับการดูแลช้างสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณ ทั้งในส่วนการอนุรักษ์ช้างป่าและการยกระดับมาตรฐานดูแลช้างเลี้ยง ให้เป็นที่ยอมรับของสากล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนดำเนินการโครงการอนุรักษ์ช้าง ทำให้แนวโน้มประชากรช้างมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันช้างป่ามีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ประมาณ 4,013 – 4,422 ตัวในพื้นที่อนุรักษ์ ทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน จำนวน 91 แห่ง (ข้อมูลวันที่ 9 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ระหว่างการสำรวจและการประเมินประชากรช้างป่าทั่วประเทศ ปี 2566) และภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางแห่ง ในแต่ละพื้นที่การกระจายสามารถพบช้างป่าได้ ตั้งแต่น้อยกว่า 10 ตัว ไปจนถึง 200 – 300 ตัว โดยกลุ่มป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ประชากรช้างป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว – น้ำหนาว และกลุ่มป่าแก่งกระจาน อย่างไรก็ตาม การสำรวจติดตามและศึกษาประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาช้างขาดแหล่งอาหารและน้ำ เนื่องจากป่าซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของช้างถูกบุกรุก เพื่อเป็นที่ทำกิน ตลอดจนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้มีปัญหาช้างออกมาทำลายพืชผลเกษตรในชุมชน ซึ่งรัฐบาลได้กำชับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแนวทางทั้งการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ตลอดจนการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ให้สามารถเป็นแหล่งอาหารของช้าง ลดความขัดแย้งระหว่างช้างกับชุมชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดงานวันช้างไทย ประจำปี 2568 ที่หมู่บ้านช้างหัวหิน หลังวัดเขาอิติสุคโต จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายประกอบ ชำนาญกิจ เจ้าของหมู่บ้านช้างหัวหิน ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวรายงาน โดยมีนายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี แขกผู้มีเกียรติ กลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน นักท่องเที่ยวและนักเรียนจากโรงเรียนฮาริโอ อินเตอร์เนชั่นแนล สมอโพรง เข้าร่วม

ภายในงานมีการเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ต่างๆ ให้กับช้างจำนวน 7 เชือก โดยมีควาญช้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด มีพิธีไหว้ศาลปะกำช้าง นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ใช้ปากกาเมจิกเขียนถึงความรู้สึกที่มีต่อช้าง ลงบนช้างโมเดลที่หมู่บ้านช้างสร้างขึ้น มีการแสดงความสามารถพิเศษของช้าง รวมทั้งยังมีศิลปินรับเชิญ อาทิ อาจารย์อู้ด อัมพวา มาเปิดการเวิร์คช๊อปสีโปสเตอร์ และการประกวดวาดภาพช้างชิงเงินรางวัล รางวัลที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท รางวัลที่ 2 เป็นเงิน 3,000 บาท และรางวัลที่ 3 เป็นเงิน 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมหมู่บ้านช้างหัวหิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของช้างไทย กระตุ้นให้คนไทย เยาวชนไทยหันมาสนใจ รัก หวงแหนและร่วมกันอนุรักษ์ช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาเนิ่นนาน อีกทั้งช้างยังมีบทบาทสำคัญในหลายแง่มุม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานในวันนี้จะช่วยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่าช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีเกียรติและน่ายกย่อง ดังนั้น เราควรช่วยกันเห็นคุณค่า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจและช่วยกันอนุรักษ์ให้ช้างอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนาน

นายประกอบ ชำนาญกิจ กล่าวว่า หมู่บ้านช้างหัวหิน เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย มักเดินทางมานั่งช้างชมธรรมชาติ

วันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้คนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหน ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม เป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้น มีความเหมาะสมเป็นวันช้างไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหิน เตรียมจัดงานรำลึกบูชาครูฟ้า – ขาว ครั้งที่ 2

สมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหิน เตรียมจัดงานรำลึกบูชาครูฟ้า – ขาว ครั้งที่ 2

วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน / นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานรำลึกบูชาครูฟ้า – ขาว ครั้งที่ 2 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอมร พัฒน์ทอง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน / เลขานุการสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหิน นายปิยะพงษ์ นิลเถื่อน รองผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน นายสุรีย์ เข็มเงิน ประธานชมรมครูเก่าโรงเรียนหัวหิน คณะครูเก่า ครูปัจจุบันและศิษย์เก่าโรงเรียนหัวหิน เข้าร่วมรับฟัง

นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ กล่าวว่า โรงเรียนหัวหินเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2494 ปีนี้จึงครบ 74 ปี ของการก่อตั้งโรงเรียนหัวหิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีนักเรียนจำนวนมากที่จบการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ออกไปรับใช้สังคม และประเทศชาติมากมาย ทั้งนี้ด้วยการได้รับการอบรม สั่งสอนประสิทธิประสาทวิชาความรู้ และประสบการณ์จากคุณครูอาจารย์จากโรงเรียนหัวหินแห่งนี้ ดังนั้นสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหิน ชมรมครูเก่าโรงเรียนหัวหิน และครูปัจจุบัน กำหนดจัดงาน “รำลึกบูชาครูฟ้า – ขาว” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 26 เมษายน 2568 ณ หอประชุมวิริยสมิต โรงเรียนหัวหิน เพื่อแสดงความคารวะเคารพ และรำลึกถึงพระคุณของครู แสดงความรัก คิดถึง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับศิษย์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างครูเก่า และกับครูปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองติฯ เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคมคนแรก

รองติฯ เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคมคนแรก

วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานประชุมหารือเพื่อจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครู และผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่คลับเฮ้าส์สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา และนายราชศักดิ์ ประสิทธิ์พันธ์ เข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุมได้มีมติให้นายอติชาติ ชัยศรี เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช เป็นอุปนายกคนที่ 1 นายบุญนำ เลาหสถิตย์ เป็นอุปนายกคนที่ 2 นายอำนาจ ป่านแก้ว เป็นอุปนายกคนที่ 3 น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เป็นเลขานุการ และนายราชศักดิ์ ประสิทธิ์พันธ์ เป็นสมาชิก พร้อมกันนี้สมาคมฯ เตรียมยื่นขอจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างถูกต้องกับที่ว่าการอำเภอหัวหินและจังหวัดประจวบฯ หลังจากนั้นจะเปิดตัวสมาคมพร้อมทำกิจกรรมและหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้สมาคมฯ เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนต่อไป

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ยังไม่เคยมีการจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคมมาก่อน ปัจจุบันโรงเรียนมีอายุถึง 71 ปีแล้ว มีศิษย์เก่ามากมาย ทางคณะผู้บริหารสถานศึกษาได้ลงมติเห็นชอบว่าควรจะมีการก่อตั้งสมาคมขึ้นมา และเสนอให้ตนเป็นนายกสมาคมฯโดยมีอุปนายกสมาคม 4 ท่าน มีเลขานุการสมาคม และมีคณะกรรมการสมาคม ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่โรงเรียนได้มีการก่อตั้งสมาคมขึ้น เพราะที่ผ่านมาหลายปี สมาคมกีฬาหัวหินได้จัดการแข่งขันกีฬาจตุรมิตร 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม โรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียนหัวหิน และโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ซึ่งทั้งสามโรงเรียน ต่างมีสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง แต่ของโรงเรียนหัวหินวิทยาคมไม่เคยมี จึงอยากให้มีการตั้งสมาคมขึ้นมารองรับ เพื่อการมีส่วนร่วมและผลักดัน พัฒนาด้านการศึกษาให้กับนักเรียน ครูและโรงเรียน หลังจากนี้จะไปดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมครั้งนี้ คือ เรามองถึงความเติบโตของโรงเรียน มองถึงความก้าวหน้าของโรงเรียน และบุคลากรในโรงเรียน ดังนั้นการจัดตั้งสมาคมครั้งนี้เพื่อรองรับอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการที่จะช่วยในการทำงานในชุดนี้ที่เป็นคณะกรรมการก่อตั้ง ซึ่งทุกคนมีใจ มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าที่การงาน ความเป็นอยู่ ทุกอย่างเรามีพร้อมหมดแล้ว สมาคมฯ จึงต้องเดินหน้ากันต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบหนุ่มลอบขนหินพระธาตุ ในอุทยานเขาสามร้อยยอด ส่งขายนายทุน

รวบหนุ่มลอบขนหินพระธาตุ ในอุทยานเขาสามร้อยยอด ส่งขายนายทุน

วันที่ 11 มีนาคม 2568 นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนชุดที่ 1, 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปราม สายที่ 2 ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 พบ., เจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปรามสายที่ 3 ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 พบ. และตำรวจ กก. 5 บก. ปทส. ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตามนโยบายของ รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการป้องกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อมาถึงบริเวณหุบยายแพรว อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ตามพิกัด 47 P 601075 E 1348441 N อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พบเห็นเรือหางยาวสีน้ำตาลพร้อมเครื่องยนต์หางยาวจอดเทียบท่าอยู่ 1 ลำ และห่างจากเรือลำแรกประมาณ 10 เมตร พบเรือถ่อสีเขียว 1 ลำ จอดเทียบท่าอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการดักซุ่มใกล้ๆ กับเรือหางยาวและเรือถ่อ ทั้งสองลำ

จนกระทั่งพบเห็นชายสองคน แบกถุงปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง เดินลงมาจากเขาเพื่อมาขึ้นเรือหางยาวที่จอดเทียบท่าอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น แต่ทั้งสองคน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างทิ้งถุงปุ๋ยพากันวิ่งหลบหนี จึงติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าจนสามารถจับกุมได้ 1 คน ส่วนอีกคนอาศัยความชำนาญว่ายน้ำหลบหนีไปได้ ทราบชื่อภายหลังว่านายชัยวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวสามร้อยยอด นำมาค้นที่ถุงปุ๋ย พบเศษหินน้ำหนักประมาณ 22 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบนำหินในอุทยานฯ ตั้งใจไปส่งขายให้นายทุนเพราะได้ราคาดี แต่ถูกจับเสียก่อน จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ดำเนินคดีตามกฎหมายและติดตามจับตัวพรรคพวกที่ยังหลบหนีต่อไป สำหรับหินดังกล่าวเป็นที่ต้องการของนายทุน มีลักษณะสีแดงและสีน้ำตาล มีความสวยงาม ทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้รับซื้อที่ต้องการนำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเครื่องประดับเพื่อจำหน่าย ตามความเชื่อของคนบางกลุ่มว่าพระธาตุเหล่านี้เกิดจากพระอรหันต์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอเมือง ประกอบพิธีอัญเชิญพญาครุฑประดิษฐานหน้าที่ว่าการอำเภอ

นายอำเภอเมือง ประกอบพิธีอัญเชิญพญาครุฑประดิษฐานหน้าที่ว่าการอำเภอ

วันที่ 9 มีนาคม 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานประกอบพิธีทางพราหมณ์ อัญเชิญรูปเสมือนพญาครุฑขึ้นประดิษฐาน ที่บริเวณลานเสาธง หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ปลัดอำเภอฝ่ายต่างๆ ข้าราชการ หัวหน้าส่วนงาน ผู้แทนเทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพียง

หลังจากที่นายอำเภอเมืองประจวบฯ ได้จัดสรรงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมปรับปรุงอาคารสำนักงานที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และแผนกต่างๆ ที่มีสภาพทรุดโทรม ให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพื่อให้พร้อมสำหรับบริการประชาชน และเมื่อได้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อย จึงได้ประกอบพิธีอัญเชิญพญาครุฑขึ้นประดิษฐานไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ในตำแหน่งเดิม เพื่อให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง สร้างความผาสุกร่มเย็นให้ข้าราชการและชาวเมืองประจวบฯ ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่เป็นนายอำเภอหัวหินต่อไป

ทั้งนี้ ครุฑเป็นสัตว์หิมพานต์ เป็นพญานกที่มีรูปครึ่งมนุษย์ ครึ่งนก เป็นเทพพาหนะของพระวิษณุ เรามักจะพบเห็นครุฑที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ประดับอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ ธนาคาร ห้างร้านบางแห่ง บนธนบัตรหรือธง คนไทยถือว่าครุฑเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่มีความหมายเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะไทยได้รับอิทธิพลด้านศาสนามาจากประเทศอินเดีย ที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ คืออวตารของพระนารายณ์ ครุฑเป็นสัตว์ที่มีฤทธิ์มากและเป็นพาหนะของพระนารายณ์ จึงเป็นสัญลักษณ์แทนพระมหากษัตริย์ ดังที่ได้ปรากฏอยู่ในดวงตราหรือพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ประจำรัชกาล ประจำแผ่นดิน

รูปครุฑ เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เนื่องจากเป็นความเชื่อในลัทธิสมมุติเทวราช ที่ถือว่ากษัตริย์คืออวตารของพระนารายณ์ ที่ลงมาปกครองบ้านเมือง และเมื่อพระนารายณ์มีครุฑเป็นพาหนะของพระองค์ ครุฑจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญไปด้วย การใช้รูปครุฑเป็นตราแผ่นดินและเครื่องหมายของทางราชการ กำหนดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รูป ครุฑรำ หรือเรียกว่า พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ นอกจากนี้ ยังใช้ตราครุฑ เป็นตราหัวกระดาษของหนังสือ หรือแบบฟอร์มในราชการอีกด้วย

ส่วนภาคธุรกิจเอกชนที่มีเครื่องหมายครุฑพ่าห์ประดับอาคารได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ จึงจะได้รับพระราชทานตราตั้ง หรือหนังสือรับรองการพระราชทานพระบรมราชานุญาต มีคำว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” อยู่เบื้องล่างของตราครุฑนั้น เพื่อแสดงว่าเป็นผู้ได้รับพระราชทานให้ใช้ตราแผ่นดินในกิจการได้.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในงาน 50 ปี รวมช่อราชพฤกษ์ รร.สามร้อยยอดวิทยาคม พร้อมสำรวจความเสียหายอาคารเรียน

รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในงาน 50 ปี รวมช่อราชพฤกษ์ รร.สามร้อยยอดวิทยาคม พร้อมสำรวจความเสียหายอาคารเรียน

วันที่ 10 มีนาคม 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาเป็นประธานในงาน“50 ปี รวมช่อราชพฤกษ์”ที่โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ดร.อาทิตย์ ธำรงชัยชนะ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ นายสุชาติ หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม นายสังคม แดงโชติ ส.ส.ประจวบฯ เขต 1 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการชมรมศิษย์เก่า และศิษย์เก่าโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคมให้การต้อนรับ

นายชินวัตร ทรัพย์เจริญพร ประธานชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างชมรมศิษย์เก่าและโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน รวมทั้งหารายได้สนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา ปรับปรุงระบบประปาและห้องน้ำนักเรียนตามนโยบาย“สุขาดี มีความสุข”อีกทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ศิษย์ปัจจุบัน ได้เห็นตัวอย่างที่ดีของศิษย์เก่าหลายๆ ท่าน ที่มีความมุ่งมั่นจนประสบผลสำเร็จในชีวิต การจัดงาน“50 ปีที่รอ รวมช่อราชพฤกษ์”ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชมรมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ตลอดจนหน่วยงานในชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ก่อนเริ่มงาน นายสุรศักดิ์ได้สำรวจอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นกองเร็ย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 และยืนยันว่าในปีงบประมาณ 2569 จะมีชื่อของโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ที่จะได้อาคารแบบ 2 – 1 สว. และวันนี้ทราบข่าวดีว่าสำนักงบประมาณพิจารณาอนุมัติงบ 18 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารเรียนแบบ สอง-หนึ่ง สว. เรียบร้อยแล้ว หวังว่านักเรียนจะได้เรียนอาคารใหม่ในงบประมาณ ปี 2569 อย่างแน่นอน.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ นำทีมซับน้ำตาผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ชะอำ

ผู้ว่าฯ นำทีมซับน้ำตาผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ชะอำ

วันที่ 10 มีนาคม 2568 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบวาตภัยพายุงวงช้างในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพและหมู่บ้านหนองคาง ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้หลังคาบ้านเรือน ร้านค้าและป้ายโฆษณาได้รับความเสียหาย รวม 27 หลังคาเรือน และมีต้นไม้หักโค่นในบางจุด ซึ่งอำเภอชะอำและเทศบาลเมืองชะอำ ได้สำรวจความเสียหายทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นจะใช้งบประมาณของเทศบาลเมืองชะอำช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนก่อน หากไม่เพียงพอ จะเสนอขอใช้งบประมาณจากอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถแจ้งที่นายอำเภอชะอำได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพ หมู่บ้านหนองคาง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นได้เกิดพายุงวงช้างขนาดใหญ่ตามมา พัดหลังคาบ้านและป้ายโฆษณา ตกลงใส่บ้านเรือนของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้รับความเสียหายไปหลายหลังคาเรือน และยังส่งผลให้ต้นไม้ล้มหักโค่นอีกหลายแห่ง เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ต่อมานายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เดินทางไปสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในเบื้องต้นแล้ว.