Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ถวายราชสักการะ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”

ประจวบฯ ถวายราชสักการะ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”

วันที่ 2 มีนาคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2567 ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองฯ ซึ่งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ทางด้านการช่าง มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายศักดิ์ศรี เส้งเตง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ ประธานพิธีได้มอบใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ จากนั้นเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ในการนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ พร้อมที่จะจัดการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่างๆ และเป็นสถานที่ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ประกอบอาชีพ มีงานทำต่อไปในอนาคต

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ณ ลุมพินีสถาน และทรงพระราชทานดำรัสเกี่ยวกับการช่างไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของช่างฝีมือที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้ฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน และคุณภาพของสินค้าและบริการ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งกระทรวงแรงงานได้นำมาปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือพัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ, สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 2 มีนาคมของทุกปี เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยตั้งปณิธานว่าจะขอยึดถือพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานและทรัพยากรบุคคลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน เริ่มเก็บค่าจอดที่ถนนโต้รุ่งแล้ว

เทศบาลหัวหิน เริ่มเก็บค่าจอดที่ถนนโต้รุ่งแล้ว

วันที่ 1 มีนาคม 2567 หลังจากเลื่อนการเก็บเงินมาสองครั้ง วันนี้เป็นวันแรกที่เทศบาลเมืองหัวหินเริ่มเก็บค่าบริการจอดรถบนถนนเดชานุชิต ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น. ในอัตรารถยนต์ 4 ล้อ ชั่วโมงละ 10 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 20 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ ชั่วโมงละ 20 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 30 บาท, รถจักรยานยนต์ ชั่วโมงละ 5 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 10 บาท รถยนต์ที่มาจอดเปิดท้ายขายสินค้าบนถนนดังกล่าวนั้น ก็จะถูกห้ามขายไปด้วย ส่วนที่เหลือโดยรอบตลาดนั้น ยังให้ใช้วิธีการจอดรถเหมือนปกติที่ผ่านมา

นางจีรวรรณ แจกสินธุ์ ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ก็ยังมีปัญหาบ้าง เพราะว่ายังไม่ลงตัวในเรื่องของเจ้าหน้าที่ และเรื่องรถเข้า รถออก ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะนำไปแก้ไข กรณีรถจอดก่อนเวลาที่กำหนด จะจดทะเบียนรถไว้ ช่วงใหม่ๆ นี้ยังพอที่จะอะลุ้มอล่วยกันอยู่ ไม่เข้มงวดมาก พอถึงเวลา 8.30 น. เจ้าหน้าที่จะค่อยๆ ปรับให้เข้าระบบ บางคนไม่เข้าใจ บางคนไม่รู้ว่าเก็บเงินเป็นวันแรก จะพยายามเน้นประชาสัมพันธ์ว่ามีการเรียกเก็บค่าจอด จำกัดเวลาในการจอดได้แค่ 3 ชั่วโมง จะชี้แจงให้เข้าใจกัน ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการหมุนเวียนที่จอดรถให้กับผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาด

ด้านผู้ที่มาใช้บริการจอดรถ กล่าวว่าถ้าถามว่าเก็บเงินดีไหม ก็ไม่ดีนะ เพราะว่าต้องเสียเงิน แต่ถ้าเก็บค่าจอด ก็ดีตรงที่ว่าจะมีที่จอดรถ มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและคอยให้บริการ ราคา 10 บาทคิดว่าเหมาะสมแล้ว ไม่แพงไป ปกติมาตลาดอาทิตย์ละ 2 วัน ไม่ค่อยจะมีที่จอดรถ บางวันต้องวนรถหาที่จอดประมาณ 2 รอบ ถึงจะได้จอด แต่วันนี้เข้ามาก็รู้เลยว่ามีที่จอดหรือไม่ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่คอยบอก ไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนอีกต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไร่เก่าอบรมโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

ไร่เก่าอบรมโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

วันที่ 1 มีนาคม 2567 น.ส.จารุรินทร์ ส่งแจ้ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ไร่เก่า จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี สู่ชุมชน ที่ห้องประชุม อบต.ไร่เก่า เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมจัดทำข้อมูลจำนวนสุนัขและแมวในพื้นที่ให้กับอาสาสมัครปสุสัตว์ โดยมีทีมวิทยากรจากปสุสัตว์อำเภอสามร้อยยอดมาให้ความรู้ด้านวิชาการ

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนองพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย และเพื่อสร้างบุคลากรในการปฏิบัติงานอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ตำบลไร่เก่าอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 กำหนดให้สัตว์ควบคุมทุกตัวต้องได้รับการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์ หรือผู้ที่ได้รับการมอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์เท่านั้น ดังนั้นผู้ได้รับมอบหมายจึงต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนวิธีการฉีดวัคซีนและการจัดเก็บวัคซีนที่ถูกต้อง การอบรมครั้งนี้มีอาสาสมัครปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ อบต.ไร่เก่า และประชาชน เข้ารับการอบรม 50 คน เป็นการกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้ประชาชนนำสุนัขและแมว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้รับการฉีดวัคซีน และจัดทำข้อมูลจำนวนสุนัขและแมวในพื้นที่ พร้อมทั้งควบคุมป้องกัน การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดวิ่งกันดุ๊ เสริมสุขภาพและท่องเที่ยว

ประจวบฯ จัดวิ่งกันดุ๊ เสริมสุขภาพและท่องเที่ยว

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งประประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” โดยมีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดิ์นันท์ นายอำเภอปราณบุรี นายราม สิงหโสภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ หัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนักวิ่งและนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่บริเวณลานมหาราช อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นสนามแรก ก่อนที่จะมีการส่งมอบไปอีกทั้ง 7 อำเภอ และระดับจังหวัด ภายในระยะเวลาเกือบ 4 เดือน คาดว่าจะทำให้กระแสของการสร้างสุขภาพ การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง จังหวัดประจวบฯ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนของอำเภอปราณบุรี ที่ได้ร่วมกันเปิดสนามให้กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงาม ขอบคุณผู้รักสุขภาพ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ที่มาร่วมกิจกรรมและหากมีโอกาส ขอเรียนเชิญไปยังอำเภออื่นๆ และระดับจังหวัดเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกัน

ทั้งนี้ กิจกรรม RUN KHAN DO “วิ่งกันดุ๊” เป็นกิจกรรมที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด และส่วนราชการต่างๆ จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือสร้างสุขภาพด้านการออกกำลังกาย ไม่จำกัดอายุ เพศ อาชีพ เน้นให้มีความหลากหลายของผู้ร่วมกิจกรรม ไม่เน้นชัยชนะ ไม่มีการแข่งขัน ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอในพื้นที่ของจังหวัด ส่งเสริมการสร้างทีมและเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ทั่วภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบล และหมู่บ้าน ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในระดับอำเภอ และเป็นการสร้างกิจกรรมด้านกีฬาและการท่องเที่ยวในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์ เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2567 โดยกำหนดจัดขึ้นในระดับอำเภอ จำนวน 8 ครั้ง และจังหวัด 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567 อำเภอปราณบุรีเป็นครั้งแรกในเส้นทางเลียบชายหาดที่สวยงาม โดยได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนในเขตพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน หลังจากจบการแข่งขันได้มอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” ให้กับนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในสนามต่อไปในวันที่ 6 มีนาคม 2567 พร้อมกันที่วัดทุ่งประดู่ เวลา 16.00 น. มีการวอร์มร่างกายเวลา 16.30 น. เริ่มวิ่งจริง 17.00 น. ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร จากนั้นจะมีการมอบธงให้อำเภอสามร้อยยอด ที่จะจัดกิจกรรมเป็นอำเภอถัดไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์ / ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเยี่ยมเยียนนายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน วัย 72 ปี ซึ่งยังประกอบอาชีพสามล้อถีบอยู่ในปัจจุบัน ด้วยใจรักและเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

นายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม วัย 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 ชุมชนอ่างน้ำ ซอยหัวหิน – ห้วยมงคล 4 กล่าวว่า ตนเริ่มอาชีพปั่นสามล้อตั้งแต่ปี 2512 สมัยวัยรุ่นก็มีไปทำอย่างอื่นบ้าง กลับมาปั่นสามล้อบ้าง หลังๆ มาก็ยึดเป็นอาชีพเลย ตอนทำแรกๆ ไม่ได้รักในอาชีพนี้เลย แต่สมัยนั้นไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ทำมานานเลยเกิดความผูกพัน ตอนนี้เหลือเป็นคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว ตนสามารถรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 2 คน ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของผู้โดยสาร ส่วนเรื่องของรายได้จากการปั่นสามล้อนั้น ราคาค่าบริการจะคิดตามระยะทาง เริ่มที่ 40 – 50 บาท วันหนึ่งมีรายได้ประมาณ 200 บาท ก็พออยู่ได้ แก้เหงา เพราะได้ออกมาเจอเพื่อน เจอพวกเพื่อนเก่าๆ

การดูแลซ่อมแซมจักรยานสามล้อก็มีบ้าง ไม่ค่อยมาก แต่อะไหล่จักรยานถือว่าหายากและมีราคาแพง ซึ่งจักรยานคันนี้มีอายุมากแล้ว ประมาณ 60 ปีได้มั้ง เคยมีคนมาขอซื้อ ตนก็ไม่อยากขาย อย่างน้อยเอาไว้ออกกำลังกาย ส่วนลูกหลานก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้บอกให้เลิกปั่น เพราะเขาอยากให้ได้เราออกกำลังบ้าง อยู่บ้านก็นอนอย่างเดียว ลุงจอดตรงที่วัดหัวหินเป็นที่ประจำ ประมาณ 9 โมงเช้า จนถึง 1 ทุ่ม เส้นทางการปั่น ก็ปั่นไปตามเส้นทางสัญจรปกติ แต่จะเลือกเส้นทางที่รถไม่พลุกพล่านมากนัก

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า วันนี้ได้มากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน เพื่อความเป็นสิริมงคลและมาเยี่ยมให้กำลังใจลุงตี่ แอบสังเกตได้ว่าลุงตี่มีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส สามารถประกอบอาชีพปั่นสามล้อบริการประชาชนได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนสมัยก่อน แต่แกยังสามารถเล่าเรื่องเมืองหัวหินในความทรงจำได้แจ่มชัด เหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาเมื่อวาน นึกถึงสมัยก่อนเมื่อปี 2512 ที่หัวหินมีสามล้อถีบ มากถึง 100 คันเลยทีเดียว

“อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหัวหิน ช่วยกันสนับสนุนการประกอบอาชีพโดยใช้บริการรถสามล้อถีบของลุง อาจจะเป็นระยะทางสั้นๆ ก็ได้ในช่วงเวลาเย็นๆ เนื่องจากช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน หรือจะใช้บริการรถสามล้อถีบของลุงไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวอำเภอหัวหิน เช่น สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเดิม) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปเช็คอินอาคารสถาปัตยกรรมหลังเก่า ซึ่งบ่งบอกความเป็นอัตลักษณ์ของหัวหินร่วมกับรถสามล้อของลุง เพื่อเป็นภาพจำของเมืองหัวหิน จะเป็นการสนับสนุนลุงตี่ไปในตัว และให้กำลังใจลุงตี่ในการประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งต้องถือเป็นตำนานสามล้อถีบคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว” นายอาชวันต์กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี – ประจวบฯ) ร่วมในการแถลงข่าว พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับที่โรงแรมรายารีสอร์ท ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายณัฏฐชัย กล่าวว่า “หาดชะอำ” แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ด้วยระยะทางเพียง 175 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่มสีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มวันสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะหนาแน่น แต่ไม่แออัดจนเกินไป สามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ..ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงแรม บ้านพัก มีอาหารทะเลสดและราคาไม่แพง จากกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะออกเรือไปหาปูหาปลา โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนปูม้าในทะเลเติบโตมากพอ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับมาขายได้ในปริมาณมากและราคาไม่แพง

นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำอย่างต่อเนื่องทุกปี จนทำให้ปูม้าในทะเลมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ชาวประมงสามารถจับปูม้าได้มากขึ้น สามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน ปูม้าจากทะเลชะอำ ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อ “สะพานปูชัก” และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชักดังกล่าว เพื่อส่งเสริมอาชีพชาวประมงเรือปูและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงรสชาติความอร่อยของเนื้อปูชะอำ ด้วยเอกลักษณ์การถนอมปูแบบไม่เหมือนใครในเทศกาลนี้ ซึ่งมีเพียงปีละครั้ง

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดิน ชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเลทุกวันภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว หนึ่งเดียวในเมืองไทย สำหรับผู้สนใจที่ไม่อยากพลาดความอร่อย สามารถสอบถามข้อมูลและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 471123 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี โทร.032 – 471005 – 6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมทรัพยากรธรณี จับมือวนอุทยานเขานางพันธุรัตให้ความรู้ พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์

กรมทรัพยากรธรณี จับมือวนอุทยานเขานางพันธุรัตให้ความรู้ พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายปรีชา สายทอง ผู้อำนวยการกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ นายสมเจตย์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) เพชรบุรี นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนให้การต้อนรับและร่วมรับฟังการบรรยาย

นายพิชิต สมบัติมาก กล่าวว่า พ.ร.บ.ซากดึกดำบรรพ์ที่กำหนดบังคับใช้ เพื่อเป็นการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ ที่พบเจอในประเทศไทย เพื่ออนุรักษ์สร้างมูลค่าให้กับชุมชนและท้องถิ่น โดยการนำซากเหล่านั้นไปศึกษาวิจัยประโยชน์ทางวิชาการ ว่าพื้นที่นี้มีความเป็นมาอย่างไร โครงสร้างทางธรณีในยุคไหน จะนำสืบหาข้อมูลว่ามีแร่อะไรในพื้นที่ตรงนั้นบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะนำไปพัฒนาประเทศได้ หากประชาชนทั่วไปพบเห็นซากดำบรรพ์ หรือสงสัยว่าเป็นซากดำบรรพ์ ควรแจ้งทางกรมทรัพยากรธรณีให้มาตรวจสอบ หรือแจ้งได้ที่ท้องถิ่น อบต. เทศบาลในพื้นที่นั้นๆ ได้จะมีนักวิชาการลงมาตรวจสอบให้

สำหรับโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักรู้ถึงความสำคัญเกี่ยวกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์และซากดึกดำบรรพ์ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และนำไปถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องประกอบด้วยการบรรยาย 3 หัวข้อ ได้แก่ 1. ธรณีวิทยา 2. พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 3. ซากดึกดำบรรพ์ พร้อมทั้งมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และการฝึกปฏิบัติภาคสนามในพื้นที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล อายุประมาณ 290 – 250 ล้านปี ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของซากสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเลโบราณ เช่น ฟอสซิลฟิวซูลินิด (Fusulinid fossil) คนไทยเรียกว่า “คตข้าวสาร” หรือ “ข้าวสารหิน” เป็นสัตว์ทะเลเซลล์เดียวที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พลับพลึงทะเล” สามารถพบเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า ควรแก่การอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว กับงาน Songkran Festival 2024“เมษา มาสาด”ชวนนักท่องเที่ยวรับความสุข สนุกและอิ่มบุญกับความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งปีนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ต้อนรับพลังซอฟพาวเวอร์กับเทศกาลของไทย หลังจากที่องค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนประเพณีสงกรานต์ของไทย ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเพณีสงกรานต์ เป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ลำดับที่ 4 ของไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ปีนี้ บลูพอร์ตหัวหินได้สนองนโยบายรัฐ จัดกิจกรรมโดยเน้นการนำวัฒนธรรมประเพณีไทยโบราณ มาผสมผสานมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลเมืองหัวหิน ที่พร้อมนำมาอวดโฉมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมประเพณี และเล่นสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำ อีกทั้งได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงและการละเล่นแบบไทยๆ ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้สนุกสนานและได้รับความรู้ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ทุกท่านยังได้อิ่มใจไปกับการช้อป ชิมอาหารและขนมหลากหลาย ที่ยกขบวนกันมาอย่างมากมายภายในงานอีกด้วย

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า“เราตั้งใจให้บลูพอร์ต เป็น A MUST CHECK IN DESTINATION แลนมาร์คที่สำคัญของเมืองหัวหินที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด ! เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยในปีนี้บลูพอร์ตได้สร้างสรรค์ เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และดึงความเป็นตัวตนของเมืองหัวหินมาผสมผสานรวมกันให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง ได้มาร่วมสนุกกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 นี้”

ภายในงานมีกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทยกับกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่น พร้อมทั้งกิจกรรมสาดน้ำสุดมันส์ พิกัดใหม่แห่งเมืองหัวหิน ที่จะเนรมิตซอย หัวหิน 100/1 ข้างบลูพอร์ต หัวหินให้กลายเป็นอีกหนึ่ง สถานที่เล่นสาดน้ำที่ใครๆ ก็ไม่ควรพลาด ด้วยอุโมงค์น้ำที่จัดเต็มยาวตลอดเส้นทาง เพิ่มระดับความชุ่มฉ่ำ และไต่ระดับความร้อนแรง ด้วยทีม DJ Party ที่จะมาเขย่าความมันส์ต้อนรับสงกรานต์นี้ อย่าลืมมาเช็กอิน รวมตัวกันให้สนุกสนาน พบกับกิจกรรมมากมายภายในงาน“เมษา มาสาด”ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 – 16 เมษายนนี้ ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลุงวัย 69 ปี ขายกล้วยทอด เลียบชายทะเลประจวบฯ คนซื้อต้องจองล่วงหน้า

ลุงวัย 69 ปี ขายกล้วยทอด เลียบชายทะเลประจวบฯ คนซื้อต้องจองล่วงหน้า

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ริมถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ ชุมชนปากคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีลุงขี่รถสามล้อพ่วงข้าง หรือซาเล้ง มาจอดขายทอดกล้วยทอด มีลูกค้ามายืนรอต่อคิวไม่ขาดสาย จึงเข้าไปสอบถามชื่อลุงสุเทพ คงกลัด อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 829/24 หมู่ 4 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จะมาตั้งขายกล้วยทอดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. จะมีลูกค้าประจำโทรมาสั่งกล้วยทอดล่วงหน้าทุกวัน

กล้วยทอดของลุงสุเทพนั้น จุดขายอยู่ที่ความอร่อยและราคาถูก ใส่ถุงกระดาษขนาดเท่ากับร้านทั่วไป แต่ลุงจะใส่ให้โดยไม่นับจำนวนชิ้นจนล้นทุกถุง ราคาเพียง 20 บาท และด้วยรสชาติอันกลมกล่อม หวานมันกำลังพอดี ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมามักแวะซื้อติดมือกลับบ้านกันเป็นประจำ

ลุงสุเทพเล่าว่า ตนเคยเป็นพนักงานบริษัท เมื่อเกษียณมาอยู่บ้าน ไม่ได้ทำอะไร ลูกๆ โตมีงานทำหมดแล้ว วันหนึ่งทอดกล้วยแล้วให้เพื่อนบ้านชิม ก็บอกว่าอร่อย ให้มาทอดขายดีกว่า จึงลองออกมาทอดขาย ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก จนถึงปีนี้เข้าปีที่ 10 แล้ว ที่ขายแบบเป็นถุงละ 20 โดยไม่นับชิ้น เพราะไม่เอากำไรมาก แค่พออยู่ได้เท่านั้นพอ

ใครที่ผ่านเมืองประจวบฯ ต้องการจะอุดหนุนลุงสุเทพ กล้วยทอดถุงละ 20 เชิญได้ที่ริมถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ ชุมชนบ้านปากคลองบางนางรม หรือจะสั่งก่อนล่วงหน้าที่โทร. 089 – 9614849 เพราะขายตั้งแต่เช้าตอนเที่ยงก็หมดแล้ว.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงงานทำเต้าหู้แผ่นแบบโบราณ สืบทอดต่อจนถึงรุ่นที่ 4

โรงงานทำเต้าหู้แผ่นแบบโบราณ สืบทอดต่อจนถึงรุ่นที่ 4

หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อและดีต่อสุขภาพ จะต้องมีเต้าหู้ เพราะเต้าหู้เป็นส่วนประกอบในอาหารของคนไทยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะทำแกงจืด พะโล้ ผัด ทอด หรือนำไปจิ้มกับน้ำพริกแดงก็อร่อย เต้าหู้เต็มไปด้วยโปรตีน ไร้ไขมัน และยังมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ดีต่อสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย แถมราคายังย่อมเยาอีกด้วย

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงงานทำเต้าหู้โบราณ หมู่ 2 เยื้องกับ อบต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ทัชอร จงทอง เป็นเจ้าของที่สืบทอดกันมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว น.ส.ทัชอร จงทอง กล่าวว่า การทำเต้าหู้ต้องใช้ความพยายามและความอดทนเป็นอย่างมาก แต่ละวันต้องตื่นประมาณตีสาม นำถั่วเหลืองมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปโม่แล้วนำไปใส่เครื่องเขย่า เพื่อเอาเนื้อแป้งออก แล้วนำมาต้มด้วยไอน้ำ ซึ่งปัจจุบันจะใช้ระบบไอน้ำแทน เพราะว่าจะไม่เหม็นควันไฟ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ต้มเสร็จมาใส่หัวเชื้อเพื่อให้จับตัวเป็นก้อนเหมือนวุ้น ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาทีเพื่อให้เต้าหู้เซตตัว จากนั้นนำมาใส่ในแบบที่ขึ้นรูปด้วยการห่อด้วยมือแบบโบราณ จากนั้นนำมาทับเพื่อเอาน้ำออก ให้เหลือแต่เนื้อแป้งประมาณ 10 นาที ถึงจะแกะออกเป็นเต้าหู้แผนแบบโบราณ

ตนรักและชอบทำเต้าหู้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เวลาเห็นพ่อทำแล้วมีความสุข เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งเต้าหู้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ นำมาประกอบอาหารอะไรก็อร่อย มีคุณค่าและโภชนาการทางอาหารสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ถึงสองเท่า เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีคลอเรสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวกับความทรงจำ ป้องกันมะเร็ง

สูตรที่ทำนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลย เป็นสูตรของอากง ตนเป็นรุ่นที่ 4 ปัจจุบันขายราคาชิ้นละ 10 บาท สมัยรุ่นพ่อทำอยู่ ขายชิ้นละ 1.50 บาท เวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น ถั่วเหลืองกิโลกรัมละ 35 บาท สารที่มาทำให้น้ำแป้งจับเป็นก้อน ค่าแรงคนงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ขึ้นทุกอย่าง ปัจจุบันขายส่งให้ลูกค้านำไปขายต่ออีกทอดหนึ่งที่ตลาดสดสี่แยกปราณบุรี ตลาดนัดทุกแห่งจะมีแม่ค้ามารับไปขายในแต่ละวัน ของเราจะทำวันต่อวัน ไม่ใช้สาร ทำตามออเดอร์ จะทำประมาณวันละ 700 ชิ้น ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ หรือเทศกาลอื่นๆ จะมีสั่งเข้ามาเพิ่มประมาณ 2,000 – 3,000 แผ่น เพราะลูกค้ายังชื่นชอบสูตรโบราณที่เราทำอยู่ ด้วยรสชาติ นิ่ม เนื้อเนียน อร่อย สมัยก่อนนอกจากทำเต้าหู้แผ่นสูตรโบราณแล้ว ยังทำเต้าหู้เหลือง เต้าหู้อ่อน ฟองเต้าหู้ขาย แต่ปัจจุบันทำเพียงเต้าหู้แผ่นอย่างเดียว หากใครสนใจสั่งซื้อ สามารถทักได้ที่เฟซบุ๊ก ทัชอร จงทอง เต้าหู้โบราณ หรือโทร. 093 – 4164292 .

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน